Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 

แม่และเด็ก

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ด้วยหลักง่ายๆ คือ “นมแม่ 1-6-2”

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ด้วยหลักง่ายๆ คือ “นมแม่ 1-6-2”



     กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน องค์กร Alive and Thrive องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดงาน “รวมพลังสร้างสังคมนมแม่ให้ยั่งยืน” ในวาระสัปดาห์นมแม่โลก 2560 เพื่อส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และสร้างการมีส่วนร่วมให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญของการปกป้อง ส่งเสริม และ สนับสนุนให้แม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้นานที่สุด ในปีนี้ การจัดงานยังมีวาระพิเศษ คือ การออก “พ.ร.บ. นมผง” ซึ่งได้ผลักดันอย่างยาวนานถึง 36 ปี และจะมีผลบังคับใช้ 9 กันยายน นี้ เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยปกป้องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

     เนื่องจากพระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ. 2560 จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2560 ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ มีไว้เพื่อปกป้องหญิงตั้งครรภ์ แม่และครอบครัวที่มีทารกและเด็กเล็กจากการส่งเสริมการตลาดที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจในการเลือกอาหารให้ทารกและเด็กเล็ก ซึ่งเป็นช่วงวัยที่เปราะบางที่ควรได้รับอาหารที่เหมาะสม คือ นมแม่เพียงอย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต และนมแม่พร้อมอาหารตามวัยจนถึงอายุ 2 ปีหรือนานกว่านั้น กฎหมายฉบับนี้จะช่วยให้แม่และครอบครัวได้รับข้อมูลเกี่ยวกับอาหารสำหรับทารก หรืออาหารเสริมทารกในแง่มุมที่ถูกต้อง ดังนั้นจึงอยากขอการสนับสนุนให้สื่อมวลชน รวมถึงทุกๆ หน่วยงานให้ความสนใจและช่วยกันผลักดันให้กฎหมายมีผลบังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ และร่วมกันรณรงค์ให้สังคมไทยเป็นสังคมนมแม่ที่ยั่งยืน

     กรมอนามัยอยากสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ด้วยหลักง่ายๆ คือ “นมแม่ 1-6-2”

    เลข 1 หมายถึง การให้ทารกได้กินนมแม่ภายใน 1 ชั่วโมงแรกหลังคลอด
    เลข 6 หมายถึง การให้ทารกได้กินนมแม่เพียงอย่างเดียว 6 เดือนแรก
    เลข 2 หมายถึง การให้ทารกและเด็กเล็กได้กินนมแม่ต่อเนื่อง 2 ปี หรือนานกว่านั้นตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก

     ปัจจุบันทารกที่ได้กินนมแม่ภายใน 1 ชั่วโมงแรกหลังคลอดมีร้อยละ 39.9 และกินนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน มีเพียงร้อยละ 23 ส่วนแม่ที่ให้นมลูกนานได้ถึง 2 ปีมีเพียงร้อยละ 16 ซึ่งยังเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก จากสถานการณ์ดังกล่าว กรมอนามัยพร้อมภาคีเครือข่าย จึงร่วมกันผลักดันนโยบายภาครัฐให้สนับสนุนแม่และครอบครัวได้เข้าใจข้อเท็จจริงว่า นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก ที่จะช่วยสร้างต้นทุนให้กับลูก ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง พัฒนาการสมวัย จิตใจ อารมณ์ และมีทักษะเชาว์ปัญญา (Executive Function) ที่ดี นอกจากนั้น ยังต้องร่วมกันปกป้องแม่และครอบครัวจากกลยุทธ์การส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็กต่างๆ และช่วยกันสื่อสารไปยังสถานที่ทำงานให้เอื้อเฟื้อการจัดตั้งมุมนมแม่ มีผู้บริหารและเพื่อนร่วมงานให้เข้าใจต่อการบีบเก็บน้ำนม เพื่อให้แม่ทำงานสามารถเลี้ยงลูกนมแม่ได้ตามเป้าหมาย

     ในวันที่ 1-7 สิงหาคมของทุกปี เป็นสัปดาห์นมแม่โลก การจัดงานครั้งนี้ ภาคียังคงผนึกกำลังอย่างเหนียวแน่นเพื่อขับเคลื่อนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้ยั่งยืนในสังคมไทย เริ่มจากโรงพยาบาล ไปสู่ชุมชน และครอบครัวให้การสนับสนุน ส่งเสริม และปกป้อง ให้แม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้อย่างเต็มที่ และทำให้เรื่องนมแม่เป็นเหมือนเรื่องปกติในวิถีชีวิตให้ได้ โดยการสนับสนุน “เส้นทางเพื่อช่วยให้แม่ให้นมแม่ได้สำเร็จ” (Breaking the Barrier to Successful Breastfeeding) ซึ่งประกอบด้วย 6 ประเด็น ได้แก่
    1. การลงทุน 9 เดือน กำไรตลอดชีวิต
    2. รู้ว่ามีน้อง ฝากท้องทันที
    3. โฟเลต ไอโอดีน ธาตุเหล็ก สำคัญต่อลูกในท้อง
    4. ชั่วโมงแรกที่ลูกเกิด บอกหมอ พยาบาล ช่วยนำลูกมาวางบนอกแม่ตั้งแต่ในห้องคลอด
    5. วันแรกที่ลูกเกิดแยกแม่แยกลูกหลังคลอดไม่ดีนะ และ
    6. น้ำนมมาแน่ถ้าแม่รู้และทำถูกวิธี




บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน