Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 

เคล็ดลับสุขภาพ

“ล้างจุดซ่อนเร้น” เรื่องเล็กๆ ที่ไม่ควรมองข้าม

“ล้างจุดซ่อนเร้น” เรื่องเล็กๆ ที่ไม่ควรมองข้าม



       สาวๆ หลายคนอาจละเลยการล้างจุดซ่อนเร้น เพราะมองว่าน้ำเปล่าอย่างเดียวก็เพียงพอ บ้างก็ว่าสบู่ที่ใช้ชำระล้างผิวกายก็ใช้ได้ จึงเกิดเป็นข้อสงสัยว่า ควรทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นของคุณผู้หญิงอย่างไรให้ถูกวิธี แล้วทำไมการใช้น้ำเปล่าอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอ ซึ่งต้องบอกเลยว่าในปัจจุบันมีหลายปัจจัยที่ก่อให้เกิดเหงื่อไคลในชีวิตประจำวัน ทั้งกิจกรรมที่ทำ สภาพอากาศ การสวมใส่เสื้อผ้า ทำให้เกิดการสะสมของแบคทีเรีย เชื้อรา จนทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์บริเวณจุดซ่อนเร้น ซึ่งสาเหตุนั้นมีมากมาย ดังนี้...

     - การทำความสะอาดที่ไม่เพียงพอ หลังจากเสร็จสิ้นธุระหนัก หรือธุระเบา ควรดูแลจุดซ่อนเร้นด้วยการใช้กระดาษชำระซับให้แห้งสะอาดทันที และควรเช็ดจากด้านหน้าไปทางด้านหลัง อย่าเช็ดจากด้านหลังมาด้านหน้าเด็ดขาด เพื่อเป็นการป้องกันเชื้อโรคที่ตกค้างจากอุจจาระเข้าสู่ช่องคลอด

     - การสวมกางเกงใน หรือเสื้อผ้าที่คับรัดจนเกินไป เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เหงื่อออกตามจุดอับต่างๆ จึงทำให้จุดซ่อนเร้นมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ขึ้นมาได้ ควรเลือกสวมกางเกงใน หรือเสื้อผ้าที่สามารถระบายอากาศได้ดี และไม่คับอัดแน่นจนเกินไป เพื่อให้อากาศในบริเวณนั้นระบายได้สะดวก

     - ในช่วงมีประจำเดือน ปากมดลูกนั้นเปิดขยายอยู่ จึงทำให้เชื้อโรคหรือแบคทีเรียบุกเข้าไปได้ง่ายกว่าช่วงเวลาปกติ หากดูแลจุดซ่อนเร้นไม่ดี อาจจะเป็นสาเหตุให้มดลูกและปีกมดลูกเกิดการติดเชื้อได้ วิธีที่จะปกป้องจุดซ่อนเร้นให้ห่างจากการติดเชื้อ คือ ทำความสะอาดให้หมดจด เปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยๆ เพื่อช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียแล้ว

     - จุดซ่อนเร้นเสียสมดุล เพราะจุดซ่อนเร้นมีกรดแลคติค ที่ช่วยปรับสภาพแวดล้อมภายในช่องคลอดให้เป็นกรดอ่อนๆ ทำหน้าที่ป้องกันการเข้ามารุกรานของเชื้อโรคต่างๆ หากกรดแลคติค ภายในจุดซ่อนเร้นลดลงก็อาจทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่างๆ ขึ้นมาได้ ซึ่งสาเหตุนี้เกิดมาจากการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นที่ไม่เหมาะสมนั่นเอง

      นอกจากนี้คุณสาวๆ จำนวนไม่น้อย ต้องพบเจอกับปัญหาตกขาวที่เกิดจากเชื้อราในช่องคลอด จะมีสีขาวหรือเหลือง และเป็นก้อนคล้ายนมบูด มีกลิ่นเหม็นอับ ปัสสาวะแสบขัด โดยช่องคลอดจะเกิดการระคายเคืองจนทำให้คันยิบๆ แทบทนไม่ได้ ซึ่งบางท่านมีอาการรุนแรงมากคันมาถึงบริเวณขาหนีบและมีอาการแสบแดง ซึ่งถ้าตกขาวมีสีเขียวปนเหลือง เป็นฟองมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ และมีอาการคันร่วมด้วยแล้ว ให้นึกถึงโรคพยาธิในช่องคลอด โดยสาเหตุต่างๆ ของการเกิดเชื้อราในช่องคลอด มีดังนี้

     - เกิดจากความอับชื้น ถ้ายิ่งรัด ยิ่งอับ เชื้อราจะมาได้ง่าย และหากยิ่งเราใช้สบู่ที่มีค่า pH ไม่สมดุลร่วมด้วย เชื้อโรคดีๆ ในช่องคลอดของเราก็จะถูกทำลาย ซึ่งเมื่อไม่มีอาวุธมาต่อสู้กับเชื้อราแล้วก็มีโอกาสเป็นได้เหมือนกัน

     - การใส่แผ่นอนามัย โดยไม่เปลี่ยนระหว่างวันหรือใส่เป็นเวลานานๆ เพราะแผ่นอนามัยจะทำให้ยิ่งเกิดความอับชื้นเป็นทวีคูณ ซึ่งข้อนี้คุณหมอแนะนำว่า หากไม่ได้อยู่ในช่วงที่มีรอบเดือนไม่ควรใส่แผ่นอนามัยจะดีกว่า

     - ยาปฏิชีวนะ บางท่านเป็นหวัดเรื้อรัง หรือเป็นสิว ต้องกินยารักษาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตัวยาจะไปทำลายเจ้าเชื้อแบคทีเรีย “แลคโตบาซิลลัส” ที่มีหน้าที่ฆ่าเชื้อราในช่องคลอด ทีนี้จึงเป็นโอกาสให้เชื้อราเจริญเติบโตอยู่ภายในช่องคลอด ทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ตามมา ดังนั้น ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ควรรับประทานยาปฏิชีวนะ ติดต่อกันเป็นเวลานาน

     และอีกสาเหตุที่หลายท่านกังวลใจ เนื่องจากโรคดังกล่าวมักไม่ได้ติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์ และสำหรับสิ่งที่ควรทำเมื่อสงสัยว่าจะเกิดโรคนี้ขึ้นกับตัวเอง มีดังต่อไปนี้...

     1. เบื้องต้นแนะนำว่าให้ทานโยเกิร์ตหรือนมเปรี้ยวให้มากเข้าไว้ เพราะ “แลคโตบาซิลลัส” ช่วยคุณได้

     2. พักผ่อนให้พอ ไม่เครียด ทำร่างกายให้แข็งแรง จะได้มีภูมิต้านทานอยู่เสมอ

     3. ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นที่มี pH สมดุล และมีส่วนผสมของแลคโตบาซิลลัส

     4. ใส่ชั้นในเป็นผ้าฝ้ายหรือผ้าที่ระบายอากาศได้ดี เวลาซักทำความสะอาดแล้ว ควรตากในที่แดดส่องถึง

     5. สำหรับคนที่เริ่มมีอาการของโรคช่องคลอดติดเชื้อรา ควรเปลี่ยนชุดชั้นในใหม่ทั้งหมด หรือควรต้มในน้ำเดือด 10-15 นาที แล้วตากแดดให้แห้งก่อนนำมาใช้ใหม่

     6. อาการของโรคสามารถรักษาได้ด้วยการใช้ยารับประทาน และยาสอดหรือยาเหน็บ แต่วิธีการรักษาที่ดีที่สุดคือการไปพบแพทย์ด้วยตัวเอง ไม่แนะนำให้ซื้อยามาใช้เอง เพราะอาจจะไม่ตรงกับโรค ทำให้อาการที่เป็นอยู่อาจยิ่งลุกลามและรุนแรงขึ้นอีกได้

     ที่สำคัญเมื่อเกิดอาการแล้วก็ไม่ควรปล่อยปละละเลย เพราะอาจทำให้เชื้อโรคลุกลามเกิดการอักเสบ เป็นฝีที่ปีกมดลูกต้องผ่าตัด จนถึงขั้นต้องตัดมดลูกหรือปีกมดลูกทิ้ง ดังนั้นหากพบสิ่งผิดปกติเกี่ยวกับการตกขาวต้องรีบรักษาหรือพบแพทย์โดยด่วน

      รวมทั้งการหันมาใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นโดยเฉพาะ ที่มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ใกล้เคียงกับธรรมชาติของจุดซ่อนเร้น เพื่อรักษาสมดุลและป้องกันเชื้อแบคทีเรียจากภายนอก จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้เกิดความสะอาดตรงจุดซ่อนเร้นได้เป็นอย่างดี เพื่อความสะอาดอย่างอ่อนโยน และทำให้การใช้ชีวิตประจำวันของคุณสดใส มั่นใจ ยิ่งขึ้น


โดยแพทย์หญิงศุภกัญญา สุภาสัย
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์ผิวหนัง ความงาม และการชะลอวัย
ข่าวประชาสัมพันธ์ โดย บริษัท โฟร์ฮันเดรท จำกัด

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน