Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 

เคล็ดลับสุขภาพ

6 อาหารอุดมเอนไซม์ช่วยเสริมสร้างระบบย่อยอาหาร

6 อาหารอุดมเอนไซม์ช่วยเสริมสร้างระบบย่อยอาหาร



     หากพูดถึง เอนไซม์ (Enzyme) คุณผู้อ่านบางท่านอาจจะยังสับสนถึงชนิดหรือโครงสร้างทางเคมีของมัน สำหรับเจ้าเอนไซม์นี้มีลักษณะเป็นกลุ่มของโปรตีนที่อาศัยอยู่ในเซลล์ร่างกายของมนุษย์เรา มีมากกว่า 3000 ชนิดซึ่งแต่ละชนิดก็มีหน้าที่เฉพาะตัวของมันเอง โดยพื้นฐานแล้วเอนไซม์เป็นกลุ่มโปรตีนที่มีหน้าที่ช่วยย่อยอาหารและดูดซึมสารอาหารเพื่อหล่อเลี้ยงร่างกายในส่วนต่างๆ

     นอกจากนี้ ร่างกายของมนุษย์เรายังต้องการเอนไซม์เพื่อการดูแลอีกหลายปัจจัย เช่น ช่วยสร้างพลังงานดูดซึมออกซิเจน รักษาแผล ต่อต้านการติดเชื้อ บรรเทาอาการอักเสบ เติมสารอาหารให้กับเซลล์ต่างๆ กำจัดสารพิษในร่างกาย สลายลิ่มเลือด กำจัดไขมันในเลือด ควบคุมฮอร์โมนและยังช่วยชะลอความแก่ก่อนวัยได้อีกด้วย

     เมื่อภายในร่างกายของคุณมีปริมาณเอนไซม์น้อยกว่าปกติจะส่งผลให้คุณรู้สึกเหนื่อยง่ายและอ่อนแอ สำหรับสาเหตุที่ทำให้การผลิตเอนไซม์น้อยลงนั้นมาจากอุปนิสัยการกินของเรานั่นเอง เช่น การทานอาหารสำเร็จรูป หรือทานอาหารรสชาติหวานเป็นประจำ อีกทั้งยังรวมไปถึงการใช้ยาปฏิชีวนะมากเกินความจำเป็น

     ดังนั้นเราสามารถทำอะไรได้บ้างเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเอนไซม์ขึ้นมาให้เพียงพอต่อทุกๆ เซลล์ในร่างกาย คำตอบก็คือการเลือกรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยเอนไซม์นั่นเองค่ะ Thaiza รับรองว่าอาหารเหล่านี้ เพื่อนๆ ต้องคุ้นเคยเป็นอย่างดี และยังหาซื้อได้ง่ายอีกด้วยค่ะ

     1. สับปะรด

     ในสับปะรดมีสารประกอบชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า บรอมีเลน (bromelain) ซึ่งมีสรรพคุณในการต่อต้านเซลล์มะเร็งและอาการอักเสบ และยังมีเอนไซม์ที่สำคัญอีกหลายชนิด เช่นเอนไซม์ที่ช่วยย่อยโปรตีน ลดการจับตัวของเกล็ดเลือด และช่วยยับยั้งการเกิดเนื้องอก

     2. อะโวคาโด้

     อะโวคาโด้ คือผลไม้ยอดฮิตในหมู่ผู้รักสุขภาพและสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลาย ซึ่งเจ้าอะโวคาโด้นี้มีกรดไขมันปริมาณมากที่สุดในบรรดาผลไม้แทบทุกชนิด ทำให้เกิดเอนไซม์ที่ชื่อว่า ลิเพส (lipase) ซึ่งร่างกายต้องการเพื่อช่วยย่อยสลายไขมันและยังสามารถช่วยบรรเทาอาการอาหารไม่ย่อยได้อีกด้วย

     3. กล้วย

     นอกจากโพแทสเซียมที่มีอยู่มากในกล้วยแล้วยังมีเอนไซม์ที่แตกต่างกันอีก 2 ชนิดชื่อว่า อะไมเลส (amylase) และมอลเทส (maltase) ซึ่งแต่ละชนิดก็มีหน้าที่แตกต่างกันคือ อะไมเลสจะช่วยย่อยอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต ซึ่งปะปนอยู่กับน้ำลายของเรา นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเวลาเราเคี้ยวอาหารจำพวกแป้งและเกิดรสหวานส่วนมอลเทสจะช่วยย่อยน้ำตาลในร่างกาย

    4. เกสรผึ้ง

     ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อค่ะว่าเกสรผึ้งเป็นแหล่งของสารอาหารเกือบทุกชนิดที่มนุษย์ต้องการ อีกทั้งยังมีเอนไซม์ที่จำเป็นต่อร่างกายของเราอีกมากมายเช่น ไฟโตนิวเทรียนท์และโคเอนไซม์ซึ่งมีหน้าที่กระตุ้นเอนไซม์ชนิดอื่นๆ ให้ทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ในเกสรผึ้งยังมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง เพื่อนๆ สามารถนำเกสรผึ้งไปผสมกับข้าวโอ๊ต สมูทตี้ และของว่างอื่นๆ ที่โปรดปรานค่ะ

     5. มะละกอ

     มะละกอเป็นแหล่งของเอนไซม์ Proteolytic หรือเอนไซม์ช่วยย่อยโปรตีน มีทั้งหมด 4 ชนิดซึ่งในมะละกอนี้จะมี ปาเปน (papain) ดำรงอยู่มากมาย หน้าที่ของเจ้าปาเปนก็คือการบำรุงให้ระบบย่อยอาหารมีสุขภาพดี อีกทั้งยังช่วยย่อยเนื้อสัตว์และโปรตีนชนิดอื่นๆ ที่เราทานเข้าไปได้เป็นอย่างดี อ้อ! มีสารช่วยต่อต้านการอักเสบอีกด้วยนะคะ

     6. อาหารหมักดอง

     เพื่อนๆ บางคนอาจจะไม่โปรดปรานอาหารหมักดองเท่าไหร่นัก แต่เชื่อเถอะค่ะว่าอาหารหมักดองหลายๆ ชนิด อย่างกิมจิ โยเกิร์ต และนมเปรี้ยวนั้นเป็นแหล่งของสารอาหารชั้นเยี่ยมเลยทีเดียว ซึ่งการจะรับประทานผักดองแต่ละชนิดนั้น เราต้องแน่ใจก่อนว่ามีกรรมวิธีที่ถูกต้องและสะอาดเสียก่อนนะคะ เหล่าอาหารหมักดองนั้นมีจุลินทรีย์โปรไบโอติก (Probiotic) ที่ช่วยให้กระบวนการย่อยอาหารมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

     หากเพื่อนๆ คนไหนที่กำลังรู้สึกว่าทานอะไรเข้าไปก็เหมือนว่ามันจะไม่ค่อยย่อยหรือรู้สึกอึดอัดในร่างกายก็ลองรับประทานอาหารทั้ง 6 ชนิดที่เราแนะนำกันได้นะคะ นอกจากจะช่วยย่อยแล้วยังมีคุณประโยชน์อีกมากมายต่อร่างกายของเราอีกด้วย



Sources: www.davidwolfe.com
www.medthai.com
www.foodnetworksolution.com

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน