เซ็กส์ ความรัก

การนับวันไข่ตก

การนับวันไข่ตก



     การคุมกำเนิดแบบนับวันไข่ตก ถือเป็นวิธีการคุมกำเนิดตามธรรมชาติที่ดีอีกแบบหนึ่ง โดยมีหลักการว่าถ้ามีการร่วมเพศในจังหวะที่ไม่มีการตกไข่ของเพศหญิง ตัวสเปิร์มในอสุจิก็ไม่มีโอกาสที่จะไปปฏิสนธิกับไข่ได้ แต่ก็ต้องรู้อีกด้วยว่าสเปิร์มเมื่อเข้าไปสู่ในร่างกายเพศหญิงแล้ว สามารถมีชีวิตรอดอยู่ได้อีกประมาณ 3-4 วัน การนับช่วงไข่ตกจึงต้องเผื่อก่อนการมีไข่ตกไว้ก่อนไข่ตก 4 วัน ส่วนไข่เมื่อตกแล้วก็สามารถมีชีวิตอยู่ได้ประมาณ 7 วัน การมีเพศสัมพันธ์จึงต้องรอให้ไข่ฝ่อไปก่อนจึงจะปลอดภัย

  คำนวณระยะปลอดภัย สูตรกรรมกร

คิดว่าทุกคนคงเคยได้ยินสูตรมหาชนที่ว่า “หน้า 7 หลัง 7” นั่นคือ ก่อนมีประจำเดือน 7 วันจนถึงหลัง 7 วัน เป็นระยะปลอดภัยที่จะมีเพสสัมพันธ์กันโดยไม่ตั้งครรภ์

  คำนวณระยะปลอดภัย สูตรบัณฑิต

ให้บันทึกความยาวของรอบเดือนแต่ละรอบเดือนเป็นเวลา 1 ปี แล้วหาค่ารอบเดือนที่ห่างที่สุด และระยะรอบเดือนที่สั้นที่สุด 2 ค่า
รอบเดือนที่สั้นที่สุด – 18 = วันหัวของช่วงที่ไม่ปลอดภัย
รอบเดือนที่ยาวที่สุด – 11 = วันท้ายของช่วงที่ไม่ปลอดภัย
สมมุติว่าประจำเดือนรอบที่สั้นที่สุดคือ 25 วัน และประจำวันเดือนรอบที่ยาวที่สุดคือ 32 วัน เอาเข้าสูตรได้ 25-18 = 7 และ 32-11 = 21 เป็นวันหัวและวันท้ายของช่วงไม่ปลอดภัยตามลำดับ
นั่นหมายความว่า วันที่ 1-6 ของรอบเดือน และวันที่ 22-วันสุดท้ายของรอบเดือนเป็นระยะปลอดภัย (นับวันแรกที่มีประจำเดือนเป็นวันที่ 1) 



  คำนวณระยะปลอดภัยสูตร Professional

       วิธีนี้อิงอยู่บนพื้นฐานของความรู้ที่ว่า Progesterone จะมีผลทำให้อุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้นเล็กน้อย การเปลี่ยนแปลงนี้เองที่เรานำมาใช้กะระยะเวลาที่ไข่จะตก โดยพบว่าถ้าวัดอุณหภูมิร่างกายขณะพักทุกวัน ในวันที่ไข่ตก ร่างกายจะมีอุณหภูมิลดลงกว่าปกติเล็กน้อยแล้วกลับขึ้นมาสูงอีกครั้งหนึ่งหลังจากการตกไข่ได้ผ่านไปแล้ว
       การหาวันตกไข่ก็สามารถทำได้โดยวัดอุณหภูมิร่างกายทุกวันแล้วจดบันทึกเขียนกราฟกำหนดให้แกนตั้งเป็นอุณหภูมิที่วัดได้ ส่วนแกนนอนเป็นวันที่ที่จดบันทึกไว้เรื่อยๆ แล้วดูระยะห่างของจุดที่กราฟอุณหภูมิร่างกายลดลง เก็บเป็นค่าเฉลี่ยไว้ จะได้ประมาณการวันที่ไข่ตกครั้งถัดไปได้ เมื่อได้ระยะตกไข่แล้วก็ให้เผื่อเวลาระยะปลอดภัยไว้โดยมีเพศสัมพันธ์ก่อนที่จะมีไข่ตกสัก 7 วันเป็นอย่างน้อย


ข้อควรจำ

     1. วิธีการนับวันไข่ตกนี้จะมีประสิทธิผลสูงที่สุดก็ต่อเมื่อผู้หญิงคนนั้นมีประจำเดือนมาสม่ำเสมอ และจะมีประสิทธิผลน้อยลงในกรณีที่ประจำเดือนไม่มาสม่ำเสมอ มาสั้นบ้าง ยาวบ้าง
     2. แม้ในรายที่ประจำเดือนมาสม่ำเสมอแล้วก็ตาม ประสิทธิผลของวิธีการนับวันตกไข่ก็ยังมีความผิดพลาดจากการเลื่อนเข้าออกของประจำเดือนได้บ้าง จึงควรใช้วิธีการคุมกำเนิดแบบอื่นเช่น ถุงยางอนามัยร่วมด้วยเสมอ ถ้าต้องการอะไรที่แน่นอน 100%
     3. ข้อควรทราบอีกข้อหนึ่งก็คือความถี่ของการมีเพสสัมพันธ์ก็มีผลต่อประสิทธิภาพของการคุมกำเนิดด้วยวิธีนี้ ในบางตำรากล่าวว่า ถ้าความถี่ของการมีเพสสัมพันธ์มีมากกว่า 3-4 ครั้ง/สัปดาห์ก็อาจมีโอกาสตั้งครรภ์ได้มากขึ้น เนื่องจากวิธีการนี้เป็นวิธีการคุมกำเนิดที่เป็นธรรมชาติมากๆ และไม่มีผลข้างเคียงทางสุขภาพ ถ้าไม่ซีเรียสกับประสิทธิผลของการคุมกำเนิดให้ได้ 100% ก็เป็นวิธีที่น่าใช้





Tags ?

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน