เซ็กส์ ความรัก

"เริม_กับ_เซ็กส์"

"เริม_กับ_เซ็กส์"



"คุณหมอคะ คือว่า แฟนดิฉันเป็นเริมค่ะ แล้วดิฉันเองก็กลัวติดจากแฟน ดิฉันอยากทราบว่าปกติถ้าเริมไม่กำเริบนี้มีเซ็กส์กับแฟนแล้วจะติดไหมค่ะ

คือดิฉันกลัวมากเพราะทราบมาว่าโรคนี้เป็นแล้วไม่มีวันหาย แต่ดิฉันก็รักแฟนไม่อยากเลิกกัน เพราะเขาเป็นโรคเริม จึงอยากปรึกษาคุณหมอค่ะ

1.ปกติถ้าเริมไม่มีอาการมีเซ็กส์แล้วจะติดไหม

2.ปกติที่ติดเริมกัน เขาติดกันตอนมีอาการหรือไม่มี

3.ปกติถ้าสามีเป็นเริม ภรรยาต้องเป็นด้วยหรือเปล่า

ขอบคุณคุณหมอนะคะ


    ตอบ    "เริมที่อวัยวะเพศ" เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้บ่อยทีเดียว ข้อมูลจากซีดีซีของประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า คนในประเทศของเขาที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป 1ใน5 ราย เคยติดเชื้อเริมที่อวัยวะเพศ นอกจากนั้นขณะโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ เช่น ฝีมะม่วง แผลริมอ่อน ซิฟิลิส ลดลง โรคเริมยังเพิ่มขึ้น ใน 20 ปีที่ผ่านมา โรคนี้เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 30

อาการของโรคเริมที่อวัยวะเพศมี2 แบบ คือ ชนิดเป็นครั้งแรกเกิดหลังมีเพศสัมพันธ์กับคนที่มีเชื้อเริม2-3 วัน ถึง 2 สัปดาห์ อาการจะรุนแรงมาก คือมีตุ่มน้ำใสๆ จำนวนมากกระจายรอบๆ บริเวณช่องคลอด แคมเล็ก แคมใหญ่ รูปัสสาวะ เนื้ออ่อนใกล้ทวารหนัก กระทั่งในช่องคลอด หรือปากมดลูก ไม่กี่วันตุ่มเหล่านี้จะแตกออกเห็นเนื้อข้างใต้เป็นเนื้อแดงๆ คล้ายรอยธูปจี้ สร้างอาการปวดแสบปวดร้อน ปัสสาวะเจ็บแสบจนแทบจะร้องไห้ทุกครั้งที่ปัสสาวะ เจ็บขาหนีบเพราะต่อมน้ำเหลืองบริเวณนั้นบวมโตมีไข้ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ต้องใช้เวลารักษาตัว 2-4 สัปดาห์ จึงหาย

อีกชนิดคือ ชนิดกลับเป็นซ้ำ อาการมักจะไม่รุนแรง ขึ้นตุ่มใสๆ เพียงไม่กี่ตุ่ม ไม่ค่อยเจ็บ บางคนรู้สึกแสบๆ คันๆ เป็นประมาณ 1 สัปดาห์ ก็หายไปได้เอง

โรคเริมติดต่อกันผ่านการสัมผัสช่วงมีเพศสัมพันธ์โดยทั่วไปจะติดกันก็เมื่อขึ้นตุ่มเริมให้เห็น แต่...สามารถติดกันได้ในกรณีที่มีเชื้อเริมออกมาทางกระแสเลือดแม้ไม่มีตุ่มเริมให้เห็นอีกด้วย นั่นเองเป็นสาเหตุให้เริมแพร่มากขึ้นๆ หากสามีหรือภรรยาเป็นเริมอีกฝ่ายอาจจะโชคดีไม่เป็นเริมก็ได้ ถ้าภูมิต้านทานดี และไม่มีเพศสัมพันธ์ตอนอีกฝ่ายขึ้นตุ่มเริม หรือมีเชื้อเริมออกมาในกระแสเลือด

คนที่ติดเชื้อเริมถือว่าโชคร้ายเพราะเริมไม่หายขาด หลังติดเชื้อแม้ตุ่มเริมหาย เชื้อเริมจะไปอยู่ที่ปมประสาท นอกจากนั้นในคุณผู้หญิงที่มีการติดเชื้อเริมที่ปากมดลูก มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดมะเร็งปากมดลูก แม้เชื้อเริมไม่ก่อมะเร็ง แต่ส่งเสริมให้ไวรัสเอชพีวี เข้ามาก่อมะเร็งปากมดลูก

เริมรักษาไม่หายขาดแต่การใช้ยาต้านไวรัส อาจทำให้การกลับเป็นซ้ำลดน้อยลง ลดความรุนแรงลงได้ 

   เริมจะกลับเป็นซ้ำบ่อยในกรณีต่อไปนี้

* ร่างกายอ่อนแอมีโรคประจำตัวเช่น เบาหวาน ภูมิแพ้ มะเร็ง เอดส์ ได้รับสารเคมีบำบัด หรือรับประทานยาสเตียรอยด์กดภูมิคุ้มกันของร่างกาย


* เครียด ไม่ได้พักผ่อน

* ก่อนเป็นประจำเดือน* มีเพศสัมพันธ์รุนแรงที่ทำให้ผิวหนังและเยื่อบุได้รับการเสียดสีมาก 

   วิธีป้องกันการเกิดเริม

* หลีกเลี่ยงเพศสัมพันธ์กับคนที่มีเชื้อเริมหากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรใช้ถุงยางอนามัย ซึ่งไม่อาจป้องกันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เนื่องจากเชื้อเริมจะอยู่รอบๆ ทวารหนัก หรือส่วนที่ถุงยางอนามัยคลุมไม่ถึง* รักเดียวใจเดียวการมีเพศสัมพันธ์กับหลายๆ คน เสี่ยงต่อการติดเชื้อเริม

* แม้หลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะเริมสามารถติดกันได้แม้ไม่มีตุ่มเริมเกิดขึ้น แต่หากมีตุ่ม หรือสงสัยว่าตุ่มกำลังจะขึ้น (มีอาการแสบร้อน) ควรเว้นมีเพศสัมพันธ์กับคู่ครอง




ที่มา ... พญ.ชัญวลีศรีสุโข

Tags »

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน