ค้นหา คำต่างๆ คำมาใหม่
หน้าแรก  บันเทิง  เพลง  กีฬา  ผู้หญิง  วาไรตี้  ท่องเที่ยว  เทคโนโลยี  มือถือ  กล้องดิจิตอล  เกมส์  ดูดวง 
ค้นหา    เว็บทั่วโลก    ThaiZa       
ผู้หญิง ความรัก
หน้าแรกหญิงใคร่รู้
ข่าวสาร/บทความ
เซ็กส์ ความรัก
เคล็ดลับสุขภาพ
Beauty Trips
สนทนาภาษารัก
ซ่าส์.. ทุกเวลา
บันเทิง
ผู้หญิง
เกมส์
เพลง
วาไรตี้
เทคโนโลยี
ท่องเที่ยว
กีฬา
ข่าวเด่น ประเด็นร้อน
บริการ ดีดี
กล้องดิจิตอล
โทรศัพท์มือถือ
ริงโทน โลโก้
ตลาดซื้อขาย
สารบัญเว็บไทย
หางาน
ค้นหาเนื้อเพลง
เช็ครอบหนัง
ค้นหาดารา นักร้อง
สรุปผลกีฬารายวัน
อัพโหลดไฟล์
บล็อก
ดูทีวีออนไลน์
ฟังวิทยุออนไลน์
คลิปวีดิโอ
อัลบั้มรูป
แกลอรี่ภาพสวย
หาเพื่อน แฟน กิ๊ก
ห้องแชท
เว็บบอร์ดสนทนา
เล่นเกมส์ออนไลน์
ดูดวง
ค้นหาคำศัพท์
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล
ส่งอีการ์ด
สภาพอากาศทั่วไทย
Enter to ThaiZA TOP 100 - จัดอันดับเว็บไทย โหวตให้เว็บไซต์นี้ !!!

7 ยุทธวิธีแก้ไข ความไม่สมบูรณ์แบบ บนใบหน้า

กว่าจะเป็น"แม่" อีกภาระที่ผู้หญิงต้องเผชิญ

หลากหลายไอเดีย จัดวิวาห์"ไร้ที่ติ"

ผู้หญิงคนนั้น ชื่อ "แฟนเก่า"

เซ็กซ์ 7 แบบ ที่น่าลอง !!

"แต่งคิ้วให้สวย" เรื่องกล้วยๆ เท่านั้น

"ภาษากาย"มีความหมาย...รู้หรือเปล่า?

ลดน้ำหนักด้วยการหรี่ไฟ
 
  รู้ไว้เรื่อง ไมเกรน
โรคไมเกรนมีองค์ประกอบที่เกี่ยวพันกับอารมณ์ โดยมีสาเหตุมาจากความรู้สึกหดหู่ ผิดหวัง และเมื่อเกิดขึ้นแล้ว ความทรมานจากการปวดจะมีมากขึ้นจนทำให้ร่างกายและจิตใจไม่อาจทำงานได้ตามปกติ โดยมากผู้ที่ป่วยเป็นไมเกรนจะมีอารมณ์รุนแรงมากกว่าคนปกติถึง 3 เท่า สาเหตุก็เนื่องมาจากความสับสนของสารเคมีที่เกี่ยวข้องกับการทำงานที่ผิดปกิตของระบบสมองนั่นเองไมเกรนสามารถเกิดขึ้นกับคนทุกวัน แต่ดูเหมือนจะเกิดกับผู้มี วัยระหว่าง 25-34 ปี มากที่สุด และพบได้ไม่บ่อยนัก ในผู้ที่มีวัยเกิน 40 ปี โดยผู้หญิงจะเป็นมากกว่าผู้ชาย ถึง 2-3 เท่า นื่องจากปัญหาการขึ้นลงของระดับฮอร์โมนและสภาวะการมีรอบเดือน

สาเหตุของไมเกรน

  เหตุที่แท้จริงยังไม่อาจบอกได้แน่ชัด แต่มักเกิดเมื่อเส้นเลือดในสมองมีการขยาดตัวออกและทำให้เกิดอาการติดเชื้อ มีหลักฐานชัดเจนว่า 50% ของผู้เป็นไมเกรนนั้นมีสาเหตุจากกรรมพันธุ์คืออยู่ในองค์ประกอบของยีน หากญาติที่ใกล้ชิดในครอบครัวเป็นไมเกรน นั่นหมายถึงเราก็เพิ่มระดับความเสี่ยงของโรคเข้าไปได้อีกขั้นหนึ่ง

สัญญาณเตือนภัย

ตรงข้ามกับความจริงที่เชื่อกันมากนานว่า ไมเกรนจะเกิดโดยกะทันหันไม่มีการเตือนให้รู้ตัวล่วงหน้าเพราะผู้ป่วยถึง 25 % ระบุว่าได้รับการเตือนภัยโดยระบบร่างกายก่อนการเกิดไมเกรน กล่าวคือ จะมีการเห็นที่ผิดปกติเช่น เห็นเป็นแสงเรืองเหมือนแสงออร่าเป็นรัศมีรอบๆ วัตถุต่างๆ หรือเห็นภาพแบบเบลอไม่ชัดเจนอยู่ระยะหนึ่งก่อนที่ไมเกรนจะเกิด นอกจากนี้ผู้ป่วยไมเกรน 1 ใน 10 คนพบว่า เขาจะเห็นเส้นต่างๆ กลายเป็นเส้นซิกแซกหรือเห็นจุดดำๆ เต็มไปหมด ส่วนอีก 1 ใน 4 องผู้ป่วยไมเกรนบอกว่าสัญญาณอันตรายของเขาคือ จะเกิดสภาวะร่างกายมีความกระตือรือร้นมากผิดปกติ การหาวนอนไม่หยุด อารมณ์ที่ตื่นเต้นผิดปกติและการหิวกระหายอย่างมากมายในหนึ่งวันก่อนจะเป็นไมเกรน พวกที่พบกับอาหารเหล่านี้มักจะหาทางป้องกันและลดความถี่ในการถูกจู่โจมไว้ก่อนล่วงหน้า หรือมีการระวังตัวโดยเตรียมยาไว้ใกล้ๆมือเพื่อแก้ไขได้ทันทีตั้งแต่เนิ่นๆ

ตัวกระตุ้นไมเกรน

วิธีตั้งรับหรือป้องกันไมเกรนก็คือ ต้องแยกแยะองค์ประกอบของสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดโรคนี้ ควรมีไดอารี่ไมเกรนเขียนบันทึกรายละเอียดของกิจกรรมหรือสิ่งกระตุ้นที่ทำให้ถูกจู่โจมด้วยไมเกรนในแต่ละครั้ง เป็นการง่ายต่อการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตและสภาพแวดล้อมเพื่อลดความถี่และระดับของไมเกรนให้เหลือน้อยที่สุดจนถึงหมดสิ้นไป

1.ความเหน็ดเหนื่อยทางสภาวะอารมณ์ ความกังวล ความโกรธ ความตื่นเต้นตกใจ ฯลฯ

2.การพักผ่อนหลังการโหมทำงานหนักจนทำให้ร่างกายเกิดความเครียดขึ้น

3. องค์ประกอบทางกายภาพทุกชนิดที่เกี่ยวข้องกับสมอง ซึ่งเกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น อาการเจ็ตแลค การถูกรบกวนจากการนอนหลับ ความตึงเครียดของกล้ามเนื้อและสภาวะอากาศที่ผันแปรอย่างรุนแรงการโหมออกกำลัง นอกจากนี้ ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นไมเกรนได้

4. สภาวะโภชนาการ เช่น การมีน้ำตาลในเลือดต่ำเพราะการอดอาหาร การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และอาหารบางชนิด เครื่องปรุงรสหรือสารผสมอาหารบางอย่างก็อาจเป็นตัวกระตุ้นไมเกรนได้

5. ฮอร์โมนในร่างกาย เช่น สภาวะรอบเดือนในสตรี ความเจ็บปวดระหว่างการมีรอบเดือน ภาวะรอบเดือนที่ผิดปกติ ตลอดจนการตั้งครรภ์ และการใช้ยาคุมกำเนิด

6. สภาพแวดล้อมต่างๆ เช่น ที่ที่มีแสงจ้าหรือมีความถี่ของเสียงสูงมากเกินไป กลิ่นที่รุนแรงหรืออากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน

ไมเกรนจากการไดเอต

แม้จะมีอาหารหลายชนิดถูกกล่าวหาว่าเป็นสาเหตุของไมเกรน แต่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคนี้ก็ไม่เคยระบุไว้ว่าอาหารเหล่านี้จะมีผลต่ออาการของไมเกรนแค่ไหน เป็นความเชื่อของผู้ป่วยที่มีความรู้สึกว่าอาการมักกำเริบเมื่อบริโภคอาหารบางชนิด แต่ที่แทพย์ระบุไว้อย่างชัดเจนก็คือ การโหมอดอาหารจนหิวโซก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เป็นไมเกรนได้

อาหารกับไมเกรน

วิธีดีที่สุดคือการปรึกษานักโภชนาการหรือผู้เชี่ยวชาญด้านการคุมอาหารโดยเฉพาะ อาหารที่ถูกระบุว่าเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดไมเกรน ได้แก่
ผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงๆ หรือหวานจัดๆ หรือผลไม้ที่ฉ่ำน้ำและนำมาปรุงอาหารพร้อมเปลือกได้ช็อกโกแลต รวมถึงผลิตภัณฑ์ทุกชนิด ที่ทำจากโกโก้แอลกอฮอล์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเบียร์และไวน์แดง ถ้าอยากจะบริโภคจริงๆ ก็ให้เลือกไวน์ขาวและเบียร์ที่เป็นแบบไลต์แทน เวลาบริโภคให้ดื่มสลับกันระหว่างเครื่องดื่มแอลกอฮล์กับน้ำสะอาดหนึ่งแก้ว เพื่อเลี่ยงสภาวะขาดน้ำอันเป็นสาเหตุหนึ่งของไมเกรนเนื่อหมู รวมถึงเบคอน ตับหมูบด ไส้กรอกหมูทุกชนิด ผู้เป็นไมเกรนควรบริโภคอาหารประเภทนี้สลับ
กับเนื้อหมูสด เนื้อปลา และไก่ หมุนเวียนในปริมาณที่เหมาะสมชีสที่มีเนื้อแข็ง ควรแทนที่ด้วยการบริโภคชีสเนื้อนุ่มแบบครีมค็อตเทจชีสหรือวอฟชีสสด
เครื่องปรุงแต่งรสอาหาร รวมไปถึงแป้งกลูเต็น ยีสต์ กรดมะนาว น้ำตาล ผงชูรส และกาเฟอีน ตลอดจนน้ำอัดลม ซุปก้อน และอาหารกึ่งสำเร็จรูปต่างๆด้วย
หัวหอมและถั่ว เชื่อว่าจะลดความเสี่ยงลงได้หากลอกเปลือกหัวหอมออกให้ขาวที่สุดก่อนนำมาปรุง

ทางเลือกในการรักษาไมเกรน

ผู้ทรมานจากไมเกรนส่วนใหญ่มักใช้ยาช่วยคลาดความปวดและยาระงับประสาทในการรักษา แต่บางครั้งทั้งสองสิ่งนี้ก็ไม่ใช่ทางแก้ที่ได้ผลเสมอไป โดยเฉพาะหากอาการเป็นไปอย่างยาวนานและมากขึ้น เพราะระบบการย่อยอาหารจะชะลอการทำงานลงในระหว่างที่เป็นไมเกรน ทำให้กระเพราะทำงานช้าลงจนถึงหยุดทำงานชั่วคราว จึงไม่สามารถทำให้ร่ายดูดซึมยาได้ วิธีที่ดีที่สุดคือเรียนรู้วิถีชีวิตที่จะอยู่กลับมันอย่างประนีประนอม และพยายามป้องกันการเกิดโดยลดการกระตุ้นลงให้น้อยที่สุด เช่น ถ้าเกิดหลังการโหมทำงานหนักซึ่งเป็นเรื่องสุดวิสัย ก็จำเป็นที่จะต้องใช้ยาหรือทำทรีตเม้นต์เพื่อการบำบัดอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งการรู้ถึงปัญหาจะช่วยให้ไมเกรนลดลงได้ถึง 60% วิธีบำบัดด้วยยาอยู่ 2 ชนิด อย่างแรกคือการบรรเทาและลดความถี่ของการถูกจู่โจม ส่วนอีกวิธีคือ การป้องกันล่วงหน้าซึ่งใช้ได้กับผู้มีอาการไม่บ่อย หรือรุนแรงนัก แต่คนไข้เหล่านี้ก็อาจถูกส่งต่อให้ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาหากเขต้องการ

*อาการไมเกรน*

ลองตรวจสอบอาการปวดศีรษะที่มีอยู่ว่าเข้าข่ายไมเกรนหรือไม่จากอาการเหล่านี้
- ปวดกะทันหันและรุนแรงเหมือนมีการเต้นตุบๆ ตลอดเวลา และมักเป็นกับศีรษะข้างใดข้างหนึ่ง
- มีอาการคลื่นไส้และอาเจียนร่วมด้วยขณะที่ปวด
- มีประสาทสัมผัสอ่อนไหวพิเศษกับแสง เสียง หรือกลิ่นต่างๆรอบตัว
- มีอาการถูกรบกวนทางประสาทตาโดยทันทีทันใด เช่น อาจเห็นเส้นตรงๆ เป็นเส้นซิกแซก เห็นแสงจ้า
- มีความลำบากมากขึ้นในการพูดออกเสียงหรือการคิดคำที่จะพูดในขณะปวด
- เมื่อเคลื่อนไหวจะยิ่งทำให้ความเจ็บปวดส่วนต่างๆ ของร่างกายยิ่งเพิ่มมากขึ้น
- อ่อนไหวง่ายต่อการถูกสัมผัสทำให้เจ็บปวดมาก โดยเฉพาะที่บริเวณศีรษะ


แหล่งที่มา : www.women.worldmedic.com

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :




 
สาระพัน บันเทิง : ข่าว, บันเทิง, เพลง, กีฬา, วาไรตี้, เกม, เทคโนโลยี, มือถือ, ผู้หญิง, เล่นเกมออนไลน์, ทีวีออนไลน์, วิทยุออนไลน์, คลิปวีดีโอ, แกลลอรี่ภาพสวย
ชุมชน ออนไลน์ : บล็อก, อัลบั้มรูป, ห้องแชท, เว็บบอร์ดสนทนา, หาเพื่อน-หาแฟน
บริการ ดีดี : ตลาดซื้อขาย, ดูดวง, หางาน, ตรวจผลล็อตเตอรี่, ส่งอีการ์ด, เช็คสภาพอากาศทั่วไทย, ปฏิทินกิจกรรม, โหลดริงโทน โลโก้, อัพโหลดไฟล์
สารบัญ ค้นหา : สารบัญเว็บไทย, คำค้นยอดฮิต, ค้นหาเนื้อเพลง, ค้นหาดารา นักร้อง, ค้นหารอบหนัง, ค้นหาคำศัพท์ภาษาอังกฤษ
แนะนำ ติ-ชม ติดต่อ | สนใจลงโฆษณา คลิกที่นี่ หรือติดต่อ 2000 - 2008 ThaiZa.com, All rights reserved.