เคล็ดลับสุขภาพ

อย่ากลัว! หากเบาหวานขึ้นตา

อย่ากลัว! หากเบาหวานขึ้นตา


    เบาหวานเป็นโรคที่มีความผิดปกติในการหลั่งฮอร์โมนอินซูลินที่สร้างโดยตับอ่อน หรือมีการสร้างอินซูลินเป็นปกติ แต่ร่างกายไม่สามารถนำอินซูลินไปใช้ได้ มีผลทำให้ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดสูงขึ้น 

  ผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานพบได้ 2 ประเภท คือ

ประเภทแรก เกิดเนื่องจากตับอ่อนไม่สามารถสร้างฮอร์โมนได้ตามปกติ เบาหวานกลุ่มนี้พบได้มากในเด็กและวัยรุ่น

ประเภทที่สอง เกิดเนื่องจากร่างกายไม่สามารถนำอินซูลินที่หลั่งโดยตับอ่อนไปใช้ได้ เบาหวานชนิดนี้มักพบในผู้ใหญ่ โดยพบประมาณร้อยละ 90 ของเบาหวานทั้งหมด

สาเหตุของโรคเบาหวาน เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น มีความผิดปกติในยีน เป็นกรรมพันธุ์ หรือมีปัจจัยจากสิ่งแวดล้อม

อาการที่พบได้ คือ ปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำ น้ำหนักลด เหนื่อยง่าย แต่ผู้ป่วยโรคเบาหวานอาจไม่แสดงอาการเหล่านี้ และจะทราบต่อเมื่อเกิดโรคแทรกซ้อนแล้ว

การวินิจฉัยโรค โดยการตรวจหาระดับน้ำตาลในเลือด

 โรคแทรกซ้อนที่สำคัญในผู้ป่วยเบาหวาน คือ


1. จอประสาทตาเปลี่ยนแปลง เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดตาบอดและสายตาพิการ

2. ไตวาย เกิดเนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงที่หลอดเลือดฝอยที่ไต ทำให้ไตไม่สามารถทำหน้าที่ได้ตามปกติ

3. โรคหัวใจ พบว่าเป็นสาเหตุการตายในผู้ป่วยเบาหวานถึงร้อยละ 50

4. ประสาทเปลี่ยนแปลงจากเบาหวาน มีการชาตามปลายมือ ปลายเท้า

5. เท้าเป็นแผล เกิดจากความผิดปกติในหลอดเลือดและปลายประสาทที่เท้า ทำให้เท้าชา เกิดแผลเรื้อรัง เป็นสาเหตุสำคัญที่ต้องตัดขา


     ปัญหาที่พบ ผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานประมาณร้อยละ 50 ไม่ทราบว่าตนเองเป็นโรค สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานมา 15 ปี พบร้อยละ 2 ที่ตาบอด และร้อยละ 10 ที่มีสายตาเลือนราง ซึ่งการที่มีประชากรอายุเพิ่มมากขึ้น และอายุยืนยาวขึ้นทำให้มีโอกาสพบผู้ป่วยที่มีสายตาพิการและตาบอดจากโรคเบาหวานมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกัน

     ดังที่ทราบกัน การเปลี่ยนแปลงที่จอประสาทตาจากโรคเบาหวานเป็นสาเหตุที่ทำให้ตาบอดหากไม่ได้รับการรักษา การเปลี่ยนแปลงในระยะแรก จะพบการโป่งพองของหลอดเลือดฝอย เห็นเป็นจุดสีแดงเล็ก ๆ ที่จอประสาทตา และพบไขมันที่รั่วมาจากหลอดเลือดเห็นเป็นก้อนสีเหลือง นอกจากนี้ยังพบเลือดออกในจอประสาทตา และพบเส้นใยประสาทตาบวม เห็นเป็นก้อนสีขาวเหมือนปุยนุ่น การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้สามารถตรวจดูได้โดยใช้กล้องตรวจจอประสาทตา ผู้ป่วยเบาหวานหากเป็นนานขึ้นจะพบเส้นเลือดผิดปกติ และเกิดเยื่อพังผืดขึ้นที่จอประสาทตา เยื่อพังผืดเหล่านี้จะรั้งให้จอประสาทตาลอก ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ตาบอด

     การป้องกันมิให้โรคลุกลามมากขึ้น เมื่อพบว่ามีเส้นเลือดผิดปกติ แพทย์จะใช้แสงเลเซอร์รักษาจี้ไปยังประสาทตา เพื่อทำให้เส้นเลือดฝ่อ เป็นการหยุดการเปลี่ยนแปลงของโรค

     ดังนั้นการตรวจหาการเปลี่ยนแปลงที่จอประสาทตาในระยะแรกเริ่มจึงมีความสำคัญ การตรวจคัดกรองดูจอประสาทตา ส่วนใหญ่แพทย์จะทำการตรวจนัยน์ตาโดยการหยอดยาขยายม่านตา และใช้กล้องตรวจจอประสาทตา การตรวจพบเส้นเลือดฝอยโป่งพอง จุดเลือดออก หรือก้อนไขมันคั่ง ทำให้ทราบว่าจอประสาทตาเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงจากเบาหวาน แพทย์จะนัดผู้ป่วยมาตรวจเป็นระยะ ๆ และสามารถให้การรักษาโดยแสงเลเซอร์ ก่อนที่จะเกิดพังผืดดึงรั้งให้จอประสาทตาลอก

     ปัจจุบันวิทยาการทางการแพทย์เจริญมากขึ้น มีการประดิษฐ์กล้องถ่ายภาพจอประสาทตาในระบบดิจิตอล ในการตรวจคัดกรองผู้ป่วย แพทย์สามารถถ่ายภาพจอประสาทตาเพื่อดูการเปลี่ยนแปลงที่จอประสาทตาและบันทึกภาพออกมาได้ทันที ซึ่งช่วยในการเก็บข้อมูลและช่วยในการพิจารณาตัดสินให้การรักษาได้ทันที ซึ่งเป็นประโยชน์แก่ผู้ป่วยในการป้องกันมิให้เกิดตาบอดหรือสายตาพิการ

      รู้อย่างนี้แล้ว ก็อย่าเพิ่งกลัว เบาหวานขึ้นตารักษาได้ครับ
แหล่งที่มา : ผู้จัดการออนไลน์

Tags »

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน