เคล็ดลับสุขภาพ

สงสัย! ท้องลม...ท้องหลอก

สงสัย! ท้องลม...ท้องหลอก

 



    ว่ากันว่า การตั้งครรภ์เป็นของขวัญอันล้ำค่าแก่ครอบครัวที่ต้องการมีลูกน้อยไว้เชยชม แต่ไม่ใช่เสมอไปที่ทุกรายจะจบลงอย่างสมปรารถนา เมื่อหาหมอตรวจเข้าจริงๆ กลับพบว่าไม่ตั้งครรภ์ก็มี เหตุการณ์เหล่านี้พบได้บ่อยเหมือนกัน เรามาดูกันว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณแม่เหล่านี้

     ท้องลม
     คุณผู้หญิงบางคนเมื่อประจำเดือนขาดหายไป อาจจะรู้สึกตื่นเต้นดีใจสงสัยว่าน่าจะท้องอย่างที่หวัง ยิ่งเมื่อไปซื้อเครื่องทดสอบการตั้งครรภ์จากปัสสาวะแล้ว พบว่า ท้องจริงก็ยิ่งดีใจมากขึ้น แต่เมื่อไปหาคุณหมอเพื่อฝากครรภ์ภายหลังการตรวจ กลับได้รับคำตอบว่ามีการตั้งครรภ์จริง แต่ไม่มีตัวเด็ก หรือที่เรียกกันว่า มี ภาวะไข่ฝ่อ (Blighted ovum) ฟังดูอาจรู้สึกสับสน งุนงงว่ามันคืออะไรกัน เกิดได้อย่างไร และจะต้องรักษาด้วยวิธีไหน
     ภาวะไข่ฝ่อ (blighted ovum) หรือภาษาชาวบ้านเรียกว่า ท้องลม จัดเป็นความผิดปกติของการตั้งครรภ์ชนิดหนึ่ง ซึ่งทำให้การตั้งครรภ์ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้จนถึงครบกำหนดคลอด

     ตามปกติภายหลังที่ไข่กับอสุจิมีการผสมกันแล้ว ก็จะมีพัฒนาการต่อไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นทารก รก ถุงน้ำคร่ำ และเมื่อครบ 280 วัน ทารกก็จะคลอดออกมา คนบางคนไม่เป็นเช่นนั้น บางคนท้องแค่ 2-3 เดือน เด็กก็ไม่ยอมอยู่แล้ว และจะหลุดออกมาก่อนเวลาอันควร เหตุการณ์นี้เรียกว่า การแท้ง ที่แปลกกว่านี้ ก็คือ บางคนภายหลังไข่กับอสุจิมีการผสมกันแล้วก็จะมีพัฒนาการต่อไป แปลกที่ส่วนที่เป็นรกและถุงน้ำเจริญต่อไปได้ แต่ส่วนเป็นทารกกลับไม่ยอมเจริญเติบโตต่อ บางรายก็ไม่มีตัวเด็กให้เห็นเลย ในขณะที่บางคนเห็นตัวเด็ก แต่ถ้าตรวจซ้ำจะเห็นตัวเด็กเล็กลง และเสียชีวิตค้างในถุงน้ำคร่ำ ภาวะที่ไม่เห็นตัวเด็กเลย เราเรียกว่า ภาวะไข่ฝ่อ หรือท้องลม คุณแม่ที่มีภาวะนี้ส่วนมากจะมีเลือดออกและแท้งออกมาในที่สุด แต่บางคนก็ค้างอยู่นานถ้าไม่ตรวจก็อาจจะไม่รู้

     ที่มา...ท้องลม
     การที่ไข่ภายหลังการผสมไม่เจริญเติบโตต่อ ก็เหมือนกับไข่เป็ดไข่ไก่ที่ไม่สามารถฟักออกมาเป็นตัวนั่นเอง สาเหตุที่พบบ่อย คือ ไข่หรืออสุจิที่มาผสมกันไม่แข็งแรงพอ หรือมีคุณภาพไม่ดีพอ ทำให้ไม่สามารถพัฒนาการต่อไปได้ สาเหตุของความไม่แข็งแรงหรือคุณภาพที่ไม่ดีของไข่ หรืออสุจิมีมากมาย อาจเกี่ยวข้องกับการทำงานหนัก เครียด รับประทานอาหารไม่เพียงพอ พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือมีโรคบางชนิดที่ยังไม่ได้รับการตรวจอย่างจริงจัง นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากลักษณะทางกรรมพันธุ์ที่ผิดปกติของไข่ หรืออสุจิก็เป็นได้

     การจะสรุปว่าสาเหตุเกิดจากอะไรแน่ บางครั้งก็บอกยาก เพราะสาเหตุบางอย่างก็ยังไม่รู้จะตรวจอย่างไร เช่น ทำงานหนักแค่ไหนถึงจะเกิดปัญหานี้ การตรวจลักษณะทางกรรมพันธุ์ของไข่กับอสุจิก็ทำยากมาก ส่วนมากเราจะใช้การคาดคะเนกันเป็นส่วนมากว่าถ้ามีปัจจัยใดที่คิดว่าอาจเป็นสาเหตุได้ ก็ควรจะรักษาหรือแก้ไขเสีย

     การรักษา
     การรักษาภาวะไข่ฝ่อ ทำง่ายมาก เพียงขูดมดลูกเอาถุงน้ำคร่ำที่ผิดปกตินี้ออกให้หมดเท่านั้น
     หลายคนคงอยากถามว่าจะป้องกันไม่ให้เกิดภาวะนี้ซ้ำได้ไหม คำตอบก็คือ ยังไม่มียาหรือวิธีการรักษาอะไรที่ชัดเจนในการที่จะป้องกันภาวะนี้ วิธีที่ดีที่สุด คือ การดูแลรักษาตัวเอง ด้วยการรับประทานอาหารที่ดี ได้สัดส่วน ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เหมาะสม ไม่ทำงานหักโหมเกินไปและพักผ่อนให้เพียงพอ

     ท้องหลอก
     คุณผู้หญิงบางคนอาจมาพบคุณหมอที่โรงพยาบาล เนื่องจากประจำเดือนขาดหายไป ร่วมกับมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน บางคนอาจรู้สึกเหมือนมีลูกดิ้นๆ อยู่ในท้อง และรู้สึกว่าท้องโตขึ้น ปัสสาวะบ่อยด้วย บางรายอาจให้ข้อมูลด้วยว่าแต่งงานมานานอยากมีลูกแต่ไม่มีสักที จากอาการที่เล่าข้างต้นค่อนข้างมั่นใจว่าตัวเองน่าจะตั้งครรภ์
     แต่เมื่อไปพบคุณหมอตรวจร่างกาย กลับแจ้งว่า ท้องไม่โต คลำมดลูกไม่ได้ ฟังที่ท้องได้ยินแต่เสียง เคลื่อนไหวของลำไส้ และเมื่อตรวจอัลตราซาวนด์ก็พบแต่มดลูก ซึ่งไม่มีลักษณะของการตั้งครรภ์ให้เห็นแต่อย่างใด หลายคนอาจสงสัยว่าเป็นไปได้อย่างไร ทั้งๆ ที่อาการบ่งบอกว่าน่าจะท้องแล้ว

     อาการที่คุณผู้หญิงรู้สึกว่าเหมือนตัวเองตั้งครรภ์ ทั้งที่ความจริงไม่มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้นนั้น เรียกว่า “ท้องหลอก” หรือทางการแพทย์เรียกว่า spurious pregnancy หรือ pseudocyesis ซึ่งจัดเป็นความผิดปกติทางจิตชนิดหนึ่ง
     ผู้ป่วยส่วนมากจะมาเล่าอาการมากมายให้คุณหมอ ซึ่งฟังดูแล้วน่าจะเกิดจากการตั้งครรภ์ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นอาการคลื่นไส้อาเจียน ปัสสาวะบ่อย คัดตึงเต้านม ประจำเดือนขาด บางรายรู้สึกว่ามีลูกดิ้นในท้อง หรือ อาจคลำได้ก้อนในท้องซึ่งคิดว่าเป็นมดลูกด้วยซ้ำ

      ที่มา...ท้องหลอก
     สาเหตุของท้องหลอก หรือไม่มีการตั้งครรภ์จริง เกิดจากสภาพทางจิตใจเป็นหลัก ผู้หญิงกลุ่มนี้มักจะเครียดเพราะอยากมีลูก แต่ไม่มีสักที รักษามาก็ทั้งบ่อยทั้งนาน หมดเงินทองไปก็ตั้งมากแต่ก็ยังไม่ท้องสักที ความเครียดที่เกิดขึ้นนี้จะทำให้ต่อมใต้สมองสร้างฮอร์โมนมากระตุ้นรังไข่ พอถูกกระตุ้น รังไข่ก็จะสร้างฮอร์โมนอีกชนิดหนึ่งไปกระตุ้นมดลูกทำให้ผนังมดลูกหนาตัวและไม่มีประจำเดือน ผู้หญิงกลุ่มนี้อยากท้องอยู่แล้ว พอไม่มีประจำเดือนก็อุปาทานว่าตัวเองตั้งครรภ์ เลยรับประทานอาหารบำรุงใหญ่ ทำให้อ้วนหรืออ้วนมากเกินไปด้วยซ้ำ ซึ่งความอ้วนที่เกิดขึ้นจะทำให้เกิดการสะสมของไขมันใต้ผิวหนังมากขึ้น ไขมันที่ว่าสามารถสร้างฮอร์โมนไปทำให้ไม่มีประจำเดือนได้เช่นกัน เมื่อแพทย์ตรวจมดลูกโดยเฉพาะการตรวจด้วยอัลตราซาวนด์ก็จะไม่พบการตั้งครรภ์แต่อย่างใด สำหรับอาการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอาการคลื่นไส้อาเจียน ปัสสาวะบ่อย รู้สึกว่ามีลูกดิ้นในท้อง หรือบางคนอาจคลำได้ก้อนในท้องซึ่งคิดว่าเป็นมดลูกล้วนแต่เป็นอุปทานทั้งสิ้น

     การรู้สึกเหมือนเด็กดิ้นเกิดจากการบีบตัวของลำไส้ การปัสสาวะบ่อยเป็นเรื่องของจิตใจที่แล้วแต่ใครจะวิตกกังวลเรื่องการถ่ายปัสสาวะมากน้อยแค่ไหน ส่วนรายที่คิดว่าคลำมดลูกได้ ส่วนมากเกิดจากผนังหน้าท้องที่หนามาก หรือท้องอืดมากจากลมในลำไส้

     อย่างไรก็ตาม ก่อนจะสรุปว่า ท้องหลอกเกิดจากภาวะจิตใจ แพทย์อาจต้องตรวจวินิจฉัยให้ละเอียดเสียก่อน เพราะมีโรคหรือความผิดปกติบางอย่างที่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการ หรืออาการแสดงให้เห็นคล้ายๆ กับการตั้งครรภ์ได้เช่นเดียวกัน เช่น โรคของต่อมใต้สมองที่มีการสร้างฮอร์โมนบางชนิดมากเกินไป แต่พวกนี้มักมีน้ำนมไหลร่วมด้วย บางรายอาจจะมีอาการเพราะรับประทานยารักษาโรคบางอย่าง เช่น ยากันชัก หรือยานอนหลับบางชนิดเข้าไป

     การรักษา
     จริงๆ แล้วผู้ป่วยพวกนี้ไม่จำเป็นต้องให้การรักษา เพียงแต่ให้กำลังใจ คำแนะนำ และการดูแลรักษาทางจิตใจ พบว่าส่วนมากสามารถแก้ไขปัญหาได้แล้วโดยไม่ต้องใช้ยา ยกเว้นกรณีที่ผู้ป่วยมีความเครียดและวิตกกังวลมาก ก็อาจต้องให้ยาคลายความวิตกกังวล

     ท้ายนี้ขอฝากความปรารถนาดีให้คุณแม่ทั้งหลายนำไปปฏิบัติ เพื่อการตั้งครรภ์ที่ดี ไม่มีภาวะท้องลมท้องหลอกเกิดขึ้น เพียงท่านดูแลร่างกายให้สดชื่น สมบูรณ์แข็งแรง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญแรก ๆ ทั้งใส่ใจสุขภาพจิตไม่ให้เครียดจนเกินไป ก็จะทำให้คุณแม่มีการตั้งครรภ์ที่ดี ดำเนินการตั้งครรภ์อย่างปกติ และลงเอยด้วยการคลอดที่ปลอดภัย





ที่มา .. ผู้จัดการออนไลน์

Tags »

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน