Facebook Twitter
gPlus 

เคล็ดลับสุขภาพ

คนไทยป่วย “เชื้อโรคจากมือ” เป็นล้านคน

คนไทยป่วย “เชื้อโรคจากมือ” เป็นล้านคน



กระทรวงสาธารณสุข เผยคนไทยป่วยจากเชื้อโรคที่ติดมากับมือสูงขึ้น เช่น โรคอุจจาระร่วง โรคไข้หวัดใหญ่ โรคตาแดง โรคอีสุกอีใส รอบ 9 เดือนปีนี้ ป่วยกว่า 1 ล้าน 3 แสนราย เสียชีวิต 65 ราย แนะให้ล้างมือด้วยน้ำและสบู่อย่างน้อย 15 วินาทีทุกครั้งก่อนและหลังทำกิจกรรมหรือสัมผัสของใช้ร่วมกับผู้อื่น เช่น ปุ่มลิฟต์ ราวบันได สามารถป้องกันโรคต่างๆได้ ทำได้ง่ายทุกคน โดยไม่ต้องพึ่งหมอ และมีผลวิจัยล่าสุดที่น่าตกใจคือ พบคนไทยร้อยละ 88 ไม่ล้างมือหลังขับถ่าย

การล้างมือที่สะอาดถูกสุขอนามัยเป็นเครื่องมือป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย ลดการป่วยและเสียชีวิตจากโรคติดเชื้อที่สำคัญ เช่น ปวดบวม อุจจาระร่วง ไข้หวัดใหญ่ทุกสายพันธุ์ เป็นต้น โดยองค์การยูนิเซฟระบุว่าในแต่ละปีมีเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบป่วยและเสียชีวิตจากโรคอุจจาระร่วงประมาณ 3.5 ล้านคน จากโรคปอดบวมประมาณ 2 ล้านคนมากกว่าการเสียชีวิตจากโรคเอดส์ มาลาเรีย และวัณโรครวมกันและผลการวิจัยทั่วโลกยืนยันผลตรงกันว่า การล้างมือด้วยน้ำและสบู่ที่ถูกวิธี จะลดการเสียชีวิตจากโรคเอดส์ มาลาเรีย และวัณโรครวมกันและผลการวิจัยทั่วโลกยืนยันผลตรงกันว่า การล้างมือด้วยน้ำและสบู่ที่ถูกวิธี จะลดการเสียชีวิตจากโรคอุจจาระร่วงได้ถึงร้อยละ 50 และโรคปวดบวมได้ร้อยละ 25 โดยผลการศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่าการล้างมือด้วยน้ำและบู่อย่างถูกวิธีเพียง 15 วินาที สามารถลดการติดเชื้อได้ถึงร้อยละ 90

สาเหตุการเจ็บป่วยของคนคนไทยเป็นโรคที่ป้องกันได้ โดยพฤติกรรมที่กระทรวงสาธารณสุขมุ่งเน้นให้คนไทยทุกกลุ่มวัยปฏิบัติให้เป็นนิสัย 3 ประการหลัก คือ การกินร้อน ใช้ช้อนกลาง และล้างมือด้วยน้ำและสบู่ เป็นกลวิธีป้องกันปัญหาการเจ็บป่วย โดยเฉพาะอวัยวะที่สำคัญและเป็นตัวนำเชื้อโรคจากแหล่งต่างๆ มาสู่ร่างกายได้ง่ายที่สุดคือมือ ซึ่งใช้งานเกือบตลอดเวลา จึงมีโอกาสสัมผัสเชื้อโรคต่างๆ ทั้งแบคทีเรีย ไวรัส โรคติดเชื้อที่สามารถติดผ่านทางมือสัมผัสและคนไทยป่วยกันมากในอันดับต้นๆ 4 โรค ได้แก่ โรคไข้หวัดใหญ่ โรคอุจจาระร่วง โรคตาแดง โรคอีสุกอีใส เชื้อโรคจะอยู่ในสารคัดหลั่งทั้งน้ำมูก น้ำลาย ในอุจจาระ

ทั้งนี้สำนักงานสาธารณสุขในแต่ละจังหวัดทั่วประเทศ รณรงค์ปลูกฝังให้ประชาชนล้างมือฟอกสบู่ทุกครั้ง ให้ติดเป็นนิสัยเพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายผ่านการสัมผัส ซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุดและคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ

ในที่สาธารณะ เช่น ในปั้มน้ำมัน โรงพยาบาล ไม่แนะนำให้ใช้ผ้าเช็ดมือรวม หากเป็นไปได้ควรใช้กระดาษเช็ดมือ หรือเครื่องเป่าลมแทนการใช้ผ้า หากไปใช้ผ้าเช็ดมือรวม จะเป็นการเอาเชื้อโรคไปติดฝังอยู่ที่ผ้าเช็ดมือ เมื่อผู้ที่ล้างมือและฟอกสบู่ด้วย ไปเช็ดต่อด้วยผ้าเช็ดมือผืนเดียวกัน ก็จะมีโอกาสสัมผัสเชื้อที่ผ้าไปด้วย

การล้างมือด้วยน้ำและสบู่ที่ถูกวิธี จะมีผลในการลดปริมาณเชื้อโรคที่มือได้ดีที่สุด มี 7 ขั้นตอน ได้แก่

1. ฝ่ามือถูกัน
2. ฝ่ามือถูหลังมือและนิ้วถูซอกนิ้ว
3. ฝ่ามือถูฝ่ามือและนิ้วถูซอกนิ้ว
4. หลังนิ้วมือถูฝ่ามือ
5. ถูนิ้วหัวแม่มือโดยรอบด้วยฝ่ามือ
6. ปลายนิ้วมือถูขวางฝ่ามือ
7. ถูรอบข้อมือ

โดยทุกขั้นตอนทำ 5 ครั้ง สลับกันทั้ง 2 ข้าง เพียง 15-20 วินาที

ดร.นายแพทย์พรเทพ กล่าวต่อว่า ในระดับครอบครัว ควรปลูกฝังการล้างมือด้วยน้ำและสบู่ทุกครั้ง ดังนี้

1. ก่อนรับประทานอาหาร
2. ก่อนและหลังการเตรียมปรุงอาหาร
3. หลังเข้าห้องส้วม
4. หลังสัมผัสสิ่งสกปรก เช่น หลังการไอ จาม สั่งน้ำมูก
5. หลังจากทำความสะอาดบ้านและบริเวณบ้าน
6. หลังสัมผัสหรือเล่นกับสัตว์เลี้ยง
7. หลังจากออกไปปฏิบัติภารกิจนอกบ้าน
8. ภายหลังสัมผัสสิ่งของที่ใช้ร่วมกับผู้อื่น เช่น ลิฟท์ ราวบันได รถยนต์โดยสารสาธารณะ ที่จับประตูเปิด-ปิด รถเข็นห้างสรรพสินค้า เป็นต้น เนื่องจากเป็นจุดสะสมเชื้อโรคต่างๆ ไว้มาก ทั้งนี้การล้างมือให้สะอาดใช้เพียงน้ำและสบู่ทั่วๆไปก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้สบู่ฆ่าเชื้อหรือสบู่ยา ส่วนลักษณะของอ่างล้างมือควรระบายน้ำได้ดีและต้องไม่มีน้ำขังในจุดวางสบู่ หากไปในที่ไม่มีน้ำล้าง อาจใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือแทนน้ำได้เช่นกัน





ที่มา... กระทรวงสาธารณสุข

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน