เคล็ดลับสุขภาพ

ความรู้เกี่ยวกับการทำรีแพร์

ความรู้เกี่ยวกับการทำรีแพร์



         ผู้หญิงที่เคยผ่านการมีบุตรหรือผู้หญิงที่คิดว่าส่วนนั้นของตัวเองไม่ค่อยฟิตเหมือนเดิม และผู้หญิงบางคนถึงขนาดขาดความมั่นใจ ก็มี หรือบางรายเริ่มจะมีปัญหากับสามีจึงอยากจะแก้ปัญหาในส่วนนี้ให้ได้ แต่ครั้งจะให้เดินไปถามหมอสูติเพื่อปรึกษาก็รู้สึกอาย วันนี้จึงไปเคาะประตูห้องของ พญ.วิทัศศนา เขตต์กลาง สูตินารีแพทย์ เพื่อไขข้อข้องใจเกี่ยวกับ ทำ "รีแพร์" คือ ... มาฟังกัน

    รีแพร์ คืออะไร

      คำว่า รีแพร์ มันก็คือ การซ่อมแซม ในที่นี้เราหมายถึงการผ่าตัดซ่อมแซมแก้ไขช่องคลอดที่มักเกิดภาวะหย่อนยานหลังการคลอด ซึ่งโดยทั่วไปมันก็จะมี 2 วิธี คือ

      การทำรีแพร์ด้านเดียว เป็นการทำเฉพาะด้านหลังของช่องคลอดตำแหน่งเดียวกับการกรีดตอนคลอดยาวเข้าไปข้างในอันนี้ทำในรายที่ไม่มีการยึดของช่องคลอดมากนัก
      การทำรีแพร์สองฝั่ง คือทำที่ผนังบนกับผนังล่างของช่องคลอด วิธีนี้ในสมัยก่อนจะใช้แก้ปัญหาไอจามปัสสาวะเล็ดด้วย แต่เดี๋ยวนี้จะเลิกใช้ไปแล้วและเปลี่ยนไปใช้วิธีอื่นแทนซึ่งจะให้ผลที่ดีกว่า การทำรีแพร์วิธีนี้มักใช้กับในรายที่ช่องคลอดมีการยืดมากหรือผ่านการมีบุตรมาแล้ว 2 คนขึ้นไป

      นึกภาพง่าย ๆ เหมือนเราซ่อมแซมเสื้อผ้า อย่างกระโปรงตัวนี้เอวหลวมไป 4 นิ้วโดยทั่วไปเราอาจจะเย็บเข้าแค่ฝั่งเดียวก่อนก็จะตัดผ้าออกไป 4 นิ้วเลย หรืออาจจะเย็บเข้าสองข้างก็ตัดออกข้างละ 2 นิ้ว แล้วเอามาชิดกันใหม่ซึ่งในการเย็บก็จะค่อย ๆ เย็บเป็นชั้นขึ้นมา คือ ยึดชั้นกล้ามเนื้อล่างสุดชั้นกล้ามเนื้อเหนือขึ้นมา และชั้นสุดท้ายจะเป็นชั้นผิวในของช่องคลอด

    ใครควรใช้วิธีไหน

      การประเมินว่าจะใช้วิธีไหนก็ต้องมีการตรวจภายใน แพทย์ผู้ตรวจจะมีตัวสกอล์วัดที่ชัดเจนว่าลักษณะหย่อนยานขนาดนี้ควรจะทำแบบไหน แต่เนื่องจากนี่เป็นกึ่งศัลยกรรมความงามจึงจะอิงความพึงพอใจของคนไข้เป็นสำคัญ ส่วนใหญ่ก็คือเขาอาจจะมีปัญหากับคู่สมรสจึงเดินเข้ามาปรึกษาและตัดสินใจที่จะทำ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นที่สำคัญที่สุดคือคนไข้ต้องได้รับการตรวจภายในว่าไม่มีอะไรผิดปกติก่อน เช่น มดลูกไม่โต ไม่ได้มีปัญหาเกี่ยวกับอวัยวะในอุ้งเชิงกราน รังไข่ไม่ได้มีปัญหา ไม่มีเนื้องอกกล้ามเนื้อมดลูกไม่มีก้อน ซึ่งถ้าตรวจแล้วเจอหมอจะแนะนำคนไข้ให้รักษาอาการเหล่านี้ก่อน เพราะจริง ๆ แล้วการทำรีแพร์เป็นเรื่องของความพึงพอใจอย่างที่บอกไปทำก็ได้ไม่ทำก็ได้ ถ้ายังสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติการมีเพศสัมพันธ์ไม่ได้มีปัญหาก็ไม่จำเป็นต้องทำยกตัวอย่างง่าย ๆ ก็คือเหมือนคุณทำจมูกไม่ทำคุณก็ยังสามารถหายใจได้ทำหรือไม่ทำเป็นความพึงพอใจส่วนตัว

    วัยไหนบ้างที่เดินมาเคาะประตูห้องคุณหมอ

      อายุที่เดินเข้ามาหาหมอจะมีตั้งแต่อายุยี่สิบปลาย ๆ ไปจนถึงเจ็ดสิบกว่า ช่วงวัยที่เข้ามามากคือ 35-45 ปี แล้วถ้าจะให้แยกให้ลึกลงไปอีกก็คือ สำหรับคนที่อายุน้อย ๆ นั้นมักจะเป็นผู้ที่ผ่านการมีลูกมาแล้วส่วนกรณีผู้ที่อายุมากมักเข้ามาด้วย การมีภาวะมดลูกหย่อนซึ่งส่งผลให้เขาอุจจาระปัสสาวะยากก็เลยใช้วิธีการทำรีแพร์เข้ามาช่วยจัดการปัญหานั้น

    มีคู่นอนเยอะทำให้เกิดปัญหานี้จริงไหม

      ในความคิดเห็นของหมอสูติคิดว่ามันก็ไม่น่าจะเกี่ยวมากมาย แต่ว่าสำหรับคนไข้จะให้ความสำคัญกับตรงนี้ค่อนข้างเยอะเหมือนกัน คือเขาอาจจะคิดว่าเขามีเพศสัมพันธ์มานานๆ แล้วมันจะยืด ซึ่งในทางการแพย์ก็จะยอมรับว่ามันอาจจะเกิดการฉีกขาดของกล้ามเนื้อบางส่วน บ้าง แต่ก็ไม่ได้ส่งผลอะไรมากขนาดนั้น โดยส่วนตัวของหมอเองคิดว่าคนไข้กลุ่มนี้ไม่จำเป็นต้องทำ เพราะถ้าทำก็จะทำยาก ที่สำคัญคือหมอไม่อยากให้คนไข้คิดเรื่องนี้มากจนเกินไป

    ถ้าจะทำรีแพร์ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

      ก่อนการทำถ้าเป็นไปได้หมอจะแนะนำให้คนไข้ตรวจเช็คมะเร็งปากมดลูกให้เรียบร้อยซะก่อน ถ้ามีโรคประจำตัวก็อาจต้องปรึกษาหมออายุรกรรมร่วมด้วยเพราะในรายที่คนไข้เป็นเบาหวานก็ต้องพิจารณาว่าเขาจะสามารถผ่าตัดได้ไหม ถ้าไม่มีปัญหาอะไรสามารถผ่าตัดได้ก็ต้องงดน้ำงดอาหารก่อนการผ่าตัด 6 ชม. ถ้าทานยาอยู่เป็นประจำ เช่น ยาคุมกำเนิด หรือทานอาหารเสริมบางตัว วิตามินบางชนิดอาจแนะนำให้หยุดทานก่อนการผ่าตัดเพราะพวกนี้จะส่งผลให้เลือดออกได้ง่ายขึ้น 

    ลงมือผ่าตัดทำรีแพร์

      สำหรับเวลาในการผ่าตัดถ้าเป็นการทำด้านเดียวจะใช้เวลาประมาณ 45 นาที แต่ถ้าสองด้านก็ประมาณชั่วโมงครึ่ง ส่วนการพักฟื้นถ้าด้านเดียวส่วนใหญ่คนไข้จะสามารถกลับไปพักรักษาตัวต่อที่บ้านได้ แต่ใน 2-3 วันแรกควรจะนอนพักให้มาก ๆ อย่าเพิ่งออกไปไหน ถ้าสามารถพัก 1 สัปดาห์ได้ยิ่งดี ส่วนถ้าเป็นการทำรีแพร์แบบสองด้านก็ต้องนอนโรงพยาบาล 4 วัน แล้วถ้าไม่มีปัญหาอะไรก็สามารถกลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านได้แล้ว

      การทำรีแพร์จะต่างจากการผ่าตัดวิธีอื่นคือมันเป็นแผลที่แช่อยู่ในน้ำ คือบริเวณนั้นมันจะมีน้ำคัดหลั่งจากช่องคลอดก็เลยจะมีเชื้อแบคทีเรียเฉพาะของมันอยู่แล้วไหนจะอุจจาระ ปัสสาวะอีก หรือในบางคนที่มีตกขาวมากอยู่แล้ว อาจมีเชื้อราหรือแบคทีเรียบางตัวซ่อนเร้นอยู่ก็เลยต้องมีการดูแลค่อนข้างจะพิเศษ แล้วแผลจำเป็นต้องโดนน้ำ ต้องทำความสะอาดเพราะว่ายิ่งไม่ทำความสะอาดจะยิ่งแย่บางคนเห็นการผ่าตัดชนิดอื่นโดนน้ำไม่ได้ก็เลยไม่ทำความสะอาดก็จะยิ่งทำให้แผลมีโอกาสที่จะเกิดการอักเสบหรือติดเชื้อได้ง่ายยิ่งขึ้นอีก อย่างที่ต่างจากการผ่าตัดวิธีอื่นคือการผ่าตัดอื่น ๆ หมอจะแนะนำคนไข้ให้รีบขยับลุกเดินเพื่อไม่ให้เกิดพังผืดขึ้น แต่รีแพร์ต้องพยายามนอนให้นิ่งที่สุดเพราะการขยับอาจจะก่อให้เกิดการห้อเลือดได้ แต่ถ้า 2-3 วันแรก ขยับตัวให้น้อยที่สุดนอนให้นิ่งที่สุดโอกาสที่แผลจะหายเร็วจะมีมากกว่า

    การดูแลหลังการทำ

      การดูแลหลังจากนั้นคนไข้สามารถอาบน้ำฟอกสบู่ภายนอกได้ตามปกติ ถ้าเกิดมีการตกขาวมีกลิ่นเยอะก็อาจจะให้นั่งแช่น้ำอุ่น 15 นาทีก่อนนอน วิธีนี้จะทำให้น้ำได้เข้าไปซะล้างบางส่วนที่ภายใน เพราะในการผ่าตัดมันอาจจะมีเลือดออก ซึ่งเป็นอาหารที่ดีของแบคทีเรียซึ่งทำให้เกิดกลิ่นแล้ว 6 อาทิตย์หลังทำหมอก็จะนัดมาตรวจอีกครั้งเพื่อเช็คว่าแผลเรียบร้อยดีไหม ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะไม่ค่อยมีปัญหาอะไร แล้วหลังจากนั้นก็จะแนะนำให้คนไข้ตรวจภายในตามปกติ นอกนั้นก็ใช้ชีวิตตามปกติได้เลย

       คงไขข้อข้องใจเรื่องการทำรีแพร์ไปได้เยอะเลยใช่ไหมคะซึ่งจะทำหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละบุคคลไป แต่เหนือสิ่งอื่นใดอย่าลืมนะคะว่าการที่ความรักจะยืนยาวหรือไปสิ่งสำคัญที่สุดคงไม่ใช่เรื่องนั้นแต่เป็นการอยู่ด้วยกันด้วยความรักและเข้าอกเข้าใจกันมากกว่าค่ะ





ที่มา ... สุขภาพดี

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน