Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 

เคล็ดลับสุขภาพ

ผู้ป่วย 4 โรคนี้ไม่ควรขับรถตามลำพัง

ผู้ป่วย 4 โรคนี้ไม่ควรขับรถตามลำพัง



     ปัญหาด้านสุขภาพและโรคประจำตัวบางโรค ส่งผลต่อสมรรถนะในการขับรถ ทั้งการมองเห็น การควบคุมรถ และการแก้ไขเหตุฉุกเฉินเฉพาะหน้า โดยเฉพาะหากโรคกำเริบขณะขับรถ จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน

     นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่าเพื่อความปลอดภัยขอเตือน 4 โรค ห้ามขับรถตามลำพัง ได้แก่

    1. โรคหัวใจที่อาจเกิดอาการกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดฉับพลัน

    2. เบาหวาน ที่ต้องฉีดอินซูลีน เพราะหากน้ำตาลในเลือดต่ำอาจหมดสติ

    3. โรคลมชัก ที่กินยาควบคุมอาการไม่ได้

    4. ผู้ที่เคยผ่าตัดสมอง อาจส่งผลต่อการทรงตัวและการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ จึงส่งผลต่อประสิทธิภาพในการขับรถ

ข้อควรปฏิบัติในการขับรถสำหรับผู้มีโรคประจำตัว

     ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความพร้อมของร่างกาย ทั้งการมองเห็น กำลังกล้ามเนื้อการทำงานของแขนและขา ระบบสั่งการของสมอง ความแข็งแรงของกระดูก ประวัติการรับประทานยาและโรคประจำตัวต่างๆ เพื่อพิจารณาสมรรถนะในการขับรถ หากแพทย์ไม่อนุญาต ห้ามขับรถโดยเด็ดขาด ควรนำยารักษาโรคและบัตรประจำตัวผู้ป่วยติดไว้เสมอ พร้อมระบุอาการของโรค วิธีการช่วยเหลือที่ถูกต้อง และสิ่งที่ไม่ควรทำขณะทำการช่วยเหลือ เพราะหากอาการโรคกำเริบ ผู้พบเห็นจะได้ช่วยเหลือในทันที ไม่ทานยาในช่วงก่อนขับรถ โดยเฉพาะในช่วงที่เปลี่ยนยาหรือปรับขนาดยา เพราะอาจมีผลข้างเคียงให้เกิดอาการง่วงนอน ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการขับรถ

     ไม่ขับรถตามลำพัง ควรมีเพื่อนร่วมทางไปด้วยเสมอ หากอาการของโรคกำเริบหรือเกิดเหตุฉุกเฉินในขณะขับรถจะได้มีคนช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ควรใช้บริการรถแท็กซี่ หรือรถโดยสารสาธารณะหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้อาการของโรคกำเริบ โดยไม่ดื่มเครื่องแอลกอฮอล์ ไม่ขับรถระยะทางไกลติดกันเป็นเวลานาน ไม่ขับรถในเส้นทางที่มีสภาพการจราจรติดขัด ทั้งนี้ การขับรถเป็นทักษะที่ต้องใช้การทำงานที่สัมพันธ์กันของอวัยวะทุกส่วนในร่างกาย ผู้ที่มีปัญหาด้านสุขภาพหรือมีโรคประจำตัวร้ายแรงควรหลีกเลี่ยงการขับรถเด็ดขาดเพราะจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ




กระทรวงสาธารณสุข

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน