|
|
|
วันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 10638ส่งการ์ด "แต่งงานแล้ว" ปรากฏการณ์..ครองคู่ยุคพอเพียง
 ความใฝ่ฝันของคนมีชีวิตคู่ คือการลงเอยด้วยพิธี "แต่งงาน" โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีความ "ใฝ่ฝัน" ได้สวมชุดเจ้าสาวเดินเคียงข้างกับว่าที่ "สามี" เพื่อตอกย้ำว่าเขาเป็นคู่ชีวิตที่จะอยู่ร่วมกันจนแก่เฒ่า แต่ว่าหากชีวิตคู่ไม่ได้จบลงด้วยงานแต่งงาน เพราะหลากหลายเหตุผลทั้งท้องก่อนแต่ง พ่อแม่ไม่ยินยอมให้แต่งงาน ที่สำคัญในยุคที่ "เศรษฐกิจ" ขึ้นๆ ลงๆ และยังเป็นยุคของการดำเนินชีวิตแบบ "พอเพียง" เมื่อจะมีงานใหญ่ขึ้นมางานหนึ่งจึงจำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายที่มากโข
เพื่อให้เข้ากับยุคที่ต้องประหยัดค่าใช้จ่ายในกระเป๋าจึงมีทางเลือกที่สะดวกสบาย และยังเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่ไม่จำเป็นต้องจัดงาน "แต่งงาน" ให้เอิกเกริก แต่เพื่อไม่ให้ตกเป็นเป้าของสังคม และเพื่อให้ผู้หลักผู้ใหญ่ที่นับถือได้รับทราบจึงมี "วิธี" ง่ายๆ คือ ส่งการ์ดตามหลัง
หรือการ์ดแจ้ง "แต่งงานแล้ว"
เรื่องนี้ นางสาวปณิชฐา เอกวจีกุล อายุ 40 ปี เจ้าของร้าน เมมโมรี่ การ์ด แอนด์ กิ๊ฟ สยามสแควร์ซอย 5 บอกว่า ช่วงนี้เริ่มมีคู่รักที่รักความประหยัดมาใช้บริการส่งการ์ดแจ้งแต่งงานแล้ว
"เพราะเศรษฐกิจเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้คู่รักหันมาใช้บริการนี้ ซึ่งบางคู่จัดพิธีแต่งงานเล็กๆ ขึ้น มีแค่รับไหว้ผู้ใหญ่ ทำบุญเลี้ยงพระ จัดเลี้ยงในครอบครัว มีเพื่อนและเครือญาติที่สนิทเท่านั้น เพื่อเป็นการประหยัดค่าการ์ด ค่าโรงแรม ค่าอาหาร ค่าของชำร่วย หลังจากจัดงานแต่งแบบกันเองแล้ว เพื่อให้เกียรติผู้ใหญ่ท่านอื่นที่ไม่ได้เชิญ จึงส่งการ์ดแจ้งว่าแต่งงานแล้วให้แทน ซึ่งอาจส่งการ์ดด้วยตัวเอง หรือส่งทางไปรษณีย์ก็ได้"
นอกจากนี้บางคู่อาจไม่ได้จัดงานแต่งงาน มีเพียงรับไหว้ผู้ใหญ่ หรือจดทะเบียนสมรสเท่านั้น ก็มาใช้บริการนี้เพื่อแจ้งให้ผู้อื่นทราบว่า ทั้ง 2 คน ตกลงปลงใจร่วมหอเดียวกันแล้ว เพื่อกัน "ครหา" ว่าอยู่กันก่อนแต่ง หรืออยู่ด้วยกันโดยที่พ่อแม่ทั้ง 2 ฝ่ายไม่ได้รับทราบ ปรากฏการณ์ส่ง "การ์ดแจ้งแต่งงานแล้ว" จึงเป็น "ตัวช่วย" กันครหา
ส่วนลักษณะ รูปแบบของการ์ดนั้น จะเหมือนการ์ดเชิญร่วมงานแต่งงานปกติ แต่จะมีข้อความที่แตกต่างกัน นอกจากระบุชื่อเจ้าบ่าว เจ้าสาว บรรทัดที่ระบุว่า เรียนเชิญร่วมงานแต่งงานจะถูกเปลี่ยนเป็น "มีความยินดีที่จะเรียนให้ทราบว่า เราทั้ง 2 ได้เข้าสู่พิธีมงคลสมรสแล้ว เมื่อวันที่..... ณ....." และบรรทัดสุดท้ายจะระบุว่า "จึงเรียนมาเพื่อโปรดอำนวยพร" และ "ขออภัยที่ไม่ได้มาเรียนเชิญ" ส่วนการดีไซน์จะไม่แตกต่างกับการ์ดเชิญร่วมงานแต่งงานเลย ซึ่งคู่บ่าว-สาวสามารถเลือกรูปแบบการ์ดได้อย่างปกติ
นางสาวปณิชฐา บอกอีกว่า ต้นทุนการทำการ์ดนั้นไม่แพง ตกราคาใบละ 10-20 บาท อยู่ที่การเลือกกระดาษแบบด้านหรือมัน และแบบการดีไซน์ ทำให้ไอเดียส่งการ์ดแจ้งว่าแต่งงานแล้วจึงเป็นการลงทุนที่ประหยัดกว่า เพราะส่งแค่การ์ดไม่จำเป็นต้องมีของชำร่วยแนบไปด้วย และยังเป็นการให้เกียรติกับผู้ใหญ่ เป็นมารยาททางสังคม
"คนไทยจะห่วงเรื่องภาพพจน์ และไม่ชอบถูกนินทา ที่สำคัญเศรษฐกิจแบบนี้คนไทยยิ่งต้องช่วยกันประหยัด และยังเป็นการตอบสนองแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง วิธีส่งการ์ดแจ้งว่าแต่งงานแล้วจึงเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยประหยัด และยังเป็นตัวบอกให้สังคมรับรู้ว่าทั้ง 2 คนได้อยู่กินฉันสามีภรรยาแล้ว"
การ์ดแจ้งแต่งงานแล้ว เป็นปรากฏการณ์ที่น่ารัก แถมประหยัดอีกด้วย
ข้อมูลจาก :  เรื่องที่เกี่ยวข้อง :
|
|
|
|
|
|
|
|
|