Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 

เคล็ดลับสุขภาพ

เด็กไทยมีพฤติกรรมเนือยนิ่งสูง นั่งอยู่กับที่ถึงวันละ 13 ชม.

เด็กไทยมีพฤติกรรมเนือยนิ่งสูง นั่งอยู่กับที่ถึงวันละ 13 ชม.



     สสส.เผยผลสำรวจพบเด็กไทยมีพฤติกรรมเนือยนิ่งค่อนข้างสูง กิจกรรมทางกายต่ำ นั่งอยู่กับที่ถึงวันละ 13 ชม. 35 นาที

     สสส. ผนึกเครือข่ายนานาชาติ เผยผลสำรวจ Report Card ในการประชุม ISPAH 2016 เป็นครั้งแรก พบเด็ก-เยาวชนไทยมีกิจกรรมทางกายอยู่ระดับปานกลาง แต่เนือยนิ่งค่อนข้างสูง พร้อมจับมือทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปสู่การแก้ปัญหาขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เพิ่มกิจกรรมทางกายระดับชาติ

      การมีกิจกรรมทางกายอย่างเพียงพอจำเป็นต่อประชากรทุกกลุ่มวัย โดยเฉพาะวัยเด็กอายุตั้งแต่ 6-17 ปี ที่กำลังมีพัฒนาทางร่ายกายพร้อมๆ กับพัฒนาการทางสมอง ที่ผ่านมาพบว่าเด็กไทยยังขาดการมีกิจกรรมทางกายอย่างเพียงพอต่อสุขภาพ และมีพฤติกรรมเนือยนิ่ง (Sedentary) คือการนั่งนิ่งอยู่กับที่ถึงวันละ 13 ชั่วโมง35 นาที ในขณะที่มีกิจกรรมทางกายในระดับปานกลางถึงหนักตามข้อเสนอระดับสากลไม่ถึงวันละ 60 นาที เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดภาวะอ้วนในเด็กที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลการศึกษาโครงการสำรวจกิจกรรมทางกายสำหรับเด็กและเยาวชนไทย หรือReportCard ที่มีการเผยแพร่เป็นครั้งแรก ในการประชุม ISPAH 2016 เป็นโอกาสสำคัญที่ไทยจะนำผลการสำรวจและข้อเปรียบเทียบนี้มาใช้เพื่อขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์เพื่อการส่งเสริมกิจกรรมทางกายอย่างเพียงพอต่อการมีสุขภาพสำหรับเด็กและเยาวชนไทยต่อไป

     สสส. เปิดเผยถึงรายงานผลการสำรวจสถานการณ์การมีกิจกรรมทางกายในเด็กและเยาวชนไทย ปี 2559 ว่าจากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างเด็กนักเรียนอายุ 6-17 ปี จำนวน 16,788 คน จาก 336 โรงเรียน ใน 27 จังหวัด 9 ภูมิภาคทั่วประเทศ และกรุงเทพมหานคร สรุปได้ว่า ค่าเฉลี่ยการมีกิจกรรมทางกาย ของเด็กไทยอยู่ระดับปานกลาง หรืออยู่ระดับเกรด C แต่มีพฤติกรรมเนือยนิ่งค่อนข้างสูง ซึ่งการสำรวจครั้งนี้ พิจารณาจากตัวชี้วัด 9 ด้าน โดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยหลักของไทยทั่วประเทศและองค์กรภาครัฐ ดังนี้

    1. ด้านการมีกิจกรรมทางกายทั่วไปในแต่ละวัน ประเมินจากการมีกิจกรรมทางกายรวมแล้วมากกว่า 60 นาทีต่อวัน ในช่วงเวลา 1 สัปดาห์ อยู่ระดับเกรดD-
    2. ด้านการมีโอกาสเข้าร่วมเป็นผู้เล่นในกิจกรรมการแข่งขันกีฬา อยู่ระดับเกรด C
    3. ด้านการเล่นที่ได้ออกแรง (เล่นกลางแจ้ง) อยู่ระดับเกรด F
    4. ด้านพฤติกรรมเนือยนิ่ง (นั่งนิ่งเป็นเวลานาน ๆ) อยู่ระดับเกรด D-
    5. ด้านการเดินทางที่ได้ใช้แรงกาย (การเดิน ขี่จักรยาน) อยู่ระดับเกรด B
    6. ด้านการสนับสนุนจากครอบครัวและเพื่อน อยู่ระดับเกรด B
    7. ด้านนโยบายโรงเรียนที่สนับสนุนให้มีกิจกรรมทางกาย อยู่ระดับเกรด C
    8. ด้านการสนับสนุนของชุมชนและการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เด็กได้เล่นกีฬา/ออกกำลังกาย อยู่ระดับเกรด C
    9. ด้านยุทธศาสตร์และการลงทุนภาครัฐ เพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางกายสำหรับเด็กและเยาวชนอยู่ระดับเกรด C

     ทั้งนี้ ผลที่ได้จากโครงการสำรวจ Report Card จะเป็นฐานข้อมูลสำคัญที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งร่วมเป็นภาคียุทธศาสตร์กับ สสส.มาโดยตลอด จะนำไปใช้เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานในการกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์การส่งเสริมกิจกรรมทางกายอย่างเพียงพอสำหรับเด็กและเยาวชนไทยให้มีสุขภาพกาย สุขภาพจิต สุขภาพทางสังคม และสติปัญญา พร้อมที่จะเป็นผู้รับภาระในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติในอนาคตอย่างเต็มศักยภาพต่อไป



ที่มา...สสส.

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน