Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 

เคล็ดลับสุขภาพ

ดูแลสุขภาพขั้นสุดด้วยสูตรโฮมเมดกราโนล่า ทำง่ายใน 3 ขั้นตอน

ดูแลสุขภาพขั้นสุดด้วยสูตรโฮมเมดกราโนล่า ทำง่ายใน 3 ขั้นตอน



    หากพูดถึง Granola (กราโนล่า) หรือธัญพืชเพื่อสุขภาพ นาทีนี้ก็คงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก

    เนื่องจากเจ้ากราโนล่านี้คือธัญพืชที่เป็นได้ทั้งอาหารมื้อหลักและขนมทานเล่น อุดมไปด้วยคุณค่าทางสารอาหารนานาชนิดที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และที่สำคัญยังไม่ทำให้อ้วนอีกด้วย จึงเป็นจุดเด่นที่ถูกใจผู้บริโภคอย่างมาก สำหรับกราโนล่าที่เราเห็นกันได้ตามซูเปอร์มาร์เก็ตนั้นก็มีหลายรูปแบบและยี่ห้อให้เลือกรับประทานทั้งแบบถ้ว ยที่สามารถนำไปทานควบคู่กับนมหรือโยเกิร์ต และแบบอัดแท่งที่สามารถรับประทานได้สะดวกยิ่งขึ้น

    เดิมทีแล้ว กราโนล่า เป็นอาหารทางแถบตะวันตกที่ประกอบไปด้วยธัญพืชไม่ขัดสีนานาชนิด ทั้งข้าวโอ๊ต ถั่ว เมล็ดธัญพืชชนิดต่างๆ และน้ำผึ้ง นำมาผสมเข้าด้วยกัน ปรุงรส และนำไปอบจนได้ผิวสัมผัสที่กรุบกรอบ บางครั้งก็มีการเพิ่มผลไม้แห้งอย่างลูกเกด หรืออินผลัมเข้าไปด้วยเพื่อรสชาติและคุณประโยชน์ที่มากขึ้น สาเหตุที่ทำให้กราโนล่าได้รับความนิยมอย่างสูงในการเป็นอาหารคลีนหรืออาหารสำหรับผู้ที่อยู่ในช่วงดูแลสุขภาพก็คือธาตุเหล็ก และเส้นใยอาหารจากข้าวโอ๊ตที่ให้พลังงานสูงช่วยให้เราอิ่มนานขึ้น

    และเป็นมิตรต่อระบบขับถ่าย ส่วนในถั่วและเมล็ดธัญพืชก็มีไขมันชนิดดีที่ช่วยบำรุงหัวใจ และลดคอเลสเตอรอล ถึงแม้ว่าเจ้ากราโนล่านี้จะมีส่วนผสมที่เป็นประโยชน์ แต่กลับมีปริมาณแคลอรี่ที่ค่อนข้างสูงซึ่งอาจทำให้เราอ้วนขึ้นได้ง่ายๆ หากรับประทานเยอะเกินไป นอกจากนี้กราโนล่าสำเร็จรูปจากแบรนด์ต่างๆ ยังอาจจะมีส่วนผสมที่ไม่พึงประสงค์อย่าง น้ำตาลแอบแฝงอยู่ในปริมาณมาก หากไม่ศึกษาให้รอบคอบก็อาจทำให้ความตั้งใจที่จะควบคุมน้ำหนักของเราเสียหายและกลายเป็นอ้วนขึ้นในที่สุด

   วันนี้เราจึงมีสูตรในการทำ Homemade Granola ตามแบบฉบับออริจินัลที่ทำง่ายมากๆ มาฝากเพื่อนๆ กันนั่นเองค่ะ เพียงวัตถุดิบไม่กี่ชนิดและกรรมวิธีที่ไม่ยุ่งยากก็จะทำให้เพื่อนๆ มีกราโนล่าไว้ทานเองได้อย่างจุใจ นอกจากนี้เรายังสามารถเลือกสรรวัตถุดิบหรือเพิ่มได้เองตามใจชอบ ควบคู่ไปกับการควบคุมส่วนผสมบางชนิดให้อยู่ในปริมาณที่พอดี เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อร่างกาย ถ้าเพื่อนๆ พร้อมแล้ว เราไปเตรียมส่วนผสมในการทำกราโนล่ากันเลยดีกว่าค่ะ

    1.ข้าวโอ๊ตชนิด old-fashioned หรือ rolled oat 2 ถ้วยครึ่ง
    *ข้าวโอ๊ตชนิด old-fashioned หรือ rolled oat เป็นข้าวโอ๊ตที่ถูกนำไปนึ่งให้สุก ก่อนจะนำไปรีดให้เมล็ดแบน และตากแห้งก่อนนำมารับประทาน มีคุณค่าทางสารอาหาร และไฟเบอร์ครบถ้วน
    2.อัลมอนด์สไลด์ 2 ถ้วย
    3.เมล็ดฟักทอง 1 ถ้วย
    4.มะพร้าวขูด (coconut flake) ชนิดไม่หวาน ½ ถ้วย
    5.ผงอบเชย หรือซินนาม่อน 1 ½ ช้อนโต๊ะ
    6.เกลือ ¾ ช้อนชา
    7.น้ำมันมะกอก ชนิดบริสุทธิ์ ½ ถ้วย
    8.เมเปิ้ลไซรัป ½ ถ้วย หรือน้อยกว่านั้นหากต้องการรสชาติหวานน้อย
    9.ลูกเกด หรือผลไม้อบแห้งอื่นๆ ตามใจชอบ ½ - ¾ ถ้วย

    วิธีทำ

    1. อันดับแรก ให้เพื่อนๆ ทำการวอร์มเตาอบที่ความร้อน 300 องศาฟาเรนไฮต์ เมื่อได้ที่แล้ว เตรียมชามใบใหญ่สำหรับผสมธัญพืช ใส่ข้าวโอ๊ต อัลมอนด์ เมล็ดฟักทอง มะพร้าวขูด อบเชย เกลือ และผลไม้อบแห้ง ลงไปในชามที่เตรียมไว้ คนให้ส่วนผสมเข้ากัน ก่อนที่จะเติมน้ำมันมะกอกและเมเปิ้ลไซรัปลงไป คนตัวธัญพืชอีกครั้งเพื่อให้ตัวน้ำมันและไซรัปผสมเข้ากันดีกับธัญพืชอย่างทั่วถึง

    2. เตรียมถาดอบขนมและกระดาษรองอบ (parchment paper) ให้เรียบร้อย เทส่วนผสมลงบนถาดและเกลี่ยออกให้ทั่วทั้งถาด นำเข้าเตาอบและอบจนกระทั่งตัวธัญพืชมีสีเหลืองทองโดยจะใช้เวลาทั้งหมด 40-45 นาที ในระหว่างนั้นให้เพื่อนๆ หมั่นเกลี่ยและคนตัวธัญพืชทุกๆ 10-15 นาที และสลับเตาจากเตาบนเป็นเตาล่าง เพื่อไม่ให้ธัญพืชไหม้

    3. เมื่อครบ 45 นาทีแล้ว นำออกจากเตาอบ และย้ายกราโนล่าที่อบเสร็จเรียบร้อยลงในชามใบใหญ่ ปล่อยพักไว้ให้เย็น คนบ้างเป็นครั้งคราว ตัวกราโนล่าจะกรอบเต็มที่เมื่อมันเย็นตัวลงแล้ว ขั้นตอนสุดท้าย ใส่ลูกเกด หรือผลไม้อบแห้งที่เพื่อนๆ ต้องการ คนให้เข้ากันอย่างเบามือ และนำใส่กล่อง ปิดฝาให้หนาแน่นเพื่อป้องกันอากาศที่จะทำให้ตัวกราโนล่าสูญเสียความกรอบ เก็บไว้รับประทานได้ 2 อาทิตย์

    เพียงแค่ 3 ขั้นตอน เพื่อนๆ ก็สามารถทำกราโนล่าไว้รับประทานได้เองตามใจชอบ ด้วยส่วนผสมที่เลือกเอง อีกทั้งยังเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพอีกด้วย หากเพื่อนๆ รู้สึกเบื่อกับวัตถุดิบแบบเดิมๆ ก็อย่าลืมที่จะลองปรับเปลี่ยนให้เข้ากับความต้องการของตนเองกันดูนะคะ


Sources: www.health.com
www.preaw.com
www.diamondgrains.com

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน