Thaiza.com บันเทิง  ดูหนัง  ฟังเพลง  ผู้หญิง  กีฬา  วาไรตี้  ข่าวเด่น  เทคโนโลยี  เกมส์  แกลอรี่  ท่องเที่ยว  มือถือ  กล้องดิจิตอล  ดูดวง Trend  
หน้าแรกผู้หญิง ข่าวสารบทความ เซ็กส์ ความรัก เคล็ดลับสุขภาพ Beauty Tips Hair Intrend Hot Fashion แม่และเด็ก บอร์ดผู้หญิง
เคล็ดลับสุขภาพ


นอ.นพ.สุกิตติ ปาณปุณณัง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรับย้ายผู้ป่วย

       “เครื่องบิน” พาหนะที่ช่วยอำนวยความสะดวกและรวดเร็วให้คุณในการเดินทาง แต่ถ้าคุณมีปัญหาสุขภาพหรือตั้งครรภ์ ลองมาดูกันว่าคุณเป็นหนึ่งในข้อห้ามของการเดินทางด้วยเครื่องบินหรือไม่ และควรทำอย่างไรหากคุณต้องใช้เวลาในการบินนานๆ

    การเดินทางทางอากาศกับการเปลี่ยนแปลงในระบบสรีรวิทยาของร่างกาย
      การเดินทางทางอากาศมีความแตกต่างจากสภาพแวดล้อมบนพื้นโลกปกติ ซึ่งอาจทำให้มีการเปลี่ยนแปลงทางระบบสรีรวิทยาของร่างกายดังต่อไปนี้

     ภาวะพร่องออกซิเจน เมื่อเครื่องบินขึ้นสู่ที่สูงความหนาแน่นของอากาศจะลดลง ทำให้ปริมาณก๊าซออกซิเจนที่ใช้ในการหายใจลดลงไปด้วย ร่างกายจึงได้รับก๊าซออกซิเจนในการหายใจลดลง แต่เครื่องบินพาณิชย์จะทำการปรับความกดดันบรรยากาศของห้องผู้โดยสารให้อยู่ในระดับความสูง 5,000-8,000 ฟุต ในขณะที่ระดับความสูงภายนอกอยู่ที่ 30,000 ฟุต ในภาวะนี้ความกดดันของก๊าซออกซิเจนในห้องผู้โดยสารจะลดลงเหลือประมาณ 85% ของภาวะปกติ ซึ่งปริมาณก๊าซออกซิเจนในระดับนี้ไม่มีอันตรายใดๆ ต่อสุขภาพของผู้ที่มีสุขภาพปกติ แต่ในผู้ที่มีปัญหาสุขภาพร่างกายที่มีความไวต่อการขาดก๊าซออกซิเจน เช่น โรคหัวใจ โรคปอด โรคโลหิตจาง หรือโรคลมชัก อาจเกิดปัญหาขึ้นได้

     ความเปลี่ยนแปลงความกดดันบรรยากาศ ขณะทำการบินสูงขึ้นไป ความกดดันบรรยากาศจะลดลง และเมื่อทำการบินลงความกดดันของบรรยากาศจะเพิ่มขึ้น การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีผลต่อสรีรวิทยาที่สำคัญคือก๊าซ ซึ่งขังอยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ได้แก่ ก๊าซที่อยู่ตามโพรงหรือช่องตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น ช่องหูชั้นกลาง โพรงไซนัส โพรงรากฟัน ปอด กระเพาะอาหารและลำไส้ เมื่อบินสูงขึ้นไปก๊าซดังกล่าวจะขยายตัว เนื่องจากความกดดันบรรยากาศลดลง อาจทำให้เกิดแรงดันต่ออวัยวะส่วนนั้นๆ ทำให้เกิดอาการต่างๆ เช่น ปวดหู ปวดไซนัส แน่นหน้าอก แน่นท้อง มากกว่าปกติ 

   กลุ่มโรคต่างๆ ที่ควรทราบในการเดินทางโดยเครื่องบิน

      โรคติดเชื้อ ผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อทางเดินหายใจอาจกระจายไปสู่ผู้โดยสารอื่นได้หรือมีอาการเป็นที่น่ารังเกียจของผู้อื่น ไม่ควรเดินทางโดยเครื่องบินจนกว่าจะหายดีหรืออยู่ในภาวะที่ไม่ติดต่อแล้ว เช่น วัณโรคปอด ต้องกินยาจนตรวจเสมหะไม่พบเชื้อแล้ว
      โรคทางระบบสมอง ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดในสมองตีบหรือเส้นโลหิตในสมองแตก ซึ่งมีปัญหาเกี่ยวกับเซลล์สมองได้รับก๊าซออกซิเจนน้อยอยู่แล้ว เมื่อมาประสบภาวะพร่องก๊าซออกซิเจนจากการโดยสารเครื่องบินเพิ่มขึ้นจะทำให้เกิดอันตรายได้ ดังนั้นผู้ป่วยควรจะรอให้อาการทางสมองหายเป็นปกติหรือมีอาการคงที่อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนการเดินทาง
      โรคระบบทางเดินอาหาร ควรระวังเกี่ยวกับภาวะขยายตัวของก๊าซที่อยู่ในทางเดินอาหาร โดยปกติอากาศจะขยายตัวประมาณ 1.3 เท่าของปริมาตรในเครื่องบินโดยสารทั่วไป ดังนั้นผู้ป่วยที่มีการผ่าตัดในช่องท้องควรรอเวลาให้ก๊าซในช่องท้องถูกดูดซึมหมดก่อนซึ่งใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์
      ภาวะโลหิตจาง จะเสี่ยงอันตรายจากภาวะพร่องก๊าซออกซิเจนจากการเดินทางโดยเครื่องบิน ทำให้มีอาการมากขึ้น ดังนั้นในกรณีที่มีความเข้มข้นของฮีโมโกลบินต่ำกว่า 10 กรัม/เดซิลิตรต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ และถ้าค่าฮีโมโกลบินน้อยกว่า 7.5 กรัม/เดซิลิตร ก็ไม่ควรโดยสารทางอากาศ
      โรคเบาหวาน เนื่องจากการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงเวลา ทำให้เกิดความสับสนในการกินอาหารและยารักษาเบาหวาน สิ่งแรกที่ควรทำคือติดต่อสายการบินเพื่อขอให้จัดเตรียมอาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน และควรนำยารักษาเบาหวานติดตัวขึ้นเครื่องบินไปด้วยทั้งชนิดยาฉีดพร้อมอุปกรณ์และชนิดยากิน
      ภาวะทางจิตเวช ผู้ป่วยทางจิตเวชต้องได้รับคำรับรองจากแพทย์ผู้รักษาว่าอาการสงบและมีความปลอดภัยในการเดินทาง โดยทั่วไปผู้ป่วยที่มีภาวะทางจิตประสาทต้องไม่มีอาการใน 2 สัปดาห์จึงจะสามารถเดินทางได้ หากต้องการเดินทางก่อนต้องมีแพทย์เดินทางไปด้วย

   หญิงตั้งครรภ์เดินทางโดยเครื่องบินได้หรือไม่ ?

       การเดินทางโดยเครื่องบินไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อแม่หรือเด็ก แต่สิ่งที่ต้องคำนึงก็คือ การหลีกเลี่ยงการคลอดบนเครื่องบิน เพราะอาจเป็นอันตรายต่อทั้งแม่และเด็กได้ ดังนั้นการพิจารณาผู้โดยสารเหล่านี้จึงใช้หลักว่าไม่น่าจะมีการคลอดเกิดขึ้นบนเครื่องบิน

       อย่างไรก็ดีแม้ว่าการเดินทางในปัจจุบันจะมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น แต่สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์หลายๆ ท่านก็ยังมีความกังวลอยู่ไม่น้อยว่าในระหว่างตั้งครรภ์จะสามารถเดินทางด้วยเครื่องบินได้หรือไม่ ถ้าสามารถเดินทางได้ช่วงระยะเวลาไหนจึงจะเหมาะสมที่สุด และควรจะเตรียมตัวอย่างไรให้การเดินทางนั้นราบรื่นและปลอดภัยทั้งคุณแม่และคุณลูก

       สำหรับคุณแม่ที่มีสุขภาพครรภ์แข็งแรง ไม่มีภาวะแทรกซ้อนใดๆ สามารถเดินทางด้วยเครื่องบินได้ตามปกติ ซึ่งการเดินทางของคุณแม่ตั้งครรภ์จะถูกแบ่งออกได้เป็น 3 ช่วงดังนี้

            ไตรมาสที่ 1 (0-3 เดือน)
            การเดินทางในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์สามารถทำได้ แต่คุณแม่ควรจะเพิ่มความระมัดระวังและดูแลตัวเองให้มากขึ้น เนื่องจากในช่วง 3 เดือนแรกเป็นช่วงที่ยังเสี่ยงต่อการแท้งได้ง่าย นอกจากนี้ในคุณแม่บางรายอาจยังมีอาการแพ้ท้องอยู่ จึงทำให้ร่างกายรู้สึกอ่อนเพลียมากกว่าปกติ รวมทั้งทำให้รู้สึกไม่สบายตัวระหว่างการเดินทางได้ ถ้าคุณแม่ที่มีอาการแพ้ท้องมากควรรอให้ผ่านช่วงนี้ไปก่อนแล้วค่อยเดินทาง

            ไตรมาสที่ 2 (4-6 เดือน)
            การเดินทางของคุณแม่ตั้งครรภ์ในช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด เพราะผ่านช่วงความเสี่ยงต่อการแท้งของช่วง 3 เดือนแรกมาแล้ว ร่างกายแข็งแรงขึ้น สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงได้ดีขึ้น และอาการแพ้ท้องต่างๆ จะค่อยๆ หายไปเมื่อเข้าสู่ไตรมาสที่ 2 ทำให้คุณแม่รู้สึกผ่อนคลายและสบายตัวมากขึ้น

            ไตรมาสที่ 3 (7-9 เดือน)
            การเดินทางในไตรมาสที่ 3 จะเป็นช่วงที่มีข้อจำกัดจากทางสายการบินมากขึ้น เนื่องจากเป็นช่วงใกล้คลอด และเพื่อป้องกันการคลอดระหว่างเดินทาง สายการบินส่วนใหญ่จึงห้ามคุณแม่ที่มีอายุครรภ์มากกว่า 36 สัปดาห์เดินทาง และหากเป็นการตั้งครรภ์ที่ 2 ขึ้นไป บางสายการบินจะกำหนดห้ามบินไว้ที่ 32 สัปดาห์ แต่สำหรับการเดินทางระยะสั้นที่ใช้ระยะเวลาเดินทางไม่เกิน 4 ชั่วโมงอาจมีการยืดหยุ่นได้บ้าง ในช่วงอายุที่ 30-36 สัปดาห์ คุณแม่จะต้องมีใบรับรองแพทย์ซึ่งออกก่อนการเดินทางไม่เกิน 3 วัน

       การเลือกที่นั่งสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

         - ในด้านความสะดวกคือ ที่นั่งที่อยู่เก้าอี้แถวหน้า ริมทางเดิน
         - ในด้านความสบาย ควรอยู่ช่วงกลางลำและอยู่ระหว่างปีกของเครื่องบินทั้งสองข้าง เพราะเป็นช่วงที่มีแรงเหวี่ยงน้อยที่สุด

      เด็กและทารกที่ต้องเดินทางโดยเครื่องบิน

       สำหรับเด็กคลอดใหม่ควรรออย่างน้อย 48 ชั่วโมงก่อนการเดินทางบนเครื่องบิน เพื่อรอให้ระบบการหายใจเป็นปกติสมบูรณ์ดี
ปัญหาสำคัญของเด็กคือ การปวดหู สามารถแก้ไขได้โดยการพยายามให้เด็กดูดน้ำหรือนม หรือเคี้ยวขนมขณะเปลี่ยนแปลงระดับความสูงอาจจะช่วยได้บ้าง

   ผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดมีข้อจำกัดในการเดินทางโดยเครื่องบินหรือไม่ ?

        ในผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด ปัญหาจากการพร่องออกซิเจนมีความสำคัญมาก ที่ระดับความสูงภายในเครื่องบินประมาณ 8,000 ฟุต ความกดดันย่อยของออกซิเจนลดลง ทำให้ความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดลดลง ในคนปกติทั่วๆ ไปจะสามารถปรับตัวได้ด้วยการเพิ่มอัตราการหายใจและการเต้นของหัวใจ แต่ในผู้ป่วยโรคหัวใจบางรายก็ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ เช่น ต้องได้ออกซิเจนเพิ่ม หรือบางรายก็ไม่ควรเดินทาง

      เส้นเลือดหัวใจตีบ : ถ้าอาการคงที่ คือ อาการหายไปเมื่อพัก และสามารถเดินได้ไกล 50 เมตร หรือขึ้นบันไดเครื่องบินได้ โดยไม่เหนื่อยหรือเกิดอาการ สามารถเดินทางได้ แต่แพทย์ต้องมั่นใจว่าผู้ป่วยมียาติดตัวตลอดเวลา และควรมีการดำเนินการเพื่อมิให้เกิดความเครียดจากการเดินทาง

      กล้ามเนื้อหัวใจตาย : โดยทั่วไปควรรอถึง 6 สัปดาห์ และไม่มีภาวะหัวใจวายหรือเจ็บหน้าอก ก็สามารถเดินทางได้ สำหรับในรายที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อนถ้าต้องการเดินทางภายใน 2 สัปดาห์ แพทย์ของสายการบินจะเป็นผู้พิจารณาเอง แต่ในรายที่มีภาวะแทรกซ้อน ควรรอนานกว่านี้จนกว่าอาการจะคงที่มากขึ้น

      ภาวะหัวใจล้มเหลว (severe decompensated heart failure) : เป็นข้อห้ามในการเดินทาง ยกเว้นบางรายที่
       - ไม่มีอาการเจ็บหน้าอก
       - ไม่มีอาการหอบหรือหายใจตื้นขณะพัก
       - ถ้าสามารถเดินบนพื้นราบได้ไกล 50 เมตร หรือขึ้นบันไดเครื่องบินได้โดยไม่เกิดอาการ

      ผู้ที่ได้รับการผ่าตัดเส้นเลือดหัวใจ (coronary artery bypass grafting; CABG): ไม่น่าจะก่อให้เกิดปัญหาในการเดินทางถ้าหลังจากผ่าตัดไม่มีภาวะแทรกซ้อน ในรายที่หายเป็นปกติ บางรายเพียงแค่ 2 สัปดาห์ก็อาจเดินทางได้ โดยต้องมีการทดสอบเพื่อให้มั่นใจก่อนว่าอาการคงที่ และไม่มีภาวะหัวใจวายหรือการเต้นผิดจังหวะของหัวใจ

      ผู้ที่ได้รับการผ่าตัดขยายเส้นเลือดด้วยลูกโป่ง (percutaneous transluminal coronary angioplasty; PTCA): ในรายที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อนและสามารถทำกิจกรรมหลังการผ่าตัดได้เหมือนปกติแล้วจะไม่มีปัญหาในการเดินทางด้วยเครื่องบิน อย่างไรก็ตามควรทำการประเมินผลก่อนการเดินทาง

แนวทางในการพิจารณางดหรืออนุญาตการเดินทางของผู้โดยสาร
         ในกรณีทั่วไปสามารถใช้ใบรับรองแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยได้ แต่ในกรณีผู้ป่วยหนักที่จำเป็นต้องใช้ออกซิเจนหรือผู้ป่วยที่ต้องนอนไปตลอดทาง (stretcher) หรืออาการไม่คงที่ หรือเพิ่งผ่าตัด ผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด ผู้ป่วยเส้นโลหิตในสมองตีบหรือแตกภายใน 2 สัปดาห์ ผู้ป่วยที่ต้องได้อาหารพิเศษ และอื่นๆ ในกรณีที่ไม่แน่ใจ จำเป็นต้องเขียนใบ MADIF (medical information form) ส่งให้สายการบินก่อน โดยแต่ละสายการบินจะมีแพทย์ประจำสายการบินเป็นผู้พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งจะใช้เวลา 3-5 วันทำการก่อนเดินทาง

    ข้อแนะนำสำหรับผู้โดยสารที่ต้องเดินทางทางอากาศเป็นเวลานานควรปฏิบัติดังนี้    

    - มีการเคลื่อนไหว เช่น ขยับขาบ่อยๆ เพื่อให้เกิดการไหลเวียนโลหิตดีขึ้น หรือลุกมาเดินในห้องโดยสารทุกๆ ชั่วโมง

    - ไม่ควรนอนหลับในท่าที่ส่วนขาของร่างกายถูกกด หรือใช้ยานอนหลับ เพราะจะทำให้หลับลึก และไม่รู้สึกเวลาถูกกดทับเป็นเวลานานๆ

    - ดื่มน้ำให้เพียงพอก่อนขึ้นบินและขณะระหว่างบิน ควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในกรณีที่ต้องบินนานๆ เพราะทำให้ปัสสาวะบ่อยและเส้นเลือดขยายตัว ซึ่งเป็นสาเหตุส่งเสริมการเกิดเส้นเลือดที่ขาอุดตันได้

    - หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดแก๊ส เช่น น้ำอัดลม ถั่ว ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับทางเดินอาหาร เพราะแก๊สจะขยายตัวมากขึ้นเวลาเครื่องบินบินในระดับสูง

    - หากเลือกที่นั่งโดยพิจารณาถึงความสบาย ควรเลือกที่นั่งที่อยู่ช่วงกลางลำและอยู่ระหว่างปีกของเครื่องบินทั้งสองข้าง เพราะเป็นช่วงที่มีแรงเหวี่ยงน้อยที่สุด

    - มั่นใจว่ามีการเตรียมยาเป็นอย่างดี ครบถ้วน และติดตัวตลอดเวลา

    - ควรมีหนังสือหรือตารางแสดงการรับประทานยาแยกไว้ติดตัวอีกหนึ่งชุด กรณีที่ยาหายผู้ให้การช่วยเหลือคนอื่นจะได้ทราบถึงรายละเอียด

    - ควรมีการวางแผนการปรับขนาดและเวลาก่อนหน้าการเดินทางที่ต้องข้ามเส้นแบ่งเวลา

    - ผู้ป่วยที่ติดเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ (pacemaker) ควรถือ pacemaker card ติดตัวไปด้วย

    - ประสานกับสายการบินล่วงหน้า กรณีที่ต้องการอาหารพิเศษ ออกซิเจน หรือรถเข็น





ที่มา .... HealthToday

TAG : เดินทาง  เครื่องบิน 
 
 
คุณเห็นด้วยกับ ข่าว/บทความ นี้หรือไม่
เห็นด้วย   ไม่เห็นด้วย
จำนวนคนโหวต 0 คน
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %
 
 
บทความที่เกี่ยวข้อง

ออกกำลังกาย ขณะเดินทางกันดีกว่า

ออกกำลังกาย ขณะเดินทางกันดีกว่า
เข้าถึง 334 คน
ออกกำลังกาย
แสดงความคิดเห็น

เพศหญิงเครียดจัดเวลาเดินทาง

เพศหญิงเครียดจัดเวลาเดินทาง
เข้าถึง 3,624 คน
ความเครียด
แสดงความคิดเห็น

เทคนิคคงความสวยหลังการเดินทาง

เทคนิคคงความสวยหลังการเดินทาง
เข้าถึง 1,819 คน
ผู้หญิง
แสดงความคิดเห็น

ไอเท็มสุดฮิปสำหรับทริปการเดินทางสุดพิเศษ

ไอเท็มสุดฮิปสำหรับทริปการเดินทางสุดพิเศษ
เข้าถึง 1,066 คน
เสื้อผ้า
แสดงความคิดเห็น

เคล็ดลับกินให้ดียามเดินทาง

เคล็ดลับกินให้ดียามเดินทาง
เข้าถึง 942 คน
อาหาร
แสดงความคิดเห็น

เตารีดจิ๋ว พกพายามเดินทาง

เตารีดจิ๋ว พกพายามเดินทาง
เข้าถึง 2,061 คน
เสื้อผ้า
แสดงความคิดเห็น

แบบทดสอบตัวตนของคุณกับการเดินทาง

แบบทดสอบตัวตนของคุณกับการเดินทาง
เข้าถึง 1,241 คน
ความรัก
แสดงความคิดเห็น

ค้นพบตัวตน... ความรัก กับการเดินทาง

ค้นพบตัวตน... ความรัก กับการเดินทาง
เข้าถึง 1,217 คน
ความรัก
แสดงความคิดเห็น

เตรียมตัวอย่างไร เมื่อเดินทางช่วงตั้งท้อง

เตรียมตัวอย่างไร เมื่อเดินทางช่วงตั้งท้อง
เข้าถึง 3,857 คน
ครรภ์
แสดงความคิดเห็น
 
Hot Women !! ผู้หญิงอยากรู้
Beauty
Fashion
Health
women
กระเป๋า
การตั้งครรภ์
การแต่งหน้า
ความรัก
ทรงผม
บทความสุขภาพ
ผู้หญิง
แฟชั่น
รองเท้าแฟชั่น
ลดน้ำหนัก
วิธีแต่งหน้า
วิธีลดน้ำหนัก
สอนแต่งหน้า
สุขภาพ
เสื้อผ้าแฟชั่น


สดชื่นรับซัมเมอร์ด้วย”วิตามินซี”
สดชื่นรับซัมเมอร์ด้วย”วิตามินซี” หน้าร้อนแบบนี้ขอชวนคุณมาดับร้อนด้วยผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงซึ่งส่วนใหญ่มีรสเปรี้ยวจี๊ดได้ใจ
อาหารจานเดียวที่ทานที่เดียวถึงกับ 'อ้วน'
อาหารจานเดียวที่ทานที่เดียวถึงกับ 'อ้วน' เมนูยอดนิยมจะมีปริมาณแคลอรีเท่าไหร่กันบ้าง
สุขสมกับ .. 'จีสปอต'
สุขสมกับ .. 'จีสปอต' จุดซ่อนเร้นที่คุณผู้ชายสามารถสร้างความสุขสมอันล้นเหลือ
ทำอย่างไรเมื่อแฟนขอลั้นลา
ทำอย่างไรเมื่อแฟนขอลั้นลา ผมขอลั้นลาตามประสาผู้ชายได้มั้ยครับ?




ข่าวสาร บทความ อัพเดท
ดวงอาจตกได้ถ้าปลูกต้นไม้เหล่านี้
คำถามตอบตัวเองให้ชัวร์ ก่อนเปลี่ยนงาน
'มะเหมี่ยว' สาวใสวัย 15 คว้ามิสทีนไทยแลนด์ 2013
Dove Body wash พิสูจน์ผิวนุ่ม
'สวย หล่อ' แบบไหน คนอยากเข้าใกล้ และได้แฟน
อึ้ง หญิงสาวใช้วิธีบอกเลิกแฟนนอกใจแบบ'นิ่ม ๆ'
วัตสัน แนะนำ “เดอร์มา แอคชั่นพลัส แอดวานซ์ ซัน บายวัตสัน”
สิ่งที่คุณภรรยาควรรู้เมื่อต้อง “หย่า”
“แรงเลอร์”แนะนำวินเทจเดนิมคอลเลคชั่นล่าสุด“เวสเทิร์น เฮอริเทจ”
สีผมกับราศี
  บทความผู้หญิง
Hair ทรงผมอินเทรนด์
เทรนด์ผมเริ่ดๆ ตอกย้ำความเป็นสาวชิคแห่งปี เทรนด์ผมเริ่ดๆ ตอกย้ำความเป็นสาวชิคแห่งปี
 ยังเพิ่งจะต้นๆ ปี เผื่ออยากจะเปลี่ยนลุคกันบ้าง มาดูแฟชั่นทรงผมอินเทรนด์กันหน่อย
ทรงผมในชุดกี่เพ้ารับตรุษจีน ทรงผมในชุดกี่เพ้ารับตรุษจีน
เทศกาลตรุษจีนวนเวียนมาอีกครั้งนึงแล้ว
Fashion บ๊อบสั้นสะดุดจี๊ด Fashion บ๊อบสั้นสะดุดจี๊ด
Fashion ทรงผมที่เป็นที่นิยมไม่เคยตกคือFashionบ๊อบสั้น เพราะทรงผมบ๊อบสั้นนอกจากจะให้ความเก๋แล้วยังเป็นแฟชั่นที่สั้นจี๊ดน่าดูทีเดียว
ทรงผมบ็อบเท สวยเก๋ กระชากวัย ทรงผมบ็อบเท สวยเก๋ กระชากวัย
หากใครเบื่อทรงผมแบบเดิมๆลองหันมาหั่นผมสั้นเป็นบ็อบเทกันนะคะ
เปลี่ยนผมเปียธรรมดาๆ ให้ดูเก๋ไก๋กว่าเดิม เปลี่ยนผมเปียธรรมดาๆ ให้ดูเก๋ไก๋กว่าเดิม
ออกแบบทรงผมให้สะท้อนภาพของหญิงสาวที่มีรสนิยมสูง
Hair Intrend
Fashion แฟชั่นสำหรับผู้หญิง
เทรนด์กางเกง Two Tone Pants เทรนด์กางเกง Two Tone Pants
ช่วยทำให้ผู้ใส่ดูมีรูปร่างสูงโปร่ง ทำให้ขาเรียวยาวขึ้นได้อีกด้วย...
สีเล็บแฟชั่น รับซัมเมอร์ สีเล็บแฟชั่น รับซัมเมอร์
ผู้หญิงเราต้องอัพเดทเทรนด์ตามแฟชั่นให้ทันสมัย
เตรียมเที่ยวทะเล ... ด้วยแฟชั่นชิคๆ เตรียมเที่ยวทะเล ... ด้วยแฟชั่นชิคๆ
สรรหาเสื้อผ้าแฟชั่นสำหรับใส่ไปเที่ยวทะเลกันดีกว่า
แต่งตัวแนวๆ สไตล์ 'ใหม่ ดาวิกา' แต่งตัวแนวๆ สไตล์ 'ใหม่ ดาวิกา'
มาดูเสื้อผ้าแฟชั่นของสาวใหม่ ดาวิกา กันค่ะ..
เทรนด์แฟชั่น 2014 เทรนด์แฟชั่น 2014
มาดูแฟชั่นสำหรับซีซั่นนี้ว่าจะเข้ากับผู้หญิงอย่างเราหรือไม่ ตามเทรนด์กันหน่อย
Hot Fashion
อาหารบำรุงสมองลูก อาหารบำรุงสมองลูก
การกินอาหารที่มีโภชนาการสูงตรงตามวัยจะทำให้สมองของลูกพัฒนาไปอย่างรวดเร็วค่ะ ซึ่งจะมีอาหารอะไรบ้างที่มีสารอาหารช่วยเสริมสร้างและพัฒนาระบบสมอง
อากาศเปลี่ยนแปลง..รับมือลูกป่วย อากาศเปลี่ยนแปลง..รับมือลูกป่วย
ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ขนาดที่ผู้ใหญ่อย่างเรายังป่วย แล้วเด็กเล็กๆ ก็เพิ่มโอกาสป่วยได้มากกว่าหลายเท่า
ทำไมลูกน้ำหนักตัวน้อย ทำไมลูกน้ำหนักตัวน้อย
คุณแม่กำลังกังวลเรื่องน้ำหนักตัวของลูกน้อยกันอยู่หรือเปล่าคะ
ดูแลจุดซ่อนเร้นในช่วงตั้งครรภ์ ดูแลจุดซ่อนเร้นในช่วงตั้งครรภ์
เป็นอันที่รู้กันอยู่แล้วว่าจุดซ่อนเร้นของเพศหญิงมีความบอบบาง อับชื้นง่าย ยิ่งอยู่ในช่วงของการตั้งครรภ์
ยามีผลกับลูกในท้องแม่ไหม ? ยามีผลกับลูกในท้องแม่ไหม ?
 ควรปรึกษาแพทย์ว่าใช้อย่างไรจึงจะปลอดภัย เวลาคุณแม่ไปพบแพทย์ ควรแจ้งว่ากำลังตั้งครรภ์
แม่และเด็ก
ใบเตย-กิ๊บซี่
ใบเตย-กิ๊บซี่
แจ๊สกี้ : CLV
แจ๊สกี้ : CLV
จุ๋ย : เปรียว
จุ๋ย : เปรียว
พิชญ์สินี
พิชญ์สินี
หญิง รฐา : image
หญิง รฐา : image
พลอย เฌอมาลย์
พลอย เฌอมาลย์
 
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
- โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
- ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
- ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น

 
ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
*อย่าลืมกรอกรหัสลับด้วยค่ะ
*นามแฝง หรือ e-mail คุณ