Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 

Beauty tips

ฉีดโกรทฮอร์โมน อ้างสรรพคุณชะลอวัย...อันตราย

ฉีดโกรทฮอร์โมน อ้างสรรพคุณชะลอวัย...อันตราย

ชะลอวัย


       ผู้หญิง เราถึงอยากจะสวยแค่ไหน ก็ควรคำนึงถึงผลข้างเคียงที่จะตามมาด้วยนะคะ

       อย. เตือนผู้บริโภคให้ระวังอย่าหลงเชื่อโฆษณาฉีดโกรทฮอร์โมนเข้าสู่ร่างกาย เพื่อชะลอวัย ให้อ่อนเยาว์ อาจ เกิดผลข้างเคียง ทําให้ร่างกายได้รับอันตรายจากผลข้างเคียงโดยไม่รู้ตัว ย้ํา อย. ไม่ได้อนุญาตให้ใช้ยาโกรทฮอร์โมน เพื่อฉีดชะลอวัยแต่อย่างใด ขณะนี้อนุมัติให้ขึ้นทะเบียนตํารับยาชนิดเดียว คือ Somatropin โดยข้อบ่งชี้ของยานี้ เพื่อรักษาผู้ป่วยเด็กในการรักษาภาวะขาดโกรธฮอร์โมนเท่านั้น

       ตามที่กระทรวงสาธารณสุขได้รับเรื่องร้องเรียน กรณีประชาชนนิยมฉีดโกรทฮอร์โมน เข้าสู่ร่างกาย เพื่อชะลอวัยให้อ่อนเยาว์ บางคนซื้อยาดังกล่าวมาฉีดด้วยตนเอง จึงขอให้กระทรวงสาธารณสุขเผยแพร่ ความรู้เกี่ยวกับโทษของการฉีดโกรทฮอร์โมนให้ประชาชนทราบข้อเท็จจริง นั้น ในเรื่องดังกล่าว สํานักงาน คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขอชี้แจงและเตือนประชาชนให้ทราบว่า ยาโกรทฮอร์โมนที่ อย. อนุมัติให้ขึ้น ทะเบียนตํารับในประเทศไทยมีเพียงชนิดเดียวคือ Somatropin ที่เป็น Recombinant human growth hormone โดย อย. ได้จํากัดข้อบ่งชี้ให้ใช้เฉพาะเพื่อรักษาผู้ป่วยเด็กเท่านั้น และให้ใช้เพื่อการรักษาภาวะขาดโกรทฮอร์โมน (Growth hormone) เพื่อการรักษาโรคทางพันธุกรรมชนิดโครโมโซมเพศเพียง X ตัวเดียว ซึ่งเป็นกลุ่มอาการ เทอร์เนอร์ซินโดม Turner syndrome (TS) และเพื่อการรักษาภาวะทารกตัวเล็กหรือคลอดก่อนกําหนดและมี น้ําหนักน้อย Born small for gestatonal age (SGA) ภายใต้เงื่อนไขที่กําหนด ที่สําคัญ ยาโกรทฮอร์โมนให้ จําหน่ายได้เฉพาะโรงพยาบาลที่มีกมุารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบตอ่มไร้ท่อและเมตาบอลิสมท์ไี่ดร้บัอนมุตับิัตรและ วุฒิบัตรอนุสาขาต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิสม์จากแพทยสภาเท่านั้น โดยให้แพทย์เป็นผู้มีสิทธิ์สั่งยาและติดตาม ผลการรักษาเพื่อให้เกิดประสิทธิผลและความปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

      การนํายาโกรทฮอร์โมนไปใช้เพื่อการฉีดให้ชะลอวัย จึงเป็นการใช้ยานอกเหนือจากที่ระบุไว้ในเอกสารกํากับยา เนื่องจาก อย. ไม่ได้อนุญาตให้ใช้ยาโกรทฮอร์โมน เพื่อวัตถุประสงค์การฉีดให้ชะลอวัย อ่อนเยาว์ เนื่องจากอาจเกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เช่น ทําให้เกิดโรคเบาหวาน มะเร็งลําไส้ เป็นต้น จึงขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อโฆษณาฉีดยาดังกล่าวเด็ดขาด




ที่มา...องค์การอาหารและยา

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน