เคล็ดลับสุขภาพ

คันช่องคลอด

คันช่องคลอด



      อาการคันนั้นนับว่าเป็นอาการที่น่ารำคาญเป็นอย่างมาก เพราะว่าอาการนี้จะตามรังควาญตลอดเวลาและเมื่อเราเกาก็จะยิ่งคัน เมื่อยิ่งคันก็ยิ่งเกา แต่ถ้าตำแหน่งที่คันอยู่บริเวณที่ไม่ควรเกาต่อหน้าผู้อื่นก็จะสร้างความทุกข์ทรมานให้กับผู้มีอาการคันเป็นอย่างยิ่ง 

      อาการคันช่องคลอดนั้นสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ นับตั้งแต่การแพ้ การแพ้นั้นอาจจะเกิดได้จากการสัมผัสกับ กางเกงใน การสัมผัสกับผ้าอนามัยบางยี่ห้อ หรือการที่มีการอับชื้นมากๆก็สามารถทำให้เกิดผื่นคันขึ้นได้ หรือบางคนนุ่งกางเกงแน่นมากเกินไปก็อาจทำให้เกิดอาการคันขึ้นได้ การคันจากสาเหตุนี้มักคันบริเวณปากช่องคลอด 

      สาเหตุที่พบบ่อยมากที่สุดที่ก่อให้เกิดการคันก็คือเชื้อรา โดยเฉพาะในคนที่มีรูปร่างอ้วน และในคนที่เป็นเบาหวาน การที่เป็นเชื้อรานั้นนอกจากทำให้เกิดผื่นและคันแล้ว หากมีการเกาจนเกิดรอยแผลก็อาจจะมีการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำเติมได้ การติดเชื้อราบริเวณขาหนีบ มักจะมีรอยแดงและถลอกเป็นสะเก็ดให้เห็น ส่วนการติดเชื้อภายในช่องคลอด มักมีตกขาวสีขาว เป็นก้อนเหมือนนมแห้ง การรักษาบางครั้งอาจต้องให้การรักษาสามีร่วมด้วย การติดเชื้อรานี้สามารถเป็นซ้ำได้ และสามารถเกิดได้กับทุกคนหากมีการอับชื้น หรืออุณหภูมิที่พอเหมาะ 

       อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการคันอย่างสาหัสสากรรจ์ก็คือการติดเชื้อพยาธิหนวด(ทริโคโมแนส) การติดเชื้อนี้ในผู้ชายมักไม่มีอาการแต่ในผู้หญิงจะมีตกขาวสีเหลืองเป็นฟอง อาจมีกลิ่นเหม็น และมีอาการคันที่รุนแรงมาก 

       ส่วนอาการคันในช่องคลอดบางครั้งในเด็กเล็กๆอาจเกิดจากการติดพยาธิเข็มหมุดก็ได้ หากรักษาสาเหตุอื่นแล้วไม่ได้ผล ควรให้การรักษาภาวะนี้ร่วมด้วย 

       ในคนที่หมดประจำเดือนแล้ว การขาดฮอร์โมนจะทำให้ช่องคลอดฝ่อและแห้งอาจทำให้เกิดการคัน การใช้ฮอร์โมนชนิดทาอาจช่วยให้อาการคันดีขึ้น 

       อาการคันในผู้สูงอายุ 60-70 ปีขึ้นไป ร่วมกับการที่ผิวหนังบริเวณนั้นเปลี่ยนเป็นสีขาวอาจเป็นพยาธิสภาพที่สามารถเปลี่ยนไปเป็นมะเร็งได้ แพทย์บางท่านไม่แน่ใจอาจแนะนำให้ตัดชิ้นเนื้อบริเวณนั้นไปตรวจดู

       อาการคันที่บริเวณช่องคลอดด้านในหรือด้านนอกส่วนมากแล้วไม่พบว่ามีสาเหตุที่ร้ายแรง แต่มักมีอาการที่รุนแรงและก่อความรำคาญให้กับผู้มีอาการเท่านั้น สำหรับคนที่มีความเขินอายหมอ หากมีอาการคันแล้วสามารถซื้อยามาทาหรือมาสอดเองก่อนได้ หากทาหรือสอดแล้วไม่หายอาจรักษาไม่ถูกสาเหตุ แต่หากทาแล้วยิ่งมีอาการมากขึ้นควรปรึกษาแพทย์ เพราะอาจจะแพ้ยาที่ทาได้ การไปพบแพทย์หากเราไม่ต้องการตรวจภายในก็สามารถปฏิเสธการตรวจได้ หรือสอบถามว่ามีหมอผู้หญิงหรือเปล่า หากมันไม่หายจริงๆก็อาจต้องตรวจหาสาเหตุต่อไป เพราะอาการคันนั้นส่วนมากแล้วรอไม่ได้นาน


ที่มา ... Lady2010.com...

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน