Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 

เคล็ดลับสุขภาพ

ออกกำลังกายอย่างไรเรียกว่า “พอดี”

ออกกำลังกายอย่างไรเรียกว่า “พอดี”



      ไม่ว่าคุณพ่อคุณแม่จะชวนคุณลูกไปทำกิจกรรมวิ่งจ้อกกิ้งรอบหมู่บ้านตอนเย็นๆ เต้นแอโรบิกในสวนสาธารณะ ว่ายน้ำที่คลับเฮาส์ หรือจะเข้าฟิตเนส เพื่อความสนุกสนาน ร่างกายแข็งแรง แล้วยังกระชับความรักความสัมพันธ์ในครอบครัวไปด้วย... แต่คุณรู้หรือไม่ว่าการออกกำลังกายให้เหมาะสมพอดีกับแต่ละคน เราจะรู้ได้อย่างไรกันล่ะ??

       ยังมีใครอีกหลายๆ คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับความพอดีในการออกกำลังกายอยู่ โดยคิดว่านานๆ ครั้งได้ออกกำลังกายที จึงหักโหมออกกำลังกายอย่างหนัก เพราะคิดว่าจะชดเชยกับที่ห่างหายไปนาน แบบนี้เรียกว่าไม่สมดุลและกลับจะทำให้เกิดผลเสียกับสุขภาพมากกว่าผลดีเสียอีก เรามาดูวิธีที่ถูกต้องกันค่ะ

    ออกกำลังกายให้พอดีช่วยเสริมภูมิคุ้มกันแข็งแรง
       การออกกำลังกายที่เหมาะสม ควรทำอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกวัน หรืออย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 30 นาที ดีกว่าออกกำลังกายสัปดาห์ละ 1-2 วัน หรือนานๆ ครั้ง ครั้งละหนักๆ นานๆ การออกกำลังกายที่ถูกต้องจะมีผลดีต่อการทำงานของหัวใจและอวัยวะต่างๆ หากนานๆ ออกกำลังทีจะไม่ได้รับผลอย่างที่ควร หรือหากทิ้งช่วงการออกกำลังกายนานเกิน 3 สัปดาห์ ผลดีต่อสุขภาพที่เคยสะสมไว้ก็จะสูญไปด้วย ต้องกลับมาเริ่มต้นฮึดออกกำลังกายกันใหม่ ความสม่ำเสมอในการออกกำลังกาย จะเป็นการเสริมภูมิคุ้มกันร่างกายให้ป้องกันโรคได้ดียิ่งขึ้น ตรงกันข้าม ถ้าออกกำลังกายหนักๆ และนานกว่า 1 ชั่วโมงขึ้นไป กลับจะทำให้ภูมิต้านทานอ่อนแอลง นี่คือเหตุผลว่าทำไมบางคนคิดว่าตัวเองออกกำลังกายยิ่งหนัก แทนที่จะยิ่งแข็งแรงแต่กลับยิ่งป่วยบ่อยกว่าคนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอในระดับพอเหมาะ ความพอดีนั้นมีหลักการง่ายๆ คือ ถ้าหากเราเริ่มรู้สึกว่าเหนื่อยแล้ว ให้ต่อเวลาการออกกำลังกายไปอีกนิดแล้วค่อยๆ ลดระดับความเร็วลงก่อนหยุด เพื่อให้ร่างกายค่อยๆ บอกกับตัวเองว่าจะหยุดแล้วนะ!! 

    กล้ามเนื้อแข็งแกร่ง
      การออกกำลังกายสม่ำเสมอเป็นประจำจะช่วยพัฒนาสมรรถภาพของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นให้แข็งแกร่ง ทำให้ออกกำลังกายได้ทนทานนานขึ้นโดยไม่เจ็บปวดง่าย แต่การออกกำลังกายหนักหักโหมครั้งเดียว หรือนานๆ ออกกำลังกายทีอาจจะทำให้กล้ามเนื้ออ่อนล้าได้ง่าย เกิดการบาดเจ็บอักเสบได้ง่ายกว่า ฉะนั้นในช่วงแรกของการออกกำลังกายเราจึงควรค่อยๆ เพิ่มความเร็วหรือความหนักไปก่อน และต้องระลึกไว้เสมอว่า ก่อนและหลังออกกำลังกายทุกครั้งควรยืดเส้นยืดสาย เพื่อเป็นการเตรียมร่างกาย และเป็นการยืดคลายกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ จะช่วยลดอาการบาดเจ็บระหว่างและหลังการออกกำลังกายค่ะ 

    หัวใจฟิต
       หัวใจคนปกติที่แข็งแรงในช่วงเวลาออกกำลังกายจะเต้นได้สูงสุดถึง 220 ครั้งต่อนาที ขึ้นกับอายุและความหนักเบาของชนิดการออกกำลังกาย ดังนั้นอัตราเต้นของหัวใจที่พอเหมาะและให้ผลดีต่อสุขภาพเต็มที่ยามเมื่อเราออกกำลังกาย คือหัวใจเต้นเร็วขึ้นจากปกติ 70% ของอัตราเต้นสูงสุดของหัวใจตามอายุ ให้คำนวณจากสูตร (220-อายุ) x 70 % = จำนวนครั้งต่อนาที ตัวอย่างเช่น หากคุณอายุ 40 อัตราเต้นของหัวใจที่ให้ผลดีเมื่อออกกำลังกาย คือ (220-40) x 70% = 126 ครั้งต่อนาทีจะให้ผลดีเยี่ยมกับร่างกาย แต่ถ้าอัตราหัวใจเต้นมากกว่านี้ ขอบอกว่าเข้าขั้นอันตรายกรุณาชะลอการออกกำลังกายลงจะดีกว่าเพราะร่างกายกำลังทำงานหนักเกินไป

       เมื่อคุณและครอบครัวเริ่มต้นออกกำลังกายอย่างพอเหมาะพอดีกันแล้ว ต้องขอบอกว่าผลที่ได้ขอให้ใจเย็นๆ ค่ะอย่างเช่น คาดหวังว่าน้ำหนักตัวต้องลดลง วิ่งได้เร็วและนานขึ้นนั้น ซึ่งการจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีชัดเจนขึ้นอาจต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 4 – 8 สัปดาห์นะคะ ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายแต่ละคน แต่สิ่งที่สามารถเห็นได้ทันทีเมื่อออกกำลังกายจนเหนื่อยแล้วก็คือ คุณจะรู้สึกเบาสบายตัว กระฉับกระเฉงขึ้น มีพลังกายและพลังใจ หายเครียด

      การออกกำลังกายอย่างถูกต้องจึงเท่ากับเป็นการปรับสมดุลเสริมเกราะให้ทั้งสุขภาพกายและใจกันเลยทีเดียว



ที่มา...goodfoodgoodlife

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน