เคล็ดลับสุขภาพ

เซ็กซ์ HPV และมะเร็งปากมดลูก

เซ็กซ์ HPV และมะเร็งปากมดลูก

       จากสถิติข้อมูลที่มีการรวบรวมเอาไว้ เป็นที่น่าตกใจว่าโรคมะเร็งชนิดนี้เป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุด และเป็นสาเหตุทำให้ผู้หญิงทั่วโลกเสียชีวิต กล่าวคืออัตราผู้หญิงที่เป็นโรคมะเร็งปากมดลูกนั้น มีมากถึง  1.4 ล้านคนทั่วโลก แต่ยิ่งน่าตกใจขึ้นไปอีกคือในปี 2545 มีการตรวจพบผู้ป่วยใหม่โรคมะเร็งปากมดลูกในผู้หญิงประมาณ 500,000 ราย และเกือบ 275,000 ได้เสียชีวิตจากโรคนี้ นั่นก็หมายถึงครึ่งต่อครึ่งที่มีอัตราการเสียชีวิตจากโรคนี้เลยทีเดียว

 

       อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้นยังไม่มีใครหรือแพทย์ท่านใดระบุว่าโรคมะเร็งชนิดนี้เกิดจากอะไร บ้างก็บอกว่า ถ้าผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อยจึงทำให้เกิดโรคนี้ขึ้น บ้างก็บอกว่า จะเกิดขึ้นจากผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายที่ไม่ขลิบปลายอวัยวะเพศ แต่ความจริงก็คือ โรคมะเร็งปากมดลูก เกิดจากเชื้อไวรัส Human Papillomevirus ( HPV)

 

   เชื้อไวรัส HPV คืออะไร เกิดจากอะไรและ ร้ายแรงเท่าเชื้อ HIV ไหม?

 

       เป็นคำถามที่ นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสูติศาสตร์-นรีเวช รู้จักกันดีในคราบของพิธีกรรายการชูรักชูรส ได้ไขข้อข้องใจและอธิบายว่า เชื้อไวรัส HPV นั้นคือ ไวรัสชนิดหนึ่งที่พบได้โดยทั่วไป มีมากถึง 100 กว่าชนิด ส่วนมากจะไม่เป็นอันตราย ไม่ทำให้เกิดอาการใดๆและมักจะหายไปเอง ส่วนมากผู้ติดเชื้อ HPV จะไม่มีสัญญาณหรืออาการบ่งบอกแต่อย่างใด และในจำนวนนี้มี 30-40 ชนิด มักจะติดเชื้อตรงบริเวณอวัยวะเพศของทั้งหญิงและชาย

 

       ที่สำคัญคือการติดเชื้อไวรัสตัวนี้ เป็นการติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์เป็นส่วนใหญ่ โดยสามารถแบ่งเชื้อไวรัส HPV ออกได้เป็น 2 กลุ่ม คือ HPV 6 และ 11 และตัวอื่นในกลุ่มเดียวกันจะทำให้เกิดหูดที่อวัยวะเพศ กลุ่มนี้เป็นกลุ่มความเสี่ยงต่ำไม่ทำให้เกิดมะเร็ง แต่จะเป็นโรคหูดหงอนไก่ ซึ่งจะรักษาให้หายขาดได้ยาก ส่วนเชื้อไวรัส HPV ที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งปากมดลูกนั้น คือ HPV 16 และ 18 ซึ่งมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเป็นโรคนี้
      

      นพ.พันธ์ศักดิ์บอกด้วยว่า ผู้หญิงกลุ่มเสี่ยงต่อโรคมะเร็งปากมดลูก คือคนที่มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อย เพราะโอกาสจะมีคู่หลายคนสูง ผู้หญิงที่สูบบุหรี่ หรือได้รับควันบุหรี่มือสองมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งปากมดลูกสูงกว่าคนที่ไม่สูบบุหรี่ สาวโสดสนิทหากสูบบุหรี่มีโอกาสเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ เพราะในบุหรี่มีสารก่อมะเร็งถึง 3000 กว่าชนิดจะไม่ให้เป็นมะเร็งได้อย่างไร และถ้าผู้หญิงคนไหนคิดจะแต่งงานกับชายที่ภรรยาเสียชีวิตเพราะเป็นมะเร็งปากมดลูก ก็ถือว่าเป็นคนที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดในการเป็นมะเร็งปากมดลูกแน่นอน
      

       ส่วนเมื่อถามว่า HPV ป้องกันได้อย่างไร

 

     " อยู่คนเดียว ไม่ต้องแต่งงาน จะได้ไม่เป็น ซึ่งจะได้คำตอบกลับมาว่า เป็นไปไม่ได้ " นพ.พันธ์ศักดิ์ตอบแบบติดตลก
      

      นพ.พันธ์ศักดิ์อธิบายเสริมด้วยว่า มีผลวิจัยในต่างประเทศระบุว่า ในช่วงชีวิตของคนบนโลก มีเพศสัมพันธ์กัน เฉลี่ยแล้ว 10 : 1 คน และใน 8-10  คน จะมีผู้ติดเชื้อ HPV อยู่ในนั้นด้วย แต่สามารถลดความเสี่ยงและป้องกันการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้โดยรักษาความสัมพันธ์ทางเพศแบบสามีภรรยาเดียว ส่วนการใช้ถุงยางนั้น หากใช้อย่างถูกวิธีจะช่วยลดความเสี่ยงนี้ลง อย่างไรก็ตามยังไม่มีการยืนยันและประเมินผลชัดเจนถึงอัตราการลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อนี้โดยการสวมถุงยางอนามัย

 

      "ใช้ดีกว่าไม่ใช้แน่นอน ส่วนข่าวลือที่ว่าการตรวจภายรุนแรงมาก เจ็บมากเพราะอุปกรณ์ที่ใช้ในการตรวจ จริงแล้วขึ้นอยู่กับขนาดของอวัยวะเพศผู้หญิง หมอจะเลือกขนาดที่เหมาะสม เรื่องหมอสูตินรีเวชที่เป็นผู้ชาย สมัยนี้ หมอสูตินรีเวช ที่เป็นผู้หญิงก็มีถมเถไป ย้ำว่าควรตรวจภายในปีละ 1 ครั้ง ไม่เสียหาย แต่เท่าทุนหรือดีขึ้น" นพ.พันธ์ศักดิ์บอกเตือน

 

       ด้าน นพ.ภูอิศร์ จิระกอบชัยพงศ์ บอกว่า สำหรับผู้หญิงที่อยู่ในวัยเจริญพันธ์และมีเพศสัมพันธ์หรืออายุ 30 ปีขึ้นไป ควรที่จะต้องตรวจภายในปีละ 1 ครั้ง ซึ่งการตรวจมะเร็งปากมดลูกตั้งแต่เริ่มจะทำให้สามารถรักษาให้หายขาดได้
      

       ทั้งนี้ ปัจจุบันมีวัคซีนฉีดป้องกันมะเร็งปากมด ลูกจากไวรัส HPV 4 สายพันธุ์คือ สายพันธุ์ที่ 6,8,16,18 โดยต้องฉีดวัคซีน 3 เข็ม โดยหลังจากฉีดเข็มแรกแล้วจากนั้น 2 เดือนจะฉีดเข็มที่ 2 และเดือนที่ 6 ฉีดเข็มที่ 3 ซึ่งวัคซีนอยู่ระหว่างเสนอสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของไทยเพื่อนำเข้า คาดว่าภายในปี 2550 จะนำเข้าวัคซีนนี้ได้ ขณะที่ในต่างประเทศ มี 45 ประเทศใช้วัคซีนนี้ เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย เม็กซิโก ไต้หวัน ฮ่องกง มาเก๊า ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และสิงคโปร์
 

แหล่งที่มา : ผู้จัดการออนไลน์

 

Tags ?

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน