Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 

Beauty tips

การดูแลผิวหนังในหน้าหนาว

การดูแลผิวหนังในหน้าหนาว



        ช่วงเข้าสู่ฤดูหนาวอาจจะเป็นช่วงที่หลายคนรอคอย แต่สำหรับอากาศที่หนาวเย็นนั้นแท้จริงแล้วทำให้ผิวหนังมีการสูญเสียน้ำออกไปเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในคนที่มีปัญหาผิวแห้งอยู่เดิมอาจทำให้อาการกำเริบจนถึงกับเกิดการอักเสบ แดง คันตามมาได้ หรือบางคนที่มีปัญหาผิวหนังอักเสบภูมิแพ้หรือโรคสะเก็ดเงิน ช่วงหน้าหนาวนี้โรคมักจะเห่อมากขึ้นซึ่งอาการเหล่านี้สามารถป้องกันได้ถ้าเรามีวิธีดูแลที่ถูกต้อง

    1. เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์
       เลือกใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ที่เข้มข้นขึ้นกว่าในช่วงหน้าร้อน โดยดูส่วนผสมที่เป็นสารให้ความชุ่มชื้นเป็นหลัก (humectants) เช่น กลีเซอรีน (glycerine), ซอบิทอล (sorbitol), เซรามายด์ (ceramide) ในกรณีที่ผิวมีความแห้งมากอาจใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ที่เป็นเนื้อขี้ผึ้งซึ่งจะสามารถกักเก็บความชุ่มชื้นให้กับผิวได้ดีกว่าแบบครีมหรือโลชั่น นอกจากนั้นควรทามอยเจอร์ไรเซอร์ภายหลังอาบน้ำทันทีเพื่อเพิ่มการดูดซึมที่ดียิ่งขึ้น

    2. ทาครีมกันแดดเป็นประจำก่อนออกแดด
      อย่าลืมว่าถึงแม้อากาศจะหนาวเย็นแต่แสงอัลตราไวโอเลตไม่ได้ลดน้อยลงไป ยิ่งถ้าไปเที่ยวประเทศที่มีหิมะยิ่งมีการสะท้อนของแสงอัลตราไวโอเลตจากหิมะมากขึ้นด้วย ดังนั้นจึงควรทาครีมกันแดดเป็นประจำก่อนออกแดดโดยเลือกครีมกันแดดที่กันได้ทั้งรังสี อัลตราไวโอเลตเอและบี โดยดูที่ค่า SPF มากกว่า 30 และมีค่า PA +++ เพื่อป้องกันการเกิดฝ้า กระ ก่อนวัยอันควร

    3. หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นจัด
      การอาบหรือแช่น้ำอุ่นจัดอาจทำให้รู้สึกสบาย ผ่อนคลาย ในช่วงหน้าหนาวแต่ความร้อนจากน้ำจะไปทำลายไขมันที่ปกป้องผิวหนังทำให้สูญเสียความชุ่มชื้นออกไปจากผิวเพิ่มขึ้น ควรอาบน้ำที่อุ่นเพียงเล็กน้อยและใช้เวลาอาบที่สั้นลงกว่าเดิมและตามด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์ทันทีหลังอาบน้ำ สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการอาบน้ำควรเลือกชนิดที่ให้ความชุ่มชื้นมากขึ้น

    4. ใช้เครื่องทำความชื้น (humidifier)
      ในกรณีที่อากาศมีความแห้งมากหรือผู้ที่ต้องทำงานอยู่ในห้องที่เปิดเครื่องปรับอากาศตลอดเวลา การใช้เครื่องทำความชื้นจะช่วยเพิ่มความชื้นในอากาศและลดการสูญเสียน้ำจากผิวหนังได้

    5. ดื่มน้ำสะอาด
      ช่วงหน้าหนาวอากาศแห้ง จะมีการสูญเสียเหงื่อและน้ำออกไปทางผิวหนังมากขึ้น จึงควรดื่มน้ำสะอาดให้ได้อย่างน้อย 8-10 แก้วต่อวัน

    6. ปรึกษาแพทย์ผิวหนัง
      ในกรณีที่ผิวแห้งมากจนมีการอักเสบ แดง คัน มีขุย หรือถ้ามีโรคผิวหนังอยู่เดิมแล้วกำเริบมากขึ้นจำเป็นที่ต้องใช้ยาทาหรือยารับประทาน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อการใช้ยาและการดูแลที่เหมาะสมต่อไป



ที่มา : พญ. นฤมล ศิลปอาชาภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน