Facebook Twitter
gPlus 

Beauty tips

การรักษาฝ้า

การรักษาฝ้า

 

  การรักษาฝ้า

 

  Beauty    การรักษาฝ้า

 

          โดยพื้นฐานแล้ว การรักษาฝ้าจะต้องแก้ไขที่ต้นเหตุ เช่นฝ้าที่เกิดจากการถูกแสงแดดที่มีรังสียูวี (UV, ultraviolet, รังสีเหนือม่วง) ก็จะต้องแก้ไขด้วยการไม่ถูกแสงแดดโดยตรงโดยไม่มีการป้องกันมากเกินไป หรือผู้ที่ใช้ยาต่างๆ ก็จะต้องหยุดยานั้นและเปลี่ยนไปใช้ยาอื่นแทน หลังจากนั้นก็อาจจะต้องใช้ยาช่วยในการรักษาฝ้าด้วยอีกชั้นหนึ่ง ส่วนในเรื่องของการใช้ยาช่วยนั้น หากเป็นน้อยแพทย์จะให้ AHA (ดูเรื่อง AHA ได้ในเรื่อง "อะไรในเครื่องสำอางที่ทำให้ดูอ่อนวัย" ที่นี่) ร่วมกับครีมที่มีส่วนผสมของวิตามินบีให้ฝ้าจางลง หากเป็นมากก็จะใช้ครีมที่แรงขึ้น โดยมีส่วนผสมของสารไฮโดรควิโนน กรดวิตามินเอและสเตียรอยด์ ซึ่งจะหยุดยั้งการสร้างเม็ดสีโดยไม่ทำลายเซลล์สร้างเม็ดสี แต่ต้องใช้อย่างต่อเนื่องทุกวันฝ้าจะค่อย ๆ จางลง หากหยุดยาฝ้าก็จะเข้มขึ้น

     การรักษาฝ้าด้วยวิธีทางกล

          เป็นการขจัดฝ้าที่กระทำกับผิวโดยตรง เช่นการลอกผิวด้วยสารเคมี (chemical peeling), การเร่ง ผลัด เซลล์ผิวโดยการใช้กรดธรรมชาติ (เช่น AHA), การกรอผิวเพื่อนำชั้นหนังกำพร้าออกไป (dermabrasion), และการใช้วิธีการอื่นเช่นเลเซอร์ แต่จะทำเฉพาะในรายที่แพทย์เห็นสมควร

     ยาและสารชนิดต่างๆ ที่ใช้รักษาฝ้า

     ไฮโดรควิโนน (Hydroquinone)

          ความเข้มข้นไม่เกิน 2% จะออกฤทธิ์ลดการสร้างเมลานิน โดยขัดขวางเอนไซม์ไทโรซิเนสในการออกซิไดซ์ไทโรซิน มิให้เปลี่ยนเป็นโดพาในขั้นตอนแรกของการสร้างเมลานิน ผลที่เกิดขึ้นคือลดการสร้างเมลานิน สารนี้เคยเป็นที่นิยมในโลชั่นป้องกันฝ้า แต่ผลที่ได้เป็นผลเพียงชั่วคราว หากหยุดใช้จะกลับเป็นอีกหรือเป็นมากกว่าที่เคย ข้อดีคือไม่ทำลายเซลล์สร้างสี ไฮโดรควิโนนมักทำให้เกิดการระคายเคือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้ร่วมกับกรดวิตามินเอ และหากใช้ไฮโดรควิโนนติดต่อกันเป็นเวลานานเกินกว่า 6 เดือน จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อภายในผิวหนังทำให้เกิดเป็นฝ้าถาวรสีน้ำเงินอมดำ ดังนั้น ไฮโดรควิโนนจึงถูกกำหนดเป็นสารห้ามใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางอีกต่อไป

     กรดโคจิก (Kojic Acid)

          กรดโคจิกความเข้มข้นร้อยละ 1-3 มักใช้ในผลิตภัณฑ์ทำให้ผิวหน้าขาว กรดนี้ทำหน้าที่ออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสเพื่อลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน ใช้ในผลิตภัณฑ์ทำให้หน้าขาว บางสูตรใช้สำหรับเอสเทอร์ของโคจิก เช่น โคจิกไดพาร์มิเตต เอนไซม์เอสเทอเรส ที่ผิวหนังทำให้กรดโคจิก ถูกปล่อยออกมาอย่างช้าๆ จาก เอสเทอร์ของกรดโคจิก

     เบต้า อาร์บูติน (Beta - Arbutin)

          โดยปกติใช้กันที่ความเข้มข้นประมาณ 3-7% และมักจะอยู่ในผลิตภัณฑ์ทำให้ผิวขาว มีวิธีการได้มา 2 วิธีคือ จากการสังเคราะห์ทางเคมีและจากการสกัดจากพืช ออกฤทธิ์โดยแย่งโดพาในการเข้าทำปฏิกิริยากับเอนไซม์ไทโรซิเนส มีผลต่อการยับยั้งการสร้างเมลานินไม่เป็นพิษต่อเซลล์สร้างเมลานินทำให้ผิวหน้าขาวขึ้นและมีความปลอดภัยสูง อาร์บิวตินไม่สลายเป็นไฮโดรควิโนนโดยเอนไซม์ในผิวหนังมนุษย์ ไม่ทำให้เกิดอาการระคายเคืองและอาการข้างเคียงใดๆ ทั้งยังคงสภาพต่อแสงแดดได้ดีกว่าไฮโดรควิโนนและได้ผลดีกว่ากรดโคจิก

     อัลฟาอาร์บูติน (Alpha Arbutin)

          เป็นสารที่ละลายได้ในน้ำ จึงไม่เสถียร สลายตัวได้ง่าย สามารถใช้ได้ในผิวทุกชนิด ทำหน้าที่ยับยั้งการรวมตัวของเอนไซม์ไทโรซีน (Tyrosine) และ โดพา (DOPA) กับออกซิเจน ซึ่งกระบวนการนั้นจะเป็นกระบวนการในการผลิตเม็ดสีเมลานิน (Melanin) นับว่าเป็นการยับยั้งที่ต้นเหตุและเป็นที่นิยมอย่างมากในผลิตภัณฑ์ทำให้ผิวขาว ไม่มีผลในการผลัดเซลล์ผิวนั่นคือไม่ทำให้ผิวบางลงเหมือนอย่างพวกกรด AHA, Retin-A, หรือกรดวิตามิน A อื่นๆ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม การยับยั้งการสร้างเม็ดสี หรือการผลัดเซลล์ผิว ย่อมมีผลให้ผิวไวต่อแสงเหมือนกันทั้งนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้ครีมกันแดด SPF30 ที่กันได้ทั้ง UVA และ UVB

          เป็นอย่างไรบ้างคะ หลังจากที่สาวๆ ได้อ่านบทความนี้ ไม่ว่าจะมีอาการเป็นฝ้าอยู่แล้วหรือไม่ก็ตาม ก็คงจะพอสบายใจได้มากขึ้น ว่าสามารถที่จะรักษาฝ้าที่เกิดขึ้นได้ ต้องพยายามรักษาผิวหน้าให้ดี เพื่อที่จะมีใบหน้าที่สดใสโดยที่ไม่ต้องมานั่งแก้ไขกันภายหลัง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ที่มา....................Womanandkid

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน