Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 

เคล็ดลับสุขภาพ

กำจัดความเครียดด้วยตนเองได้ง่ายๆ แค่ใช้นิ้วมือ

กำจัดความเครียดด้วยตนเองได้ง่ายๆ แค่ใช้นิ้วมือ



      จากการศึกษาวิจัยที่มีมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันค้นพบความสัมพันธ์ระหว่างความเครียดสะสมเรื้อรังกับความผิดปกติของร่างกายและจิตใจ ยกตัวอย่างเช่น อาการคลื่นไส้ อาเจียน ความกังวล ความดันโลหิตสูง โรคซึมเศร้า ไขมันอุดตันเส้นเลือด หัวใจวาย ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ซึ่งร่วมไปถึงการพัฒนาไปสู่โรคร้ายแรงต่างๆ ได้อีกมากมาย คงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในปัจจุบัน ความเครียดได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเราที่ต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ มากมาย และอาจจะนำไปสู่ความเจ็บป่วยและโรคอีกนานัปการหากคุณไม่รีบหาวิธีแก้ไข

     คุณสามารถขจัดความเครียดได้หลากหลายวิธี เช่น การนั่งสมาธิ โยคะ ฟังเพลง ออกกำลังกาย หรือจะเลือกไปนวดผ่อนคลายกับหมอนวดมืออาชีพก็ดีไม่น้อย แต่ยังมีอีกวิธีหนึ่งที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานซึ่งเป็นวิธีของชาวญี่ปุ่นที่ปฏิบัติกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ เรียกว่า การผ่อนคลายด้วยตนเอง (Self-relaxation) และให้ผลลัพธ์ที่น่าทึ่ง อีกทั้งยังสามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลาที่คุณรู้สึกอยากผ่อนคลาย ใช้เวลาเพียง 5 นาทีเท่านั้น

     อวัยวะที่เป็นพระเอกในงานนี้ก็คือ นิ้วมือของคุณนั่นเอง ตามความเชื่อของญี่ปุ่นเชื่อว่านิ้วแต่ละนิ้วนั้นมีความสัมพันธ์กับอารมณ์และความรู้สึก ยกตัวอย่างเช่น

    1. นิ้วหัวแม่มือ หรือนิ้วโป้ง (Thumb) สามารถช่วยคลายความรู้สึกวิตกกังวลได้
    2. นิ้วชี้ (Index finger) เป็นตัวช่วยในการเอาชนะความหวาดกลัว
    3. นิ้วกลาง (Middle finger) ช่วยจัดการกับความขมขื่นและความโกรธ
    4. นิ้วนาง (Ring finger) บรรเทาความรู้ศึกเศร้าสร้อย และหดหู่
    5. นิ้วก้อย (Little finger) มีหน้าที่ในการกำจัดความเครียด ปรับเปลี่ยนอารมณ์ให้มองโลกในแง่ดีเสมอ และสร้างความรู้สึกเคารพตัวเอง

     จุดประสงค์ของเป้าหมายดังกล่าวนี้คือการสร้างความสมดุลพลังงานทุกส่วนในร่างกายนั่นเองค่ะ แล้วเราจะใช้นิ้วในการขจัดความรู้สึกแย่ๆ หรือความเครียดออกไปได้อย่างไรนั้น ลองมาดูวิธีการกันค่ะ บอกได้เลยว่าไม่ยากอย่างที่คิดแน่นอน



       หวังว่าคุณผู้อ่านจะได้รับประโยชน์จากวิธีดังกล่าวนี้นะคะ แต่เหนือสิ่งอื่นใดแล้ว หากคุณมีความเครียดมากเกินไปก็อาจจะทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายมากมาย ดังนั้นแล้วก็ไม่ควรเครียดจนเกินไป หมั่นหาเวลาออกมาผ่อนคลายบ้างนะคะ





www.dailyhealthkeeper.com
www.healthyfoodhouse.com

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน