Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 

Beauty tips

ผมร่วง...เรื่องน่าห่วง! (กว่าที่คิด)

ผมร่วง...เรื่องน่าห่วง! (กว่าที่คิด)



      เรื่องของผมร่วง เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สาวออฟฟิศอย่างเราๆ ประสบพบเจอกันบ่อยเสียจนบางครั้งก็ไม่ได้จะรู้สึกว่ารุนแรงอะไร แต่รู้ไหมคะว่าอาการผมร่วงนั้นรุนแรงกว่าที่คิด เพราะบางครั้งหนังศีรษะ รากผม และผม ก็เป็นตัวบ่งบอกสุขภาพภายในของเราได้มากกว่าเรื่องผิวๆ อย่างโรคผิวหนังหรือรังแค แต่อาจเป็นสัญญาณอันตรายที่สื่อมาจากภายในร่างกายและจิตใจก็เป็นได้ค่ะ 

   ผมร่วงกันใหญ่...เพราะอะไรนะ?   

      สาเหตุของการเกิดผมร่วงนั้นมีมากมายหลายประการค่ะ เราคัดเฉพาะที่มักจะเกิดกับสาวใสวัยทำงานอย่างๆเราๆ มาบอกกันค่ะ ปัจจัยเสี่ยงและสาเหตุเหล่านั้นได้แก่

      • อายุ ฮอร์โมน และพันธุกรรม 3 สิ่งนี้เรียกได้ว่าเป็นสาเหตุให้ผมร่วงได้มากกว่าปัจจัยอื่นๆ ยังถือว่าโชคดีนิดนึงสำหรับสาวๆ เพราะผู้ชายจะพบปัญหานี้มากกว่าผู้หญิงมาก โดยการผมร่วงนี้จะเริ่มเกิดขึ้น เมื่ออายุ 25-30 ปี สำหรับผู้หญิงจะผมร่วงโดยเริ่มจากการที่ผมเส้นเล็กลง และสั้นเมื่อลูบผมก็จะมีผมเส้นบางและสั้นติดมือมาสาเหตุผมร่วงชนิดนี้เป็น สาเหตุชนิดเดียวที่มักจะทำให้เกิดผมร่วงถาวร หรือหัวล้านนั่นเอง

      • ยาและอาหาร อีก 2 ปัจจัยที่เรานำเข้าสู่ร่างกาย ก็ส่งผลต่ออาการผมร่วงเช่นกัน ยาบางชนิดโดยเฉพาะที่ใช้รักษามะเร็งทำให้ผมร่วงได้ นอกจากนี้ยังมียารักษาความดันโลหิต, ยาต้านการซึมเศร้า,ยาคุม และวิตามินเอ หากรับประทานในขนาดสูง ก็ทำให้ผมร่วงได้ แต่เป็นการร่วงชั่วคราวเท่านั้น เรื่องอาหารก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะถ้าคุณรับประทานอาหารโปรตีนน้อย ธาตุเหล็กน้อย ก็อาจจะจะทำให้ผมร่วงได้

      • ไลฟ์สไตล์และความเครียด ช่วงนี้คุณใช้ร่างกายหนักหนาสาหัสหรือเปล่าคะ? นอนน้อย นอนดึก คร่ำเครียดกับเรื่องราวร้อยแปด หรือเพิ่งฟื้นจากอาการป่วยแบบหนักๆ ไหม เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้คุณผมร่วงได้มากกว่าปกติ แต่ถือเป็นเรื่องปกติค่ะ แต่ถ้าสำรวจตัวเองแล้วพบว่าไม่ได้อยู่ในภาวะเช่นนี้แต่อย่างใดก็ควรจะใส่ใจกับอาการผมร่วงได้แล้วค่ะ เกิน 100 เส้นเป็นอันตราย! ปฏิเสธไม่ได้ค่ะว่าเส้นผมของเรานั้นร่วงเป็นปกติอยู่ทุกวันอยู่แล้ว โดยทั่วไปคนปกติผมจะร่วงอยู่ระหว่าง 50 - 100 เส้น หากมากกว่า 100 เส้นเมื่อไหร่ เป็นอันแน่นอนล่ะค่ะว่า ผมคุณร่วง “เข้าขั้นผิดปกติ” ซะแล้ว และหากเป็นผมร่วงชั่วคราวจะมีระเวลาไม่เกิน 3 เดือน และอาการจะดีขึ้นจนหลายเป็นปกติภายในเวลา 6 เดือนค่ะ

   ผมร่วง..ร่วงอย่างไร?   

      1. ร่วงเป็นหย่อมๆ ผมร่วงชนิดนี้มักเกิดบริเวณด้านหน้าและกลางกระหม่อม มักเกิดจากความเครียด หรือการดึงผมเป็นประจำนั่นเอง หลายคนทำเพราะความเครียด บางคนทำเพราะความเคยชิน เป็นนิสัยที่ไม่ดีเลยค่า อันนี้หลายคนก็รู้ตัวนะคะ แต่มันหยุดไม่ได้ การที่เราดึงผมทำให้ผมน้อยลงเห็นๆ แล้วยังทำให้รากผมข้างๆ นั้นระคายเคืองไปด้วย ก็ส่งผลให้ผมร่วงติดตามมาด้วย วิธีแก้ง่ายๆ คือต้อง “ยั้งใจ” ตัวเองทุกครั้งที่จะเอามือไปสัมผัสเส้นผมค่ะ การที่ผมร่วงแบบนี้เกิดจากการทำตัวเองแท้ๆ เลยค่ะ

      2. ร่วงเป็นวงๆ ผมร่วงชนิดนี้ต่างจากชนิดแรกตรงที่ เป็นผมร่วงเนื่องจากเชื้อราบนหนังศีรษะค่ะ บริเวณที่เป็นมักเป็นบริเวณด้านหลังศีรษะ หรือท้ายทอย ผมที่ร่วงลักษณะนี้มักเป็นคู่กับรังแค และสะเก็ดอาจมีตุ่มน้ำเหลืองหรือน้ำหนองร่วมด้วย ผมร่วงแบบนี้ต้องพบแพทย์เท่านั้นค่ะ ยาที่ได้รับอาจมีทั้งยากินและยาทาตามความรุนแรงของอาการ แต่ต้องทานหรือทาจนครบนะคะ เพราะโรคที่เกิดจากเชื้อราสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้

      3. ร่วงทั่วศีรษะ เป็นผมร่วงชนิดที่เกิดจากฮอร์โมน ช่วงฟื้นไข้ ช่วงหลังคลอด การใช้ยา หรือแม้แต่พันธุกรรม ในการรักษาคงต้องวิเคราะห์ก่อนว่ามาจากอะไร ถ้าเป็นเรื่องของพันธุกรรมนั้น อาจจะรักษษได้ยากเสียหน่อย จะมีก็แต่การชะลอการหลุดร่วงของเล้นผมที่พอจะทำได้ ส่วนหนากเกิดจาหสาเหตุอื่นๆ เราถือว่าเป็นอาการของผมร่วงชั่วคราวค่ะ สามารถรักษาให้ห้ายได้ หรือในบางครั้งอาจจะไม่ต้องรักษาเลยก็ได้หากอาการไม่รุนแรงมากขึ้น

    บำบัดเครียด...ลดผมร่วง  

      หนึ่งในวิธีการง่ายๆ ที่เราจะลดอาการผมร่วงได้ก็คือการลดความเครียดด้วยการนวดผ่อนคลายค่ะ เรามีท่านวดศีรษะแบบเบาๆ 2 ท่ามาฝากกันด้วยค่ะ

      ท่าที่ 1 ใช้ปลายนิ้วทั้งห้ากดคลึงวนไปรอบช่วงบนกระหม่อม อาจใช้โทนิคโลชั่น สมุนไพรร่วมในการรนวดก็จะยิ่งได้ผลดีมากขึ้น ) ไล่วนเป็นวงกลมให้ทั่วศีรษะ

      ท่าที่ 2 คือ การนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อคอ ใครที่ฝึกโยคะอยู่คงคุ้นเยกันดีกับท่านี้ ทำง่ายๆ เพียงพับคอโดยก้มศีรษะลงแล้วหมุนคอไปรอบ วนจากซ้ายไปขวา และขวาไปซ้าย สลับกันทำรอบละ 3 ครั้ง

       เรื่องผมๆ เป็นเรื่องใหญ่พอตัวทีเดียวนะคะสำหรับทั้งสาวๆ และหนุ่มๆ ไม่ใช่เฉพาะเรื่องของความสวยความงามเท่านั้น แต่บางครั้งผมที่ร่วงมากจนผิดปกตินั้นอาจจะบ่งบอได้ว่าคุณแอบป่วยอยู่ก็ได้ อย่างน้อยๆ ก็เป็นการเตือนให้คุณรู้ตัวว่าตอนนี้คุณอาจจะเครียดมากเกินไปอยู่ก็ได้นะคะ







ที่มา...Chicministry

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน