Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 

เคล็ดลับสุขภาพ

ยาคุมฉุกเฉิน...ในชีวิตไม่ควรใช้เกิน 2 ครั้ง

ยาคุมฉุกเฉิน...ในชีวิตไม่ควรใช้เกิน 2 ครั้ง

ยาคุมฉุกเฉิน...ในชีวิตไม่ควรใช้เกิน 2 ครั้งยาคุมฉุกเฉิน...ในชีวิตไม่ควรใช้เกิน 2 ครั้ง



        ถือเป็นเรื่องปกติของคู่รัก ที่เมื่อมีรัก เรื่องของการมีเพศสัมพันธ์ก็จะเกิดขึ้นตามมา "การมีเพศสัมพันธ์" นับว่าเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร ถ้าถึงเวลาที่เหมาะสม!

        แล้วจะทำอย่างไร เมื่อระหว่างที่คุณกำลังเล่นจ้ำจี้ จู้ฮุกกรู้ แล้วถุงยางอนามัยเกิดรั่ว หรือฉีดขาด! จะทำอย่างไรเมื่อลืมกินยาคุมกำเนิด! จะทำอย่างไร เมื่อเกิดกรณีไม่คาดฝันถูกข่มขืน หรือเผลอปล่อยกายไปโดยไม่ได้ป้องกัน! เหตุการณ์เช่นนี้อาจเกิดขึ้นได้กับคุณผู้หญิงทุกคน เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นก็ต้องนึกถึง "ยาคุมฉุกเฉิน"

        ยาคุมฉุกเฉิน มีปริมาณฮอร์โมนต่อเม็ดสูงกว่ายาคุมกำเนิดธรรมดา ต้องกินหลังมีเพศสัมพันธ์ภายในเวลาที่กำหนด ไม่ควรใช้เพื่อการคุมกำเนิดในระยะยาว อาจเกิดอันตรายหรือมีผลข้างเคียงได้

วิธีกินยาคุมฉุกเฉินให้ได้ผล

       - ยาคุมฉุกเฉิน 1 กล่อง จะมีตัวยา 2 เม็ด ประกอบด้วยตัวยาที่เป็นฮอร์โมนขนาดสูง คือ ลีโวนอร์เจสเตรล (levonorgestrel) เม็ดละ 750 ไมโครกรัม
       - การกินยาคุมฉุกเฉินที่ถูกต้องคือ กินเม็ดแรกให้เร็วที่สุด หลังจากมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกันทันที โดยไม่ควรเกิน 72 ชั่วโมง และจะต้องกินยาเม็ดที่สองหลังจากกินเม็ดแรกไม่เกิน 12 ชั่วโมง
       - การกินยาเม็ดแรกภายใน 72 ชั่วโมง หลังการมีเพศสัมพันธ์ดังกล่าวตามด้วยยาเม็ดที่สอง จะให้ประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ได้ 75% แต่หากเริ่มยาภายใน 24ชั่วโมง หลังการมีเพศสัมพันธ์ จะให้ประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์เพิ่มขึ้นเป็น 85% ดังนั้นจึงควรรับประทานยาเม็ดแรกหลังการมีเพศสัมพันธ์ให้เร็วที่สุด
       - หากมีการอาเจียนภายใน 2 ชั่วโมงหลังกินยาแต่ละเม็ด ต้องกินยาใหม่ และไม่แนะนำให้กินยาเกิน 4 เม็ด หรือ 2 กล่อง ต่อเดือน

ผลข้างเคียงของยาคุมฉุกเฉิน

      - ประจำเดือนอาจคลาดเคลื่อน ทำให้มาช้าหรือเร็วกว่าปกติ ข้อนี้ไม่ต้องกังวลไปนะคะ
      - อาจมีเลือดออกกะปริดกะปรอยออกมาระหว่างเดือน
      - ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ เวียนหัว เจ็บคัดเต้านม
      - ซึมเศร้า วิตกกังวล เกิดการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์

       อย่ากินยาคุมแบบฉุกเฉิน เกิน 2 ครั้งในชีวิต เพราะเป็นการการกระตุ้นเซลล์มะเร็ง ทำให้เสี่ยงต่อมะเร็ง หรือ กระทบต่อรังไข่ มดลูก และร่างกาย



ที่มา...สนุกดอทคอม

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน