Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 

เคล็ดลับสุขภาพ

กินชนะภูมิแพ้ทางเดินหายใจ

กินชนะภูมิแพ้ทางเดินหายใจ

 

  ดูแลสุขภาพป้องกันโรคภูมิแพ้

 

          หลายคนตื่นมาตอนเช้าๆ คงเบื่อหน่ายกับอาการประจำวันคือ ไอ จาม คัดจมูกน้ำมูกไหลเปลืองกระดาษทิชชู่ทุกวัน อาการเช่นนี้บ่งชี้ว่าคุณมีอาการแพ้อากาศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโรคภูมิแพ้นั่นเอง

 

          โรคภูมิแพ้ เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายทำให้มีปฏิกิริยาภูมิแพ้เกิดขึ้นเมื่อได้รับสารก่อภูมิแพ้เข้าไป เป็นโรคที่ถ่ายทอดได้ทางพันธุกรรม ผู้ที่เกิดมาในครอบครัวที่มีคนเป็นภูมิแพ้จะมีโอกาสเป็นได้มากกว่าคนทั่วไป การถ่ายทอดทางพันธุกรรมของโรคภูมิแพ้นี้เป็นการถ่ายทอดโดยยีนที่มีลักษณะเด่น ดังนั้น แม้จะมีพ่อหรือแม่เป็นโรคภูมิแพ้แต่เพียงฝ่ายเดียวก็สามารถทำให้ลูกเกิดเป็นโรคภูมิแพ้ได้ราวร้อยละ 30 แต่ถ้าทั้งพ่อและแม่เป็นโรคภูมิแพ้ทั้งสองฝ่าย โอกาสที่ลูกจะเป็นโรคภูมิแพ้จะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว และไม่จำเป็นว่าลูกจะต้องเป็นโรคภูมิแพ้ชนิดเดียวกับพ่อแม่ เช่น พ่อหรือแม่เป็นโรคหืด ลูกอาจเป็นโรคหืดหรืออาจเป็นโรคภูมิแพ้ชนิดอื่นก็ได้

 

 

 

          โรคภูมิแพ้มีหลายรูปแบบ  ตามแต่อวัยวะที่แสดงอาการ เช่น 

 

          ทางเดินหายใจ ถ้ามีอาการที่ระบบ ทางเดินหายใจส่วนบน คือ จมูก เรียกว่าโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ หรือโรคแพ้อากาศ แต่ถ้ามีอาการที่ทางเดินหายใจส่วนล่าง คือหลอดลม เรียกว่าโรคหืด

 

          ตา ทำให้เกิดโรคเยื่อตาอักเสบ

 

          ผิวหนัง อาจเกิดผื่น ผิวหนังอักเสบหรือลมพิษ

 

          ทางเดินอาหา อาจทำให้เกิดอาการปวดท้องคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดิน หรือท้องอืด อาหารไม่ย่อย เป็นต้น

 

           ทั้งนี้ ปกติอาการแพ้จะเกิดขึ้นได้มักต้องได้รับสารก่อภูมิแพ้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ได้แก่

 

          จากทางอากาศ เข้าสู่ร่างกายทางระบบหายใจหรือทางตา เช่น ฝุ่น ไรฝุ่น ละอองเกสร หญ้า วัชพืช ดอกไม้ชนิดต่างๆ แมลงบางชนิด เชื้อราขนของสัตว์เลี้ยง ฯลฯ ที่มักทำให้เกิดการระคายเคือง คัดจมูก จาม ไอ น้ำมูกไหล จมูกอักเสบ คันตา ตาแดง ตาอักเสบ เป็นต้น

 

          จากการกินหรือฉีด ทั้งจากอาหารและยา อาหารที่มีคนแพ้บ่อยๆ เช่น อาหารทะเล กุ้ง ปู หอย ไข่ขาว นมวัว ถั่วชนิดต่างๆ ฯลฯ ยาที่แพ้กันบ่อยเช่น ยาในกลุ่มเพนนิซิลลิน ยาแก้อักเสบข้อ/กล้ามเนื้อ เป็นต้น เมื่อแพ้มักทำให้เกิดอาการต่างๆ เช่น บวม คัน เป็นผื่น ผิวหนังลอก เป็นแผล ท้องอืดท้องเสีย อาเจียน หายใจไม่ออก บางคนอาการหนักถึงขั้นความดันตกหรือช็อกได้

 

          สัมผัสทางผิวหนัง เช่น เครื่องสำอาง แชมพู ยาย้อมผม ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน ถุงมือยาง เครื่องประดับที่ทำจากโลหะบางชนิด เช่น นิเกิล เป็นต้นส่วนมากจะทำให้คัน เป็นผื่นแดง ผิวลอกเป็นขุย แสบผิว บวมแดง เป็นต้น

 

           จะเห็นว่าโรคภูมิแพ้สามารถเกิดขึ้นได้กับอวัยวะเกือบทั่วร่างกาย วิธีป้องกันไม่ให้เกิดอาการแพ้ที่ดีที่สุดก็คือการหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ แต่ในชีวิตจริงดูจะเป็นเรื่องไม่ง่ายเลย เพราะสารก่อภูมิแพ้ก็มีอยู่มากมายรอบๆ ตัวเรา 

 

          ในบรรดาโรคภูมิแพ้ชนิดต่างๆ นี้ โรคภูมิแพ้ของระบบทางเดินหายใจส่วนตันนับว่าพบบ่อยที่สุด และส่วนใหญ่จะมีอาการตอนเช้าหรือกลางวัน บางคนเป็นไม่กี่นาที แต่บางคนมีอาการต่อเนื่องเป็นชั่วโมงแล้วหายได้เอง คนที่เป็นภูมิแพ้ทางเดินหายใจอาจมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ปวดศีรษะ มีน้ำมูกใสไหลลงคอเสียงอาจเปลี่ยน เจ็บคอเรื้อรังจมูกไม่ได้กลิ่น หูอื้อ ฯลฯ โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้พบในผู้ใหญ่มากถึงร้อยละ 20 ในเด็กร้อยละ 40 แม้โรคหืดที่เกิดจากภูมิแพ้ที่ทางเดินหายใจส่วนปลาย คือโรคหืดจะพบน้อยกว่าโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ แต่อาการของโรคหืดจะรุนแรงถึงขั้นต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลได้ แต่ก็มักพบทั้งสองโรคนี้ร่วมกันเสมอ ในคนที่เป็นโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ก็มักจะมีอาการของโรคหืดร่วมด้วย ในขณะที่ผู้ที่เป็นโรคหืดร้อยละ 80 ก็มีอาการทางจมูกร่วมด้วย หากรักษาหรือควบคุมอาการของโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ให้ดี อาการของโรคหืดจะดีขึ้นได้ด้วยเช่นกัน

 

           อย่างไรก็ตาม อาการแสดงที่ทำให้เรารู้ว่าแพ้อะไร ทำให้เราสามารถหลีกเลี่ยงสิ่งที่จะกระตุ้นภูมิแพ้ได้ และเพื่อให้แน่ใจว่าเราควรหลีกเลี่ยงสิ่งใดบ้างและมีโอกาสที่จะเกิดอาการแพ้ขึ้นกับอวัยวะใดอีกบ้าง การได้รับการทดสอบทางการแพทย์เท่านั้นที่จะบอกได้ ซึ่งการรักษาอาการแพ้ควรได้รับการสั่งยาและดูแลโดยแพทย์ ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง เพราะอาการแพ้เป็นอาการเรื้อรังยาวนานหมายถึงว่า คุณต้องได้รับการดูแลที่เหมาะสม ซึ่งสามารถควบคุมอาการในระยะยาวได้

 

 


           ในอีกทางหนึ่งคุณก็สามารถดูแลตัวเองได้ด้วยการเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง อาการแพ้มักจะหายไปได้เองโดยอัตโนมัติ ได้แก่ พักผ่อนต้องพอเพียง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และเสริมสารอาหารชนิดที่มีประโยชน์ต่อภูมิคุ้มกันของร่างกาย เช่น อาหารที่อุดมด้วยวิตามินซี ซึ่งวิตามินซีทำหน้าที่ร่วมกับวิตามินอีในการต้านอนุมูลอิสระ เมื่อมีการอักเสบจากภูมิแพ้ขึ้นบริเวณโพรงจมูกจะมีกลไกที่เหนี่ยวนำให้มีการสร้างอนุมูลอิสระมากขึ้นในบริเวณที่เกิดการอักเสบ หากอนุมูลอิสระมากขึ้นจะยิ่งเกิดการอักเสบมากตามไปด้วย ดังนั้นถ้าร่างกายมีวิตามินซีพอเพียงจะช่วยป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระที่ทำให้เกิดการอักเสบจากภูมิแพ้ได้ ซึ่งวิตามินซียังช่วยยับยั้งการหลั่งฮีสตามีนและมีส่วนในการเร่งกระบวนการสลายฮีสตามีนให้หมดฤทธิ์เร็วขึ้นเมื่อมีอาการแพ้ 

 

 

            นอกจากนี้ เครื่องเทศบางชนิดก็ยังได้รับการวิจัยว่ามีประโยชน์ในการบรรเทาอาการภูมิแพ้ได้เช่นกัน ได้แก่ ซินนามอน หรือ “อบเชย” ซึ่งมีไฟโตนิวเทรียนท์หลายชนิดที่มีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา สามารถลดการเคลื่อนที่ของเม็ดเลือดขาวที่มาจับรวมกลุ่มกันเมื่อเกิดการแพ้ขึ้น ซึ่งจะช่วยให้มีการหลั่งฮีสตามีนน้อยลงและบรรเทาอาการแพ้ที่เกิดขึ้นในที่สุด นอกจากนี้ยังมี “พิเคา เพรโต” หรือ “Spanish Needles” เป็นพืชเขตร้อนที่ใช้ในการแพทย์แผนโบราณ มีฤทธิ์ลดไข้ลดการอักเสบ ช่วยลดการหลั่งฮีสตามีน ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์บางชนิดที่สร้างสารกระตุ้นการอักเสบให้เกิดการแพ้ขึ้นบริเวณโพรงจมูก

 

 

          ดังนั้นการเลือกกินผักสด ผลไม้ เช่น มะขามป้อม มะนาว ส้ม ฝรั่ง แอปเปิลเขียว อะเซโรลา เชอร์รี รวมทั้งเลือกกินอาหารที่ปรุงด้วยเครื่องเทศ ดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอร่วมกับการดูแลสุขภาพด้วยวิธีต่างๆ ดังกล่าวก็น่าจะเป็นแนวทางที่ช่วยให้คุณห่างไกลจากโรคภูมิแพ้ได้พอสมควร

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ที่มา....................Nutrilite

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน