Facebook Twitter
gPlus 

เคล็ดลับสุขภาพ

กินยาแก้ท้องอืด ... อันตรายหรือไม่

กินยาแก้ท้องอืด ... อันตรายหรือไม่



        “กินยาแก้ท้องอืด นานๆ เป็นอะไรมั้ยคะ” คำถามเช่นนี้เป็นคำถามที่ดิฉันได้ยินได้ฟังบ่อยๆจากผู้ป่วย เป็นคำถามง่ายๆ ที่ตอบค่อนข้างยาก เนื่องจากต้องทราบสภาวะโรคที่คนๆ นั้นเป็นอยู่เสียก่อนจึงจะตอบได้ว่าอันตรายหรือไม่ สำหรับตัวยาแก้ท้องอืดเองรับประทานตามขนาดปกติคงไม่ได้มีอันตรายอะไรมาก แต่สภาวะโรคที่ซ่อนอยู่ภายในอันก่อให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ นั้นมากกว่าที่น่าจะก่อให้เกิดอันตรายต่อตัวผู้ป่วย ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักอาการท้องอืดก่อนดีกว่าค่ะ 

    อย่างไรเรียกว่าท้องอืด
       อาการท้องอืด ได้แก่ อาการปวดท้องส่วนบน ท้องอืด แน่นท้อง มีลมในท้อง เรอบ่อยๆ บางคนอาจจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน อิ่มเร็ว หรือบางคนอาจจะมีอาการแน่นท้อง แม้กินอาหารเพียงเล็กน้อย แสบบริเวณหน้าอก

    สาเหตุที่ทำให้ท้องอืด
       • โรคในระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ โรคแผลในกระเพาะอาหาร กระเพาะอาหารอักเสบ มะเร็งในกระเพาะอาหาร พยาธิในทางเดินอาหาร เป็นต้น
       • โรคของทางเดินน้ำดี เช่น นิ่วในถุงน้ำดี
       • โรคของตับอ่อน
       • โรคที่เกิดจากสิ่งภายนอก ได้แก่ ยาต่าง ๆ ที่เรารับประทาน ยาหลายชนิดจะทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหารอักเสบ ได้แก่ ยาแก้ปวดข้อทั้งหลาย ยาบางชนิด จะทำให้กระเพาะ และลำไส้บีบตัวน้อยลง เช่น ยานอนหลับ ยากล่อมประสาท ยาปฏิชีวนะบางอย่าง เครื่องดื่ม ที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสม เช่น เหล้า เบียร์ จะทำให้กระเพาะอาหารอักเสบ บุหรี่ อาหารที่ย่อยยากหลายอย่าง รวมทั้งอาหารที่มีกากมากๆ อาหารรสจัด
       • โรคทางร่างกายอย่างอื่นๆ เช่น เบาหวาน โรคต่อมไทรอยด์ 

    กินเผ็ดเสี่ยงท้องอืดหลายเท่า
       พฤติกรรมในการรับประทานอาหารนั้นก็เป็นที่มาของอาการท้องอืดด้วยเหมือนกัน ได้แก่ การรับประทานอาหารรสจัด ทำให้เยื่อบุอาหารอักเสบ การรับประทานอาหารรีบร้อน เคี้ยวไม่ละเอียด รับประทานครั้งละมากไป รวมทั้งการรับประทานอาหารย่อยยาก อาหารมัน อาหารประเภทผักซึ่งมีเส้นใยปริมาณมาก ร่างกายเราไม่มีน้ำย่อยที่จะทำการย่อยเส้นใยเหล่านั้น แบคทีเรียในลำไส้จะเป็นตัวช่วยย่อยทำให้เกิดมีกรดบางอย่างจึงทำให้ท้องอืดได้ถ้ารับประทานปริมาณมากเกินไป แต่อาหารที่มีเส้นใยมากเหล่านี้ก็มีประโยชน์ช่วยในการขับถ่ายสะดวก ดังนั้นจึงควรรับประทานในปริมาณพอเหมาะค่ะ สำหรับอาหารประเภทนม ในคนแถบเอเชียมักไม่มีน้ำย่อยที่ย่อยนม หรือมีปริมาณน้อย เมื่อรับประทานนมมากเกินไปก็อาจจะทำให้มีอาหารท้องอืด หรือท้องเสีย 

    ท้องอืดบ่อยๆ ผิดปกติหรือ?
       อาการท้องอืดกรณีที่นานๆ เป็นครั้งคงไม่เป็นไร แต่ถ้ามีอาการบ่อยๆ ควรหาสาเหตุที่ทำให้เกิดท้องอืด ในผู้สูงอายุอาการท้องอืดอาจเป็นอาการนำอันหนึ่ง ของมะเร็งระบบทางเดินอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้สูงอายุที่ไม่เคยมีอาการมาก่อน หรือมีอาการอื่นๆ เช่น เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน น้ำหนักลด ซีด ร่วมด้วย ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุของอาการท้องอืดที่เกิดขึ้น เพราะอาจจะเป็นอาการนำของมะเร็งกระเพาะอาหารได้

    โรคที่พบบ่อย ในคนที่มีอาการท้องอืด
       ปัญหาที่พบบ่อยในคนที่ท้องอืด ได้แก่ แผลในกระเพาะอาหาร หรือกระเพาะอาหารอักเสบ นิ่วในถุงน้ำดี หรืออาหารไม่ย่อยเนื่องจากอาหารที่เรารับประทานเข้าไป

    บรรเทาท้องอืดเบื้องต้น
       การแก้ไขเบื้องต้น อาจจะใช้ยาสามัญประจำบ้าน ได้แก่ ยาขับลม หรือ ยาธาตุน้ำแดง และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการรับประทานอาหาร ควรรับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย รับประทานแต่พอควรปริมาณไม่มากจนเกินไป ถ้ายังไม่ดีขึ้นหรือยังมีอาการบ่อยๆ ควรไปพบแพทย์ 

    รู้ไว้ใช่ว่า ยาแก้ท้องอืดมีอะไรบ้าง
         • ยาช่วยย่อย ได้แก่ ยาที่มีส่วนประกอบของเอนไซม์ต่างๆ ที่ช่วยย่อยอาหาร ได้แก่ cellulase, amylase, protease, ethypapaverine, diastase, lipase , bile extract, pancreatin rizolipase, papain, mamylase
         • ยาขับลม ได้แก่ simethicone, peppermint oil
         • ยาช่วยดูดซับแก๊ส ได้แก่ activated charcoal
         • ยาลดกรด ได้แก่ magnesium hydroxide, aluminum hydroxide, sodium bicarbonate
         • ยาเพิ่มการเคลื่อนไหวของลำไส้ ได้แก่ domperidone, cisapride, metoclopramide
         • ยาแก้ปวดเกร็งในช่องท้อง ได้แก่ hyoscine-N-butylbromide, dicyclomine, oxybutynin , chlordiazepoxide

      การซื้อยาขับลม ยาแก้ท้องอืด หรือยาช่วยย่อย มารับประทานเองนานๆ มีผลอันตรายต่อร่างกายหรือไม่ในกรณี ใช้เป็นประจำ
       การรับประทานยาขับลม ยาช่วยย่อย อาจจะช่วยให้อาการท้องอืดดีขึ้นได้บ้าง แต่ถ้ามีอาการท้องอืดบ่อยๆ รับประทานยาทุกวันคงจะไม่ดีแน่ เพราะการรับประทานยาแก้ท้องอืดเป็นการรักษาที่ปลายเหตุ อาการท้องอืดที่เกิดขึ้นอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายอื่นๆ ได้แก่ กระเพาะอาหารอักเสบ มะเร็งในกระเพาะอาหาร นิ่วในถุงน้ำดี หรือโรคหัวใจขาดเลือดได้ ดังนั้นควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรับการแก้ไขสาเหตุที่แท้จริง เพื่อไม่ให้โรคเป็นมากขึ้นได้

     เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์
       ผู้ที่มีอาการเหล่านี้ควรจะไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงของอาการท้องอืด และรับการรักษา

         • ผู้สูงอายุ เช่น อายุเกิน 40 ปี เพิ่งจะเริ่มมีอาการท้องอืดท้องเฟ้อ เกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ เนื่องจากพบว่ามะเร็งของกระเพาะอาหาร หรือตับมักจะพบในคนอายุเกินกว่า 40 ปี
         • คนที่มีอาการท้องอืดร่วมกับมีน้ำหนักลด
         • มีอาการซีด ถ่ายอุจจาระดำ
         • มีอาเจียนติดต่อกัน หรือกลืนอาหารไม่ได้
         • ตัวเหลือง ตาเหลือง หรือมีก้อนในท้อง
         • ปวดท้องมาก
         • ท้องอืดแน่นท้องมาก
         • การขับถ่ายอุจจาระเปลี่ยนแปลงไป
         • ท้องอืด เจ็บแน่นหน้าอก และเหนื่อยหลังมื้ออาหาร

         อาการท้องอืด นั้นดูเหมือนไม่มีอะไรร้ายแรง ซื้อยามารับประทานเองก็ช่วยบรรเทาอาการได้ แต่หากเป็นบ่อยๆ นานๆ หรือมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วยอาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายอื่นๆ ได้ คุณจึงไม่ควรซื้อยามารับประทานนานๆ แต่ควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอาการท้องอืดที่เกิดขึ้นเพื่อทำการรักษาที่สาเหตุจะดีกว่านะคะ


ที่มา ... HealthToday

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน