Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 

Beauty tips

รักษาสิวผดอย่างไรให้ได้ผล

รักษาสิวผดอย่างไรให้ได้ผล



      สิวผด เป็นหนึ่งในปัญหาเรื่องสิวๆ ที่คุณสาวๆส่วนใหญ่ต่างต้องเคยสัมผัสกับความน่ารำคาญของมันกันมานักต่อนักแล้ว ซึ่งเจ้าสิวผดนี่จะออกมาวาดลวดลายทวีจำนวนแผลงฤทธิ์มากขึ้นเป็นพิเศษในช่วงหน้าร้อนที่มีแสงแดดแรงกล้า
 
      ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมตัวคุณสาวๆ พร้อมในการดูแลและรักษาผิวหน้าให้ห่างไกลจากสิวผด จึงอยากให้คุณสาวๆทำความเข้าใจบทความชิ้นนี้ ซึ่งกำลังจะสอนทุกสิ่งทุกอย่างในการรับมือเจ้าสิวผดให้กับตัวคุณ

ลักษณะของสิวผด
      สิวผด หรือ สิวเทียม (Acne Aestivale) มักจะมีลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆ ซึ่งมักชอบขึ้นอยู่ใกล้ๆกันเป็นจำนวนมากๆ หากมองดูเผินๆจะคล้ายกับผื่น มักจะขึ้นบริเวณหน้าผาก ถ้าหากเกิดการอักเสบขึ้น สิวผดจะกลายเป็นสีแดง และในบางครั้งอาจจะกลายเป็นหนองอีกด้วย

สาเหตุที่ทำให้เกิดสิวผด สิวผดสามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วมักที่จะเกิดขึ้น จากสาเหตุดังต่อไปนี้
      - การล้างหน้าบ่อยจนเกินไป
      - การล้างหน้าแรงจนเกินไป
      - การล้างหน้าด้วยน้ำร้อน
      - แสงแดด และความร้อน เป็นสาเหตุสำคัญอันดับ 1 ที่ทำให้เกิดสิวผดขึ้นบนใบหน้า
      - อาการแพ้ เช่น แพ้เหงื่อ แพ้น้ำ หรือการใช้ครีม โฟมล้างหน้า ยาสระผม ที่แรงจนเกินไป ไม่เหมาะกับผิวของตัวเอง เป็นต้น
      - ร่างกายไม่แข็งแรง
      - พักผ่อนไม่เพียงพอ
      - อุปกรณ์ที่ใช้ในการแต่งหน้าไม่สะอาด เช่น พัฟแป้งไม่สะอาด เป็นต้น

วิธีการดูแลรักษาตัวเองให้ห่างไกลจากสิวผด

       เนื่องจากสิวผด เป็นสิวที่สามารถเกิดขึ้นได้จากสาเหตุที่หลากหลายมากๆ ดังนั้นการดู และการรักษาสิวผด จึงจำเป็นที่จะต้องทำความเข้าใจกับสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวผดขึ้น พร้อมกับแยกวิธีการรักษาออกไปให้เหมาะสมกับคุณสาวๆ แต่ละคน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการรักษาที่ดีสุด

      การรักษา สามารถแบ่งออกได้ตามลักษณะของสาเหตุการเกิด ดังต่อไปนี้

     1. สิวผดที่เกิดขึ้นจากการล้างหน้าบ่อยจนเกินไป ควรเริ่มการรักษาจากการไม่พยายามรบกวนผิวหน้ามากจนเกินไป ไม่ว่าจะเป็นการล้าง ขัด หรือพอกหน้า เกินกว่าความจำเป็น

     2. สิวผดที่เกิดขึ้นจากการล้างหน้าแรงจนเกินไป สำหรับคุณสาวๆบางคนมักจะคิดว่า การล้างหน้ายิ่งออกแรงมากเท่าไหร่ ใบหน้าก็จะยิ่งมีความสะอาดมากขึ้นเท่านั้น แต่นั่นเป็นความเข้าใจที่ผิด เพราะยิ่งล้างหน้าแรงๆ ก็จะยิ่งทำให้ใบหน้าเกิดการเสียดสี ซึ่งเป็นการรบกวนผิวหน้าอย่างรุนแรง ทำให้สิวผดมีโอกาสเกิดขึ้นสูง ดังนั้นคุณสาวๆ ควรจะทำการล้างหน้าอย่างเบามือ และนุ่มนวลจะดีกว่า

      3. สิวผดที่เกิดขึ้นจากการใช้น้ำร้อนล้างหน้า ถึงแม้จะเป็นเพียงการใช้น้ำอุ่นในการล้างหน้าก็ตาม ก็ยังมีโอกาสที่จะทำให้เกิดสิวผดขึ้นได้เช่นกัน ดังนั้นขอแนะนำให้คุณสาวๆ หันไปทำการล้างหน้าด้วยน้ำเย็นจะดีกว่า

      4. สิวผดที่เกิดขึ้นจากแสงแดด และความร้อน การรักษาต้องเริ่มต้นจากการพยายามหลีกเลี่ยงแสงแดดและความร้อนเป็นอันดับแรก แต่ถ้าจำเป็นที่จะต้องทำงานในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อแสงแดด ให้ทำการทาครีมกันแดดทุกครั้ง เพื่อเป็นการปกป้องผิว โดยเลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง และเลือกครีมกันแดดที่ปราศจากส่วนผสมของน้ำมัน นอกจากนี้เพื่อเป็นการปกป้องผิวที่ดีมากขึ้น ควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30+++ ขึ้นไป 5. สิวผดที่เกิดขึ้นจากอาการแพ้ ควรเริ่มจากการศึกษาสภาพผิวของตัวเองว่ามีอาการแพ้อะไรบ้าง ถ้าหากแพ้เหงื่อก็ต้องพยายามหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่จะทำให้เกิดเหงื่อขึ้น แต่หากเป็นการแพ้ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทำความสะอาดร่างกายต่างๆ ก็ควรที่จะทำการทดสอบก่อนใช้ว่ามีอาการแพ้หรือไม่ หรือหันไปใช้ผลิตภัณฑ์ ที่มีความอ่อนโยนกับผิว เป็นต้น

      6. สิวผดที่เกิดขึ้นจากร่างกายไม่แข็งแรง สาเหตุที่ทำให้ร่างกายไม่แข็งแรงนั้น ส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นจากความเครียด ซึ่งทำให้ฮอร์โมนในร่างกายไม่สมดุลจนร่างกายอ่อนแอลง การคลายความเครียดเองก็มีหลายวิธีขึ้นอยู่กับว่าคุณสาวๆแต่ละคนมีการกำจัดความเครียดแบบไหน แต่หากร่างกายอ่อนแอจากการเจ็บป่วย หรือกรรมพันธุ์แล้วล่ะก็ ขอแนะนำให้คุณสาวๆไปทำการพบแพทย์ เพื่อปรึกษาหาวิธีรักษาที่ถูกต้องที่สุดจะดีกว่า

      7. สิวผดที่เกิดขึ้นจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ สำหรับสิวผดประเภทนี้สามารถแก้ไขได้อย่างง่ายๆ โดยการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอเท่านั้น

      8. สิวผดที่เกิดขึ้นจากอุปกรณ์แต่งหน้าที่ไม่สะอาด ถ้าหากคุณสาวๆเป็นคนที่ชื่นชอบการแต่งหน้า ก็ขอแนะนำให้ทำการเปลี่ยนอุปกรณ์สำหรับใช้ในการแต่งหน้าบ่อยๆ เพราะยิ่งใช้อุปกรณ์เหล่านี้นานมากเพียงใด ก็จะมีการสะสมตัวของเชื้อโรคมากขึ้นเท่านั้น

       ถ้าจะให้ดี หากคุณสาวๆสามารถหลีกเลี่ยงการแต่งหน้าให้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ ก็จะช่วยให้ใบหน้าห่างไกลจากสิวผดได้มากยิ่งขึ้น

การรักษาใช้ยาเพื่อรักษาสิวผด

      โดยปกติแล้ว แพทย์จะไม่ให้ยารักษาอาการสิวผด หากไม่มีอาการอักเสบ หรือเป็นสิวผดเห่อมากทั้งใบหน้า เช่น ในกรณีที่แพ้เครื่องสำอาง เป็นต้น แพทย์จะให้ทำการทายาสเตียรอยด์ในปริมาณน้อยๆ ในระยะเวลาอันสั้นที่สุด

      เนื่องจากยาดังกล่าวมีผลข้างเคียงค่อนข้างมาก เช่น ทำให้หลอดเลือดขยาย หน้าแดง แพ้ง่าย และผิวจะบอบบางลงมากกว่าเดิม นอกจากนี้การรักษาสิวผด ยังสามารถทำได้โดยการใช้ยาทา 2 ชนิด คือ

      1. ยาในกลุ่ม Benzoyl Peroxide โดยควรเริ่มจากการทาความเข้มข้นที่ต่ำที่สุดก่อน คือ 2.5% ทำการทาลงไปบนบริเวณที่มีสิวผด ทิ้งเอาไว้ประมาณ 5-20 นาที แล้วล้างออก สามารถทำการทาได้วันละ 1-2 ครั้ง ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของของแต่ละคน เมื่อทำการทดสอบแล้วว่าไม่มีอาการแพ้ จึงค่อยเพิ่มความเข้มข้นของยาไปที่ 5%

      2. ยาทากรดวิตามินเอ ควรเริ่มจากการทายาที่มีความเข้มข้นต่ำที่สุดก่อนเช่นกัน คือ 0.0125% หรือ 0.025% เมื่อไม่มีอาการแพ้ใดๆ แล้วจึงค่อยๆทำการเพิ่มความเข้มข้นไปเป็น 0.05% และควรทำการทาก่อนนอนเท่านั้น ไม่ควรทำการทางในช่วงเวลากลางวัน เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการแพ้แดดขึ้นได้

     ข้อควรระวังในการใช้ยาทั้ง 2 ประเภทนี้ ในการรักษาสิวผด คือ ในกรณีของคนที่แพ้ อาจจะทำให้เกิดอาการระคายเคืองได้ง่าย ซึ่งอาจจะทำให้ใบหน้าเกิดอาการเห่อแดงขึ้นได้

      สำหรับคนที่ไม่สามารถใช้ยาทั้ง 2 ชนิด ในการรักษาสิวผดได้นั้น ขอแนะนำให้ใช้ยาตัวอื่นที่ไม่ส่งผลให้เกิด ความระคายเคือง ที่มีส่วนผสมของ Resorcinol





ที่มา...kondoodee.com

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน