Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 

เคล็ดลับสุขภาพ

ไม่แอกทีฟ กินตามใจปาก ทำเด็กอ้วนเสี่ยงเบาหวาน

ไม่แอกทีฟ กินตามใจปาก ทำเด็กอ้วนเสี่ยงเบาหวาน



      เทรนด์การเลี้ยงลูกปัจจุบัน มีแนวโน้มทำให้เด็กเป็นโรคอ้วน ทั้งจากการกินอยู่แบบตามใจ ขาดการดูแล โภชนาการและการออกกำลังกาย ปัจจุบันประเทศไทยมีจำนวนผู้ป่วยเบาหวานมากกว่า 3 ล้านคน ในส่วนของเด็กและเยาวชน ร้อยละ 56 ตรวจพบโรคเบาหวานชนิดที่ 2 จากการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานในเด็กที่อ้วน ผิวหนังต้นคอหนาดำ มีประวัติครอบครัวเป็นโรคเบาหวาน ทั้งๆ ที่ยังไม่มีอาการผิดปกติ

     พญ.นวลผ่อง เหรียญมณี กุมารแพทย์เฉพาะทางด้านโรคต่อมไร้ท่อ เบาหวานและ การเจริญเติบโต ศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลพญาไท 2 เล่าว่า อุบัติการณ์ของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในเด็ก และวัยรุ่น ในประเทศไทย เพิ่มขึ้นในช่วงกว่า10-20 ปีที่ผ่านมา และพบแม้ในเด็กอายุน้อยกว่า 10 ปี เนื่องจากเด็กมีภาวะอ้วนมากขึ้น

     “เบาหวานในเด็กคือ ภาวะน้ำตาลในกระแสเลือดสูงกว่าเกณฑ์ปกติ ซึ่งในเบาหวานชนิดที่ 2 เกิดจาก ฮอร์โมนอินซูลินที่มีพอเพียงแต่ไม่สามารถทำงานได้ เนื่องจากเซลล์ร่างการดื้อต่อฮอร์โมนอินซูลิน ส่วนลักษณะบ่งชี้ของเด็กป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 มักพบในเด็กที่อ้วน ผิวหนังต้นคอ หนา ดำ เรียกว่า อะแคนโทสิส (Acanthosis negrican) มีประวัติครอบครัวเป็นเบาหวานหลายคน จะมีอาการร่วมคือปัสสาวะบ่อย ดื่มน้ำมาก ทางออกการรักษาเบื้องต้นคือ ให้ยาทานเพื่อกระตุ้นการทำงานของฮอร์โมนอินซูลิน และที่สำคัญ คือ การควบคุมอาหาร และการออกกำลังกาย
     “โรคเบาหวานในเด็กนั้นถ้าปล่อยไว้จะเกิดผลกระทบคือ ในภาวะฉุกเฉิน ทำให้เลือดเป็นกรดอ่อนเพลียซึม หายใจหอบลึก ขาดสารน้ำ เกลือแร่ในร่างกาย และในระยะยาว น้ำตาลในเลือดที่สูง ทำให้ไตเสื่อม จอประสาทตาเสื่อม ไขมันในเลือดสูง เส้นเลือดหัวใจตีบ ในอนาคตได้”

2 พฤติกรรมสุ่มเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานในเด็กอ้วน

    1. กินดะ - การรับประทานอาหารที่มีแป้งและน้ำตาลมากเกินไป

    ​ช่วงปิดเทอมของเด็กหลังยุคมิลเลนเนียมและการคืบคลานของนวัตกรรมไอที ลูกหลานของเรานั่งเฝ้ายูทูบ เกมส์ และทีวี ในมือมีป๊อบคอน แฮมเบอร์เกอร์ ไก่ทอด โดนัท น้ำอัดลม และน้ำหวานปรุงแต่งที่เติมน้ำตาลมหาศาลลงไป ทั้งหมดล้วนแต่เป็นอาหารหาซื้อง่ายแต่คุณค่าทางโภชนาการต่ำ หนำซ้ำยังหยิบยื่นน้ำตาล ไขมัน ตัวการสำคัญของความอ้วนและเบาหวาน

    2. ไม่ขยับ - การขาดการออกกำลังกาย

    อันที่จริงทุกโรคที่คืบคลานสู่ชีวิตทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ข้อสำคัญประการหนึ่งก็คือ ขาดความกระฉับกระเฉง ไม่ออกกำลังกายนั่นเอง ภาวะเด็กอ้วนนั้นสร้างปัจจัยสนับสนุนโดยตรงกับการสะสมของไขมันและน้ำตาล ยิ่งไม่แอกทีฟ ไม่จ๊อกกิ้ง ไม่เข้ายิม หรือไม่เล่นกีฬา ก็ยิ่งมีความเสี่ยงสูงที่เบาหวานกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขาตั้งแต่อายุยังน้อย

ป้องกันก่อนเบาหวานถามหา

     วิธีป้องกันอย่างยั่งยืนคือสร้างสุขลักษณะและนิสัยกินอาหาร 5 หมู่ที่มีประโยชน์ และออกกำลังกาย

    1. ออกกำลังกาย - ออกไปสัมผัสแดด

    เมื่อเด็กๆ ออกแรงและออกกำลังจะทำให้กล้ามเนื้อต้องใช้พลังงานมากขึ้น กล้ามเนื้อจะย่อยสลายแป้งที่สะสมไว้ และดึงน้ำตาลจากเลือดเป็นแหล่งพลังงาน ป้องกันภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ทางที่ดีมากๆ คือ ให้ออกแรง-ออกกำลังไปด้วย ได้ประโยชน์หลายทาง พร้อมรับแสงแดดอ่อนๆ ไปด้วย

    2. อย่าปล่อยอ้วน - น้ำหนักเกิน

    คีบหนังหน้าท้องของลูกๆ หลานดูว่า หนาเกิน 1 นิ้วหรือไม่ (ไม่ควรเกิน) การลดอ้วนลงพุงจำเป็นต้องใช้วิธีออกกำลัง ทางดีที่สุดคือ คาร์ดิโอหรือแอโรบิค เช่น เดินเร็ว เดินขึ้นลงบันไดตามโอกาส จักรยาน ฯลฯ สลับกับการออกกำลังต้านแรง เช่น ยกน้ำหนัก เพิ่มมวลกล้ามเนื้อและลดการสะสมของไขมัน
ปลูกฝังนิสัยและวินัยของพวกเขาว่าแม้จะอ้วนก็เป็นเด็กอ้วนที่ฟิต เพื่อที่วันหนึ่งจะโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่แข็งแรง หุ่นดี ปลอดโรค ข้อสำคัญระวังอย่าให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น และถ้าเพิ่มเมื่อไรให้รู้จักควบคุมและลดน้ำหนักด้วยวิธีที่ถูกต้อง

    3. คิดก่อนกินเสมอ

    เด็กๆ เป็นวัยที่ยังต้องการการเจริญเติบโต และอาหารครบหมู่ซึ่งมีรายละเอียดแตกต่างจากผู้ใหญ่ ให้เน้นว่าวันไหนที่ไม่ได้ออกแรง-ออกกำลังมาก ให้ลดแป้งขัดสี เช่น ข้าวขาว อาหารทำจากแป้ง ฯลฯ และน้ำตาลลง และลดน้ำตาลในรูปเครื่องดื่มทุกประเภท วิธีที่ดีคือ เปลี่ยนข้าวขาวเป็นข้าวกล้อง และเปลี่ยนขนมปังขาวเป็นขนมปังโฮลวีท อย่างน้อยครึ่งหนึ่ง ลดปริมาณอาหารสะดวกซื้อ และฟาสต์ฟู้ดยอดฮิตทั้งหลายแหล่ และเพิ่มผัก ผลไม้ และถั่วมากขึ้น



โรงพยาบาลพญาไท 2

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน