Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 

เคล็ดลับสุขภาพ

น้ำตา...คืออะไร

น้ำตา...คืออะไร



       บางคนเวลาดีใจ หรือเสียใจก็ร้องไห้ เมื่อพูดถึงน้ำตาคงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก น้ำใส ๆ ที่ไหลออกจากตาเวลามีอารมณ์เสียใจ ดีใจ หรือเจ็บปวด บางคนบอกว่า เกิดมาไม่เคยเสียน้ำตาให้กับสิ่งใด หารู้ไม่ว่าน้ำตามีการสร้างตลอดเวลาแม้ขณะที่คุณหลับ บางคนอาจไม่เคยเห็นว่าน้ำตาจะมีประโยชน์ตรงไหน ลองดูกันซิว่าคุณรู้จักน้ำตามากน้อยเพียงใด

หน้าที่
        หรือความสำคัญของน้ำตามีหลายประการ ได้แก่ การเคลือบให้ผิวกระจกตาเรียบ เพื่อให้เป็นพื้นผิวที่เหมาะสำหรับการมองเห็น การขับล้างสิ่งแปลกปลอมจากเยื่อบุตา หรือกระจกตาในกรณีที่มีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปอยู่ในตาจะรู้สึกได้ชัดเจนในช่วงที่มีฝุ่นผงเข้าตา ทำให้มีน้ำตาไหลออกมามาก การช่วยหล่อลื่นเปลือกตาเวลาที่มีการกระพริบตา นอกจากนี้ยังช่วยนำอ๊อกซิเจนมาเลี้ยงเซลล์กระจกตา และยังมีคุณสมบัติในการต่อต้านเชื้อโรคด้วย เมื่อมีคุณค่ามากมายขนาดนี้ ลองมารู้จักน้ำตาเพิ่มขึ้นอีกหน่อยแล้วกัน

     น้ำตาที่ดูใส ๆ อย่างนี้ แท้จริงมีส่วนประกอบ 3 ส่วนด้วยกันคือ
      1. ส่วนที่เป็นไขมัน เป็นชั้นที่อยู่ผิวบนสุด ไขมันนี้ได้จากต่อมที่สร้างไขมัน เราเรียกว่า Meibomian gland ชั้นไขมันนี้ จะมีหน้าที่ในการป้องกันการระเหยของน้ำตา ทำให้น้ำตาคงอยู่ในตานานขึ้น โดยปกติชั้นนี้จะบางมาก ทำให้ไม่เห็นสีของชั้นไขมันนี้
      2. ชั้นกลางเป็นชั้นที่เป็นน้ำ ซึ่งสร้างจากต่อมน้ำตา ทำหน้าที่ให้อ๊อกซิเจนแก่กระจกตา
      3. ชั้นที่อยู่ในสุดติดกับกระจกตา มีลักษณะเป็นเมือก (mucus) ชั้นนี้เป็นส่วนที่สร้างจากเซลล์เยื่อบุของเยื่อบุตา ทำหน้าที่ให้ความชุ่มชื้นกับกระจกตา

       จะเห็นว่าน้ำตาใส ๆ นี้ มีส่วนประกอบมากกว่าที่เราเห็น ทั้งสามส่วนที่ประกอบเป็นน้ำตา มีความสำคัญในแต่ละด้าน ซึ่งถ้าขาดชั้นใดชั้นหนึ่งจะทำให้เกิดอาการผิดปกติของตา เช่นถ้าชั้นเมือก หรือ mucus มีน้อย หรือไม่มี อาจทำให้เกิดอาการตาแห้ง ทำให้ผู้ป่วยมีอาการระคายเคืองได้ เนื่องจากชั้นนี้ทำให้ส่วนที่เป็นน้ำสามารถเกาะติดกับกระจกตา

       โดยปกติน้ำตาของคนเรามีการสร้างอยู่ตลอดเวลา หลายคนอาจคิดว่าน้ำตาสร้างเฉพาะตอนที่คนเราร้องไห้ น้ำตาที่ออกมามากในช่วงมีอารมณ์เศร้า หรือเจ็บปวดเรียกกว่า reflex tear เกิดจากการสั่งของระบบประสาท เมื่อมีการกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อม ดาราเจ้าน้ำตาทั้งหลายสามารถสร้างน้ำตาชนิดนี้ได้มาก รวมทั้งกรณีที่มีฝุ่นผงเข้าตา หรือมีการอับเสบของเยื่อบุตา แต่โดยปกติคนเราจะมีการสร้างน้ำตาตลอดเวลา เราเรียกว่า basic tear ซึ่งเป็นส่วนที่สร้างโดยต่อมที่อยู่บริเวณเยื่อบุตา เป็นตัวที่ช่วยทำหน้าที่ต่าง ๆ ที่กล่าวข้างต้น

      ในกรณีที่มีความผิดปกติทางการสร้างน้ำตา ทำให้มีการสร้างน้ำตาน้อยกว่าปกติ ได้แก่ ในผู้ป่วยที่ขาดไวตามินเอ ความผิดปกติของเยื่อบุตา หรือกระจกตา นอกจานี้สาเหตุที่ทำให้มีการสร้างน้ำตาน้อยกว่าปกติ คือ สาเหตุมาจากความเครียด ซึ่งพบว่าเป็นสาเหตุ 50% ของผู้ป่วยที่มีตาแห้ง โดยเฉพาะในสตรีวัยหมดประจำเดือน ผู้ป่วยส่วนมากจะมีอาการตาแดง เคืองตามาก เมื่อเวลาที่ใช้สายตาอ่านหนังสือ ดูโทรทัศน์ โดนแดดหรือลม ในกลุ่มนี้การรักษาคือหาสาเหตุที่ทำให้เครียด และการใช้น้ำตาเทียมเข้าช่วย

       เราคงจะได้ยินบ่อยๆ ถึงเรื่องของน้ำตาเทียม คำถามยอดนิยมสำหรับน้ำตาเทียมคงจะเป็นคำถามที่ว่า หยอดน้ำตาเทียมบ่อย ๆ จะมีอันตรายหรือไม่ คงต้องมาทำความเข้าใจถึงส่วนประกอบของน้ำตาเทียมว่ามีอะไรบ้าง

       โดยปกติประโยชน์ของน้ำตาเทียม โดยหลักคือ การให้ความชุ่มชื้นต่อดวงตา ซึ่งปกติน้ำตาของคนเรจะให้ความชุ่มชื้นเพียงพออยู่แล้ว แต่ในบางกรณีพบว่า ความชุ่มชื้นของตาน้อยกว่าปกติ ได้แก่ การสร้างน้ำตาน้อยลง ในผู้ป่วยบางรายที่ปิดตาได้ไม่สนิท หรือมีโรคของเยื่อบุตาบางอย่างทำให้มีอาการของตาแห้ง การอยู่ในที่ที่มีอากาศแห้งมาก เช่น ในห้องโดยสารในเครื่องบินจะพบว่า อากาศจะแห้งกว่าปกติ ทำให้ต้องมีการบริการน้ำดื่มตลอด หรือในผู้ป่วยที่ใช้เลนส์สัมผัส ก็อาจะทำให้มีความต้องการน้ำตาเพิ่มขึ้น

       น้ำตาเทียมจึงประกอบด้วยสารที่สามารถให้ความชุ่มชื้นตา มีความข้นหนืดทำให้สามารถอยู่ในตาได้นาน เช่น methycellulose หรือ polyvinyl alcohol บรรจุอยู่ในขวด ซึ่งสามารถใช้นานหลายวัน ซึ่งจำเป็นต้องการใช้สารการเสีย (preservatives) เพื่อให้สามารถเก็บยาขวดนี้ได้นาน ๆ โดยสามารถป้องกันการปกเปื้อนของเชื้อโรค ที่อาจเข้าไปในขวดขณะหยอดได้ ซึ่งสารกันเสียนี้ก็อาจทำให้มีการระคายเคืองหรือการแพ้ต่อเยื่อบุตา เราอาจสามารถแบ่งชนิดของน้ำตาเทียมตามการใช้สารกันเสียเป็นประเภทต่าง ๆ กัน ได้แก่
      1. น้ำตาเทียมที่มีสารกันเสีย กลุ่ม Benzalkonium chloride เป็นน้ำตาเทียมที่บรรจุในขวดประมาณ 10-15 มล. สามารถใช้หยอดตาต่อเนื่องได้ประมาณ 1 เดือนหลังจากเปิดขวด แต่มีข้อเสียคือ สารกันเสียอาจทำให้เดการแพ้ระคายเคืองต่อเยื่อบุตาเสียเอง หรือการปกเปื้อนในกรณีที่เก็บไว้นาน ๆ
      2. น้ำตาเทียม ชนิดที่ไม่มีสารกันเสียอยู่เลย ได้แก่ น้ำตาเทียมที่บรรจุในกระเปาะเล็ก ๆ ใช้หมดวันต่อวัน ข้อดีคือผู้ป่วยจะไม่มีอาการแพ้เลย แต่มีข้อเสียเมื่อเปิดใช้แล้วจะต้องหมดในหนึ่งวัน และมีราคาสูงกว่าชนิดอื่น
        ปัจจุบันมีการพัฒนาน้ำตาเทียมโดยการใช้สารกันเสียที่สามารถสลายตัวเองได้เมื่อถูกแสงแดด เป็นกลุ่ม Nonperoxide Purite ซึ่งมีประโยชน์ในด้านของความประหยัดและการแพ้สารกันเสียได้ โดยสารชนิดนี้จะสลายตัวเมื่อถูกแสง แล้วกลายเป็นเกลือที่ไม่มีผลข้างเคียงต่อเยื่อบุตา

       การใช้น้ำตาเทียมให้ได้ประโยชน์เต็มที่ จึงต้องพิจารณาถึงความจำเป็นที่ต้องใช้ว่า มีปัญหาของน้ำตามากน้อยเพียงใด เราสามารถใช้น้ำตาเทียมได้บ่อยครั้งเท่าที่ต้องการ โดยไม่ก่อให้เกิดผลแทรกซ้อน เหมือนยาหยอดตาที่มีสเตียรอยด์ ซึ่งอาจทำให้เกิดโรคต้อหิน หรือต้อกระจกเมื่อใช้หยอดตานาน ๆ แต่ยาหยอดตาทุกชนิดก็อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น การแพ้ หรือการสิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็น จึงต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ และปรึกษาจักษุแพทย์ก่อนเสมอ





ที่มา...รพ.รามาธิบดี

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน