Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 

เคล็ดลับสุขภาพ

เสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ...ที่ลูกหลานควรดูแล

เสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ...ที่ลูกหลานควรดูแล



     ประเทศไทยเริ่มก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุตั้งแต่ 10 ปีให้หลังที่ผ่านมา และในอีก 6 ปีข้างหน้าจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ คือจะมีสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุร้อยละ 25 ของประชากรทั้งหมด โดยจะเพิ่มมากขึ้นกว่าปัจจุุบันที่มีเพียงร้อยละ 10 จากประชากร 66 ล้านคน ผลพวงจากการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้มีเพียงสวัสดิการต่างๆที่อาจจะเพิ่มผลประโยชน์หรือการเสนอขยายอายุการเกษียณราชการจากเดิม60 ปีเป็น65 ปี เพื่อรองรับเท่านั้น แต่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องก็เติบโตมาพร้อมๆกันอย่างปฏิเสธไม่ได้ อันจะเห็นได้จากประเทศที่พัฒนาแล้ว อาทิ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และอังกฤษ โดยเฉพาะด้านการแพทย์ที่มีเทคโนโลยีทันสมัยทำให้สามารถลดอัตราการเสียชีวิตของผู้สูงวัยได้มากขึ้น

     แต่หากย้อนกลับมาดูถึงสาเหตุที่ทำให้การขยายตัวของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นนั่นเป็นเพราะค่านิยมการให้ความสำคัญกับผู้สูงวัยของลูกหลานน้อยลง อาจจะด้วยเหตุผลการทุ่มเทเวลาไปกับการทำมาหากินของลูกหลานที่มากเกินไป จนไม่สามารถเจียดเวลาเพื่อดูแลกลุ่มบุคคลเหล่านี้ได้อย่างทั่วถึง ผู้สูงอายุจึงต้องหาพี่พึ่งเพื่อให้สามารถช่วยเหลือตัวเองให้ได้มากที่สุดและใช้ชีวิตไอย่างมีความสุข ทำให้ธุรกิจการให้บริการ ผลิตภัณฑ์เพื่อผู้สูงวัยเติบโตอย่างก้าวกระโดดเพราะสามารถตอบโจทย์คนกลุ่มนี้ได้ดีที่สุด

     ไม่เพียงภาคธุรกิจเท่านั้นที่ให้ความสำคัญ แต่ภาครัฐที่มีนโยบายการขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0 ต่างก็มีนโยบายและมาตรการสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทย โดยหัวใจของการขับเคลื่อนคือการส่งเสริมอุตสาหกรรมพื้นฐาน 5 กลุ่ม ทั้งกลุ่มยานยนต์ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มอาหารแปรรูป กลุ่มท่องเที่ยว และกลุ่มเทคโนโลยีชีวภาพ รวมทั้งผลักดันให้เกิด 5กลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ คือ หุ่นยนต์ การบินโลจิสต์ อุตสาหกรรมชีวภาพ อุตสาหกรรมดิจิทัลและกลุ่มการแพทย์และสุขภาพที่ถือว่ามีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับผู้สูงอายุ

     แต่แม้กลุ่มอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพจะอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่แต่ในความเป็นจริงแล้วประเทศไทยมีศักยภาพในด้านบริการทางการแพทย์มานานจนได้รับความไว้วางใจจากชาวต่างชาติจำนวนมากที่เดินทางเข้ามาพำนักรักษาตัวกับสถานพยาบาลในประเทศไทยและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกๆปีจนอาจจะเรียกได้ว่าอนาคตไทยจะกลายเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ก็เป็นได้ สำหรับปลายปี 2559 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2560 ถือเป็นนิมิตรหมายอันดีที่รัฐบาลได้ส่งสัญญาณที่ดีต่อการสนับสนุนอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพ ผ่านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอโดยมี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ได้มีนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมการแพทย์แบบครบวงจร เพื่อสนับสนุนให้ภาคเอกชนทั้งไทยและต่างประเทศเข้ามาลงทุนผลิตหรือให้บริการทางการแพทย์ในทุกๆ ด้าน สอดคล้องกับการที่บีไอได้เปิดให้มีการส่งเสริมการลงทุนแก่กิจการผลิตยา กิจการผลิตเครื่องมือแพทย์ และกิจการบริการทางการแพทย์ในปัจจุบัน และเพื่อส่งเสริมให้มีการบริการครอบคลุมในทุกด้านมากที่สุด บีโอไอได้เปิดประเภทให้การส่งเสริมใหม่ 4 กิจการ ได้แก่

     1. กิจการบริการสาธารณสุขด้านแพทย์แผนไทย เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับการบริการในอนาคต
     2. กิจการศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง ทั้งด้านหัวใจ ด้านมะเร็ง และด้านไต ซึ่งก่อให้เกิดโรคที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตในลำดับต้นๆของคนไทย และเป็นโรคที่คร่าชีวิตผู้สูงวัยมากที่สุด
     3. กิจการสถานพยาบาล จะให้การส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่เฉพาะเพื่อเป็นการกระจายการให้บริการไปอย่างทั่วถึงสำหรับประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งจะช่วยลดระยะทางในการเดินทางมารักษาของผู้สูงอายุที่อยู่ไกลสถานพยาบาล
     4. กิจการบริการขนส่งผู้ป่วย แพทย์ หรืออุปกรณ์การแพทย์ ทั้งทางอากาศ ทางบก ทางเรือ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสถานพยาบาลได้รวดเร็ว

     ซึ่งกิจการต่างๆ ที่บีโอไอให้การส่งเสริม ถือเป็นการสนับสนุนให้ประเทศมีความพร้อมต่อการเข้าสู่ “สังคมผู้สูงวัย" อย่างสมบูรณ์ และเป็นสังคมที่มีคุณภาพไม่แพ้ประเทศที่พัฒนาแล้ว

     ไม่เพียงการสนับสนุนของภาครัฐเท่านั้นที่ให้ความสำคัญกับผู้สูงวัย แต่งานจัดงานของภาคเอกชนก็เริ่มมีให้เห็นกันบ้างกับการนำมิติขิงผู้สูงอายุมาเกี่ยวข้องแต่อาจจะยังไม่ครบวงจรเท่าไหร่นัก แต่การจัดงานอินเตอร์แคร์ เอเชีย 2017 ระหว่างวันที่ 6-8 กรกฎาคม 2560 นี้เล็งเห็นถึงความสำคัญของบุคคลที่เป็นเปรียบเสมือนร่มโพธิ์ร่มไทรของลูกหลาน และเพื่อให้การเข้าชมงานเกิดประโยชน์มากที่สุด จึงได้รวบรวมผู้ประกอบการไทยในการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุและผู้พิการที่มีศักยภาพ รวมถึงมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยให้สอดรับกับยุคไทยแลน์4.0 มาไว้ในงาน อาทิ หุ่นยนต์ที่หลายคนอาจจะมองว่าสามารถนำมาใช้ได้เฉพาะในด้านการบริการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการผลิต แต่ในงานนี้จะทำให้เห็นว่าหุ่นยนต์สามารถใช้ในการเป็นผู้ช่วยผู้สูงอายุได้เป็นอย่างดี ตลอดจนการยกระดับธุรกิจของคนไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลเนื่องจากปัจจุบันคนไทยสามารถพัฒนานวัตกรรมและบริการที่ตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้ดีอยู่แล้วเพียงแต่อาจขาดการนำเสนอและประชาสมพันธ์ โดยหวังว่าเวทีที่จัดขึ้นในงานจะสามารถเดินหน้าผลักดันธุรกิจเกี่ยวข้องและทำให้เกิดการพัฒนาต่อเนื่อง นี่จึงเรียกได้ว่า ไม่ว่าจะเป็นประชากรวัยใดในประเทศ ผู้ประกอบการไทยก็ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งเป็นที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่งว่าในอนาคตหากมีผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นกว่าปัจจุบันแล้วธุรกิจเกี่ยวเนื่องอาจจะขึ้นมาเป็นธุรกิจท็อป 5 ของประเทศและก่อให้เกิดการพัฒนาในด้านอื่นตามมาก็เป็นได้

     ท้ายที่สุดแล้วหากไม่มีธุรกิจเหล่านี้มารองรับผู้สูงอายุในบ้านเรา อาจจะก่อให้เกิดปัญหาอื่นๆตามมา ทั้งการเกิดอาการซึมเศร้าเนื่องจากผู้สูงอายุบางรายไต้องอยู่เพียงลำพังเพราะไม่มีบุตรหลานสืบทอด หรือคู่สมรสเสียชีวิตก่อน การเพิ่มจำนวนของผู้สูงอายุในสถานสงเคราะห์คนชราในทางกลับกันเจ้าหน้าที่ดูแลไม่เพียงพอ หรือการเกิดอุบัติเหตุใกล้ตัว ดังนั้นธุรกิจเหล่านี้จึงมีความจำเป็นเพราะไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ผู้สูงวัย แต่จะทำให้พวกเขาเหล่านั้นสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข มีค่าในสายตาของคนในสังคมและไม่รู้สึกว่าตนเองเป็นภาระของลูกหลาน



บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน