|
|
|
อีกครั้งเมื่อมิดไนท์เซลเวียนวนมาถึง ฉันก็ถือรายการสิ่งของที่ต้องซื้อตรงเข้าไปในห้างสรรพสินค้าใหญ่ในสยามสแควร์ในช่วงปลายอาทิตย์ก่อน ครั้งนี้จุดประสงค์ของฉันไม่ใช่การยืนลุ้นรางวัลพร้อมสังเกตการณ์เหมือนเมื่อคราวก่อน แต่คราวนี้ฉันไปเพื่อซื้อสิ่งของ “จำเป็น” ที่หมดลงพอดีค่ะ
ก่อนเดินเข้าไปยังจุดมุ่งหมาย ฉันหยุดยืนตั้งหลัก คิดคำนวณรวมราคารายการสิ่งของ จำเป็นทั้งหมดที่อยู่ในมือ เพื่อให้แน่ใจว่าคราวนี้จะไม่เกินงบประมาณที่ตั้งไว้ แต่รวมไปรวมมา ฉันเริ่มรู้สึกว่าน่าจะตัดบางรายการออกไปบ้าง เพื่อลดงบประมาณรายจ่ายของเดือนนี้ลง โดยเลือกจากของที่มีความจำเป็นต่อชีวิตน้อยที่สุดเป็นอันดับแรกๆก่อน
 แต่ไม่ว่าจะพยายามสักเท่าไร ฉันก็ไม่สามารถตัดใจได้สักที เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในลิสต์นั้น ดู “จำเป็น” ไปเสียหมด และถ้าจะบอกว่า สิ่งของที่อยู่ในรายการนั้นมีอะไรบ้าง คงต้องบอกตรงๆว่า นอกจากจะมีของใช้ในชีวิตประจำวันแล้ว ยังมีสิ่งของอีกประเภทหนึ่ง ซึ่งดูเหมือนคงไม่อาจขาดไปได้
นั้นก็คือ “ผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม” จำพวกดูแลผิว และแต่งแต้มเพื่อความสวยงามค่ะ
เอ๊ะ นี่ฉันเป็นพวกบ้าแต่งหน้า บ้าความงามหรืออย่างไร
คงจะไม่ใช่หรอกค่ะ เพราะต้องยอมรับว่าตอนนี้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและผลิตภัณฑ์แต่งแต้มเพื่อความสวยงาม ได้กลายเป็นสิ่งที่วนเวียนในชีวิตประจำวันของเรา จนทำให้การตัดสิ่งใดสิ่งหนึ่งออกไปนั้น จึงทำได้ยากลำบากยิ่ง
ผู้บริหารบริษัทนำเข้าเครื่องสำอางอันดับต้นๆของประเทศเคยกล่าวว่า หนึ่งในสิ่งที่ถูกผลกระทบน้อยมากที่สุดในช่วงเศรษฐกิจฟองสบู่แตกในประเทศไทยเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ก็คือ ”เครื่องสำอาง” และ “ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว” และแนวโน้มนี้ก็แทบจะไม่เปลี่ยนแปลงไป แม้เวลาจะผ่านมา
หลายคนอาจมองว่า สิ่งของเหล่านี้เป็นของฟุ่มเฟือย ซึ่งเรื่องนี้จะบอกว่าไม่จริงก็ลำบาก เพราะถ้ามองเรื่องราคา ตอนนี้ครีมบำรุงผิวส่วนใหญ่ในเคาน์เตอร์ห้างสรรพสินค้า ราคากระปุกละประมาณ 2,000 บาท และยังมีอีกไม่น้อยที่ราคาสูงถึงเกือบหมื่นบาท
ยิ่งไปกว่านั้น เวลาซื้อ ก็มักจะซื้อเป็นชุดๆ เพราะแต่ละชิ้นในชุดล้วนมีประโยชน์และทำหน้าที่ต่างกัน และส่วนใหญ่ยังแบ่งเป็นสำหรับตอนเช้าและตอนเย็น ทำให้จำนวนชิ้นที่ต้องใช้มีมากขึ้น จำนวนเงินที่ต้องจ่ายไป จึงเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย
ถ้าไม่แน่ใจว่าจ่ายไปเท่าไร ขอให้ลองรวมราคาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวบนโต๊ะเครื่องแป้ง หรือหน้ากระจกในห้องน้ำดู แล้วจะตกใจไปกับตัวเลขคร่าวๆที่คำนวณได้ค่ะ
แต่ใช่ว่าหญิงไทยเท่านั้นที่ใช้เงินในเรื่องสวยๆงามๆนะคะ ผู้หญิงญี่ปุ่นก็ใช้จ่ายในเรื่องนี้ด้วยเหมือนกัน
ทางเว็บไซต์ www.girlswalker.com ได้ทำการสำรวจเรื่องจำนวนเงินที่ผู้หญิงญี่ปุ่นใช้เพื่อความสวยความงามในแต่ละเดือน โดยแบ่งตามช่วงอายุดังนี้
ผู้หญิงญี่ปุ่นช่วงอายุ 10-19 ปี ใช้เงินในเรื่องของความสวยความงามประมาณ 7,000 เยนต่อเดือน (ประมาณ 2,100 บาท) ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนเงินที่น้อยที่สุดของการสำรวจ
ส่วนผู้หญิงญี่ปุ่นช่วงอายุ 20-24 ปีนั้น ใช้เงินในเรื่องนี้ประมาณ 12,500 เยนต่อเดือน (ประมาณ 3,750 บาท)
ต่อมาคือ ผู้หญิงญี่ปุ่นช่วงอายุ 25-29 ปี ที่ใช้เงินในเรื่องนี้ที่ประมาณ 14,000 เยนต่อเดือน (ประมาณ 4,200 บาท)
ผู้หญิงญี่ปุ่นช่วงอายุ 30-34 ปี ใช้เงินในเรื่องนี้ประมาณ 12,500 เยนต่อเดือน (ประมาณ 3,750 บาท)
และผู้หญิงญี่ปุ่นช่วงอายุ 35-39 ปี ใช้เงินในเรื่องของความสวยความงามที่ประมาณ 17,000 เยนต่อเดือน (ประมาณ 5,100 บาท) ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่สูงที่สุดของการสำรวจครั้งนี้
การที่ผู้หญิงญี่ปุ่นช่วงที่เป็นวัยรุ่นใช้เงินน้อยที่สุดในเรื่องสวยๆงามๆนั้น เป็นเพราะยังเป็นนักเรียน นักศึกษากันอยู่ การที่จะใช้จ่ายตามใจชอบได้นั้นยังคงมีข้อจำกัดอยู่ แต่พอเริ่มทำงาน มีรายได้เป็นของตัวเองจริงๆจังๆ จำนวนเงินที่ใช้จึงได้สูงขึ้น
แต่ที่น่าสังเกตคือ ผู้หญิงญี่ปุ่นช่วงอายุต้นๆ 30 กลับใช้เงินในเรื่องนี้น้อยกว่าผู้หญิงญี่ปุ่นช่วง 20 ปลายๆ อาจเป็นเพราะว่าผู้หญิงญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อยในช่วงอายุนี้ มักแต่งงานและมีครอบครัวแล้ว จึงทำให้ต้องให้เวลา ความใส่ใจ และใช้เงินไปกับการก่อร่างสร้างครอบครัวเป็นหลัก
ที่น่าสนใจอีกกลุ่มก็คือ ผู้หญิงญี่ปุ่นช่วงอายุ 35-39 ปี ที่ใช้เงินเพิ่มจากกลุ่มวัย 30 ต้นๆมากถึง 5,000 เยนต่อเดือน อาจมองได้ว่าผู้หญิงกลุ่มนี้เริ่มให้ความสำคัญกับความสวยความงามอีกครั้ง หลังจากที่ครอบครัวเริ่มคงที่ อีกทั้งยังเป็นช่วงที่ต้องดูแลรูปร่างหน้าตาอย่างจริงจังอีกครั้งก็ได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นจำนวนเงินที่ผู้หญิงญี่ปุ่นใช้เพื่อความสวยงามในแต่ละเดือนนั้น มีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้นเรื่อยๆ
ส่วนหญิงไทยจะเป็นเช่นไร ไม่มีการสำรวจอย่างเป็นทางการให้เปรียบเทียบได้ แต่ถ้าดูจากโปรโมชั่นลดแลกแจกแถมของเคาน์เตอร์เครื่องสำอางแต่ละแห่งแล้ว สงสัยจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ก็ยิ่งซื้อ ยิ่งแถม และถ้าซื้อเพิ่มอีกหน่อย ก็จะได้กระเป๋าใบใหญ่ไปถือเล่น และถ้าเพิ่มอีกนิดๆ จะได้ของแถมอีกชุดหนึ่งฟรี และยังได้สมัครเป็นสมาชิก พร้อมสะสมแต้มแบบดับเบิ้ลโบนัส แลกของสมนาคุณปลายปีได้อีกด้วย
ยิ่งฟัง ยิ่งคุ้ม ยิ่งคุ้ม ยิ่งซื้อ ทำให้ตัวเลขสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ถึงจะเป็นคนละสาเหตุกัน แต่ตัวเลขก็คงจะไม่หนีกันเท่าไร
เพราะฉะนั้นถ้ารู้อย่างนี้ มิดไนท์เซลคราวนี้ ขอตัดใจใช้จ่ายไม่ให้เกินงบประมาณค่ะ !!!
ที่มา .. ผู้จัดการออนไลน์ เรื่องที่เกี่ยวข้อง : 6 เรื่องที่ผู้หญิงไม่จำเป็นต้องรู้ผู้หญิงถูกภัยคุกคามหนัก ยากระตุ้นเซ็กซ์ขายเกลื่อนเน็ตผู้หญิงคนนั้น ชื่อ "แฟนเก่า"ภัยคอนโดฯ อันตรายใกล้ตัว ของผู้หญิงวันนี้ลดต้นขาสู่ขาเรียวสวยแต่งหน้าสวย โหงวเฮ้งดี รับทรัพย์ตลอดปีสาวพันปี แนะวิธี สวยอมตะผิวสวยใส ..ด้วย ไอออนโต (IonTo)อย.พบเครื่องสำอางห้ามใช้อีก 25 รายการ เตือนถึงขั้นเสียโฉมขอสตรีมีครรภ์ละเว้นเครื่องสำอาง อาจทำให้ลูกเป็นมะเร็งได้วิธีป้องกันการแพ้เครื่องสำอางอย.เตือนเครื่องสำอางอันตราย 23 ยี่ห้อ ใช้อาจหน้าพัง!!
|
|
|
|
|
|
|
|
|