Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 

เคล็ดลับสุขภาพ

10 พฤติกรรมทำลายสมองที่ควรหยุดตั้งแต่วันนี้

10 พฤติกรรมทำลายสมองที่ควรหยุดตั้งแต่วันนี้



       ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสมองนั้นคืออวัยวะที่สำคัญอย่างหนึ่งในร่างกาย โดยเป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดชิ้นหนึ่งและเป็นตัวแทนศูนย์กลางการควบคุมร่างกาย หน้าที่และความรับผิดชอบของสมองนั้นมีอยู่มากมายเช่นเดียวกันกับข้อมูลต่างๆ ที่คุณต้องเก็บไว้จำนวนมหาศาล

      ดังนั้นโครงสร้างอันเปราะบางของสมองจึงสามารถได้รับอันตรายได้อย่างง่ายดาย มิหนำซ้ำยังจะก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพอีกมากมาย และนี่ก็คือพฤติกรรมทั้ง 10 ชนิดที่มีส่วนในการทำลายสมองซึ่งเผยแพร่โดยองค์กรอนามัยโลก

     1. ไม่กินข้าวเช้า
      อาหารเช้าคือมื้ออาหารที่มีความสำคัญมากที่สุด แต่คุณคงรู้ดีว่ายังมีผู้คนอีกมากที่ติดนิสัยหลีกเลี่ยงการกินอาหารเช้า รวมไปถึงกลุ่มที่มีแนวโน้มต้องการลดปริมาณน้ำตาลในเลือด อย่างไรก็ตาม หลังจากการอดอาหารในมื้อเย็น และยังลามมาถึงการอดหารในมื้อเช้านั้นจะทำให้สมองขาดสารอาหารที่จำเป็น หากทำเช่นนี้จนเป็นนิสัยแล้วล่ะก็ เตรียมใจไว้ได้เลยว่าสมองของคุณกำลังเสี่ยงอันตรายอยู่นั่นเอง!

     2. นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ
      การที่คุณนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอเป็นระยะเวลายาวนานนั้นจะส่งผลให้สมองตายเร็วขึ้น การนอนหลับเป็นการพักผ่อนที่ถูกต้องและช่วยซ่อมแซมร่างกายจากความเครียดตลอดทั้งวัน ดังนั้น การนอนหลับจึงควรอยู่ในลำดับความสำคัญต้นๆ ของคุณ

     3. บริโภคน้ำตาลมากเกินไป
      น้ำตาลต่างเป็นส่วนประกอบหลักที่ซ่อนอยู่ในเครื่องดื่มและอาหารที่คุณบริโภคอยู่ทุกวัน หากลองลดปริมาณน้ำตาลดูบ้าง แน่นอนว่าคุณจะมีสุขภาพดีขึ้นอย่างแน่นอน เนื่องจากการบริโภคน้ำตาลในปริมาณมากจะทำลายความสามารถของร่างกายในการดูดซึมสารอาหาร และจะนำไปสู่ภาวะขาดสารอาหาร ซึ่งจะพัฒนาต่อไปเป็นความผิดปกติของสมอง

     4. กินเยอะเกินไป
      แน่นอนว่าการกินเยอะๆ นั้นจะเพิ่มน้ำหนักในร่างกายของคุณ ท้องอืด ทำลายความมั่นใจในตัวเองและอำนาจในจิตใจ นอกจากนี้ยังส่งผลให้หลอดเลือดแดงในสมองแข็งตัว

     5. สูบบุหรี่
      การสูบบุหรี่ เป็นหนึ่งในนิสัยที่มีความอันตรายสูง นอกจากผลกระทบข้างเคียงอื่นๆ แล้ว มันยังก่อให้เกิดการหดตัวของสมอง ซึ่งเกี่ยวข้องกับภาวะสมองเสื่อม อาทิ โรคอัลไซเมอร์

     6. นอนคว่ำหน้า
      อาจฟังดูแปลกสำหรับบางคน แต่การนอนคว่ำหน้าจะลดปริมาณออกซิเจนในขณะที่หลับ คุณอาจจะรู้สึกเวียนหัวหรือรู้สึกว่ากำลังขาดอากาศ นอกจากนี้ การนอนคว่ำหน้ายังจะนำไปสู่อัตราเสี่ยงของการสูดเอาคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปในปริมาณมากเกินไป

     7. มลพิษทางอากาศ
       หากคุณไม่สามารถเดินทางไปในที่ต่างๆ กับหน้ากากหายใจได้ตลอดทั้งวัน คุณก็คงไม่สามารถปกป้องตัวเองจากมลพิษได้เท่าที่ควร ระบบสมองที่สมบูรณ์นั้นต้องการปริมาณออกซิเจนจำนวนมหาศาล ดังนั้นการสูดดมมลพิษเข้าไปในร่างกายมากๆ นั้นจะลดปริมาณออกซิเจนให้น้อยลง และส่งผลกระทบต่อสมรรถภาพการทำงานของสมองในที่สุด

     8. สมองทำงานหนักในขณะที่ป่วย
      การอาศัยอยู่ในโลกที่ทุกคนไม่มีเวลาและต้องเร่งรีบอยู่ตลอดเวลานั้น ผู้คนจำนวนมากจึงต้องทำงานต่อไปในขณะที่ป่วยและเลือกที่จะไม่พักผ่อน อย่างไรก็ตาม ความเจ็บป่วยเป็นสัญญาณที่กำลังบ่งบอกว่าร่างกายและสมองต้องการหยุดพัก ดังนั้นหากคุณยังดันทุรังทำงานต่อไปก็อาจจะมีผลต่อสมองและก่อให้เกิดความเจ็บป่วยเช่นเดียวกัน

     9. ไม่พูดไม่จา
      การพูดคุยจะช่วยสนับสนุนในเรื่องพัฒนาการและการเจริญเติบโตของสมอง ดังนั้นการพูดคุยอย่างชาญฉลาดก็จะช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับสมอง และการทำงาน

     10. ขาดการกระตุ้นความคิด
      การคิดวิเคราะห์ช่วยให้การทำงานของระบบสมองพัฒนาขึ้น ดังนั้นอาวุธชิ้นนี้จึงสามารถพัฒนาสมองและช่วยเปิดหนทางสู่จิตใจได้อย่างชาญฉลาด

      การยืดหยุ่นและปรับตัวของสมองยืนยันให้เห็นว่าการทำงานของจิตใจค่อยๆ ดีขึ้น มิฉะนั้นสมองของคุณจะค่อยๆ หดตัวและทำให้คุณค่อยๆ สูญเสียความสนใจ ความพยายามที่น้อยลงก็จะลดทักษะความสามารถของคุณเช่นกันนั่นเอง

      เห็นมั้ยล่ะว่าสมองเป็นอาวุธที่ล้ำเลิศขนาดไหน ดังนั้นจงรักษาสมองของคุณไว้ และหาทางพัฒนาสมองในวิธีอื่นๆ ต่อไป เช่นนั้นแล้ว อวัยวะในร่างกายส่วนนี้ก็จะสร้างปาฏิหาริย์ให้คุณได้เห็นแน่ๆ





www.healthyfoodhouse.com

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน