Facebook Twitter
gPlus 

เคล็ดลับสุขภาพ

ข้อสงสัยกับการใช้ยาคลายกล้ามเนื้อ

ข้อสงสัยกับการใช้ยาคลายกล้ามเนื้อ



        อาการเคล็ดขัดยอก สามารถเป็นได้ทุกวัย จากสาเหตุหลายประการ เมื่อการเหล่านี้มาเยือน สิ่งที่หลายคนนึกถึงคือยาคลายกล้ามเนื้อ... เมื่อจำเป็นต้องหยิบมาใช้ คุณก็ควรต้องรู้อะไรบ้าง...

    ยาคลายกล้ามเนื้อ มีกี่ประเภท ต่างกันอย่างไร

      ส่วนผสมหลักของยาคลายกล้ามเนื้อทั้งแบบชนิด ฉีด พ่น ครีม เจล หรือการรับประทาน จะมีตัวยาหลักเพื่อลดการอักเสบของกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อที่คล้ายกันซึ่งไม่ใช่สเตียรอยด์ จะแตกต่างกันตรงที่ความเข้มข้นและตัวยารองที่ผสม เช่นบางชนิดผสม เมนทอล,ยูคาลิปตัส หรืออาจจะมีแอลกอฮอล์ผสม เพื่อเป็นตัวทำละลายให้มีการดูดซึมเข้าผิวหนัง ส่วนผสมเหล่านี้จะทำให้เรารู้สึกร้อน-เย็น แต่ยังคงคุณสมบัติลดปวดลดบวม

      ทั้งนี้ถ้าเทียบกับยาคลายกล้ามเนื้อแบบรับประทาน การกินจะเป็นการดูดซึมได้เต็มที่และดีกว่าเพราะตัวยาจะไปตามกระแสเลือดไปตามเนื้อเยื่อ และไปยังจุดที่มีการอักเสบด้วย ทำให้การอักเสบทุเลาลงเร็ว แต่การทายาเฉพาะที่นั้น คือการเน้นไปที่จุดโดยตรง มีการดูดซึมตัวยาประมาณ 5-6% ของยาที่รับเข้าไป ซึ่งน้อยกว่ายาที่เรารับประทาน

      นอกจากนี้ยังมีสเปรย์ยาชา ที่มักใช้กับนักกีฬา จะสามารถลดอาการปวดได้อย่างเฉียบพลันทันที มักใช้ในกรณีฉุกเฉินเช่น ปฐมพยาบาลนักกีฬาข้างสนามเพื่อลงแข่งอีกครั้ง แต่ไม่ได้ช่วยเรื่องการรักษา เมื่อหมดฤทธิ์จากอาการชาก็จะกลับมาปวดเหมือนเดิม

    ผลข้างเคียงของยาคลายกล้ามเนื้อมีบ้างหรือไม่

       หลายคนยังมีความกังวลในยาคลายกล้ามเนื้อ ว่าอาจทำให้กระดูกพรุน กระดูกบาง ซึ่งความจริงแล้วไม่เกี่ยวกัน ยาคลายกล้ามเนื้อสามารถใช้ได้กับทุกคน ทุกวัย แต่จะมีข้อห้ามในบางกรณี ผู้ป่วยที่เกิดผื่นแพ้ง่าย เพราะยาเหล่านี้มีสารบางอย่างที่แพ้ได้ เช่นบางคนแพ้แอลกอฮอล์ อาจมีอาการแพ้เป็นผื่นแดง บวม หรือเป็นตุ่มพุพองได้ นอกจากนี้ในบางรายที่แพ้ยาแอสไพริน ก็ควรระวังเพราะเป็นกลุ่มตัวยาที่ใกล้เคียง รวมถึงผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ โดยเฉพาะคนที่ตั้งครรภ์ช่วงประมาณ 6 เดือน ขึ้นไปก็อาจจะไปมีผลต่อตัวเด็กได้ เพราะตัวยาเป็นยาดูดซึมเข้ากระแสเลือด หากมีเหตุผลจำเป็น ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา

       TIPS บางคนมองข้ามเรื่องเล็กน้อย พกช้ำดำเขียวมา แล้วก็ไม่พบแพทย์ คิดว่าไม่เป็นอะไร จนเวลาผ่านไปเป็นเดือน ค่อยมาหาแพทย์ สรุป มีกระดูกแตกร้าวโดยที่ไม่รู้ตัว เพราะยังเดินเหิน ทำงานได้ปกติ จนอาการหนักเสียก่อนถึงมาพบแพทย์บางครั้งลุกลามถึงขั้นผ่าตัด ดังนั้นเราไม่ควรมองว่าเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดกับตัวเอง





ที่มา ... สุขภาพดี

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน