Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 

เคล็ดลับสุขภาพ

7 ภัยเงียบที่บ่งบอกว่าร่างกายของคุณกำลังต้องการแคลเซียม

7 ภัยเงียบที่บ่งบอกว่าร่างกายของคุณกำลังต้องการแคลเซียม



     เมื่อพูดถึงแร่ธาตุที่สำคัญต่อร่างกาย แร่ธาตุหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ “แคลเซียม” นั่นเอง เราเชื่อว่าคุณผู้อ่านแทบทุกคนต้องเคยถูกปลูกฝังให้ดื่มนมเยอะๆ จะได้สูง เพราะในนมที่เราดื่มกันนั้นจะมีแคลเซียมอยู่ปริมาณมากและนมยังเป็นแหล่งแร่ธาตุที่สำคัญอย่างแคลเซียมอีกด้วย ซึ่งในความเป็นจริงแล้วยังมีอาหารอีกหลายชนิดที่มีแคลเซียมดำรงอยู่ เช่น น้ำส้ม ปลาตัวเล็กตัวน้อย (ที่สามารถเคี้ยวและกลืนได้ทั้งตัว) ปลาซาร์ดีน กุ้งแห้ง บล็อกโคลี เต้าหู้อ่อน งาดำ ถั่วขาว เมล็ดอัลมอนต์ นมถั่วเหลือง และถั่วแระ เป็นต้น

     โดยปกติแล้ว มนุษย์เราต้องแคลเซียมในปริมาณที่แตกต่างกัน The National Institutes of Health ได้ระบุว่ามนุษย์เพศหญิงและชาย อายุตั้งแต่ 19-50 ปี ต้องการแคลเซียมวันละ 1000 มิลลิกรัม ส่วนมนุษย์เพศหญิงที่มีอายุมากกว่า 51 ปี และเพศชายที่มีอายุมากกว่า 71 ปี ต้องการแคลเซียม 1200 มิลลิกรัมต่อวัน เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก อีกทั้งยังช่วยซ่อมแซมในส่วนที่สึกหรอ

    หากร่างกายของมนุษย์เราขาดแคลนแคลเซียม จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง? อาจเกิดผลเสียและเป็นอันตรายต่อร่างกายของเราได้ เช่น

    1. ฟันผุ

    หากคุณมีปัญหาเกี่ยวกับฟันจนต้องเข้าพบหมอฟันเป็นประจำ นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายของคุณกำลังขาดแคลนแคลเซียม เมื่อร่างกายของคุณได้รับสารอาหารดังกล่าวไม่เพียงพอมันจึงจำเป็นที่จะต้องดึงแคลเซียมมาจากทุกส่วนของร่างกาย รวมถึงฟันของคุณด้วยเช่นกัน

    2. สูญเสียความจำในระยะสั้นๆ

    เมื่อใดก็ตามที่คุณบริโภคอาหารที่ไม่สามารถให้ปริมาณแคลเซียมเพียงพอได้ ระบบต่างๆ ในร่างกายก็จะเริ่มทำงานอย่างผิดปกติ เนื่องจากแคลเซียมนั้นมีบทบาทสำคัญในการช่วยปล่อยสารสื่อประสาท (neurotransmitters) ซึ่งเป็นสารเคมีที่มีหน้าที่ในการนำ, ขยาย และควบคุมสัญญาณไฟฟ้าจากเซลล์ประสาทเซลล์หนึ่งไปยังอีกเซลล์หนึ่ง ดังนั้น หากร่างกายขาดแคลนแคลเซียม มันก็จะส่งผลต่อระบบประสาทให้เกิดอาการเช่น อาการมึนงงหรือสูญเสียความจำไปชั่วขณะ

    3. เล็บเปราะ หรือเล็บฉีก

    รู้หรือไม่ว่า เล็บมือและเล็บเท้าของคุณนั้นก็เป็นแหล่งสะสมแคลเซียมเช่นเดียวกันฟันและกระดูก หากคุณสังเกตเห็นว่าเล็บเริ่มมีความเปราะบาง หรือฉีกหักได้ง่าย นั่นก็แปลว่าร่างกายของคุณกำลังขาดแคลนแคลเซียม รีบหาอาหารบำรุงแคลเซียมโดยด่วน!

    4. ตะคริว หรือชักกระตุก

    แคลเซียมยังมีบทบาทสำคัญต่อระบบกล้ามเนื้อ หากกล้ามเนื้อเกิดอาการชักกระตุกหรือเป็นตะคริวบ่อยครั้ง ก็อาจเป็นสัญญาณของการขาดแคลนแคลเซียมได้เช่นกัน

    5. นอนหลับยาก

    ปัญหาการนอนหลับยาก หรือหลับๆ ตื่นๆ กลางดึกเกิดขึ้นได้เมื่อสุขภาพร่างกายของคุณไม่สมบูรณ์พอ ซึ่งอาจรวมถึงการขาดแคลนแคลเซียม เพราะแคลเซียมนั้นมีส่วนช่วยร่างกายในการผลิตฮอร์โมนเมลาโตนิน ที่ส่งผลโดยตรงต่อการนอนหลับของคุณ เมื่อร่างกายและสมองเข้าสู่ภาวการณ์หลับลึก ปริมาณแคลเซียมก็จะสูงขึ้น ฉะนั้นแล้วหากคุณพบว่าไม่สามารถหลับได้อย่างเต็มอิ่ม ร่างกายอาจกำลังต้องการแคลเซียมอยู่ก็เป็นได้

    6. อาการเหน็บชาหรือมึนงง

    เช่นเดียวกับอาการชักกระตุกของกล้ามเนื้อ และตะคริว เมื่อปริมาณแคลเซียมในร่างกายมีน้อยเกินไปก็จะส่งผลเสียต่อเส้นประสาททำให้เกิดอาการเหน็บชาที่มือและเท้า

    7. อาการชัก

    โดยปกติแล้ว ร่างกายของคุณต้องการแคลเซียมเพื่อช่วยเสริมการทำงานของระบบกล้ามเนื้อและสารสื่อประสาทให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อร่างกายของคุณมีแคลเซียมไม่เพียงพอก็อาจนำไปสู่การชักเกร็งของกล้ามเนื้อ แม้แต่กับคนที่รักษาสุขภาพหรือออกกำลังกายเป็นประจำ

     เห็นมั้ยล่ะว่าแคลเซียมมีความสำคัญต่อมนุษย์เรามากแค่ไหน เพื่อนๆ อย่าลืมสังเกตสุขภาพและร่างกายของตนเองประจำหากมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ใส่ใจในอาหารการกินให้มากขึ้น นอกเหนือจากความอร่อยแล้วร่างกายยังต้องการแร่ธาตุและสารอาหารไปหล่อเลี้ยงร่างกายให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ





Sources: www.davidwolfe.com
www.healthline.com

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน