Facebook Twitter
gPlus 

เคล็ดลับสุขภาพ

ปวดศีรษะแบบไหนอันตราย ... ?

ปวดศีรษะแบบไหนอันตราย ... ?



     Q: โรคปวดศีรษะเกิดได้จากสาเหตุอะไรบ้างครับ...?
          A: อาการปวดศีรษะ เป็นอาการแสดงของโรคไม่ใช่ตัวโรคเอง มีโรคอยู่หลายอย่างตั้งแต่ โรคที่เป็นอันตราย รุนแรง อย่างโรคเนื้องอกในสมอง โรคหลอดเลือดสมอง หรือโรคไม่รุนแรง เช่น ปวดศีรษะจากความเครียด ก็ได้ครับ

     Q: ถ้าอย่างนั้นเราจะทราบได้อย่างไร ว่าเราปวดศีรษะจากอะไรครับ...?
        A: โดยทั่วไปเรามักแบ่งโรคปวดศีรษะ ออกเป็น 2กลุ่ม
            กลุ่มที่1 คือ กลุ่มที่มีรอยโรคอยู่ในสมองและศีรษะจริง ซึ่งเป็นอันตรายรุนแรงได้ หากไม่ได้รับการรักษาที่ ถูกต้องและทันเวลา อาจเกิดอันตรายรุนแรงถึงชีวิตได้ เช่น โรคเนื้องอกในสมอง, หลอดเลือดสมองโป่งพอง เลือดออกในเยื่อหุ้มสมอง, เลือดคั่งในสมองและเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
            กลุ่มที่2 คือ กลุ่มที่ไม่ได้มีรอยโรคในสมอง หรือเยื่อหุ้มสมองเลย แต่เป็นโรคที่ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะเอง เช่น โรคไมเกรน ปวดศีรษะจากความเครียด, ปวดศีรษะจากเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ, ปวดศีรษะจากเส้น ประสาทใบหน้าอักเสบ

     Q: คุณหมอครับ แล้วเราจะแยกได้อย่างไรละครับว่าเราปวดศีรษะจากสาเหตุใน กลุ่มที่1 หรือ กลุ่มที่2 ครับ...?
         A: เป็นคำถามที่ดีมากครับ อาการปวดศีรษะในกลุ่มที่1 หรือกลุ่มที่มีรอยโรคในสมอง และมักเป็นอันตรายจะมีลักษณะอาการปวดศีรษะ อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือ หลายอย่างในนี้ครับ

             1.ปวดทันทีและรุนแรงมาก
             2.ปวดมากแบบที่ไม่เคยปวดมาก่อนเลยในชีวิต
             3.ปวดมากขึ้นเรื่อยๆ ในเวลาหลายวัน หรือ หลายสัปดาห์โดยไม่มีช่วยหายดีเลย
             4.ปวดแบบใหม่ ซึ่งไม่เหมือนกับที่เคยปวดมาเป็นประจำ
             5.ปวดรุนแรง พร้อมกับมีอาการคอแข็ง หรืออาเจียนมาก
             6.ปวด พร้อมกับมีอาการอ่อนแรง มองเห็นภาพซ้อน ตามัว ซึมลง สับสน ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด หรือหมดสติ
             7.ปวดเมื่อไอ จาม หรือ เบ่งถ่ายอุจจาระจะยิ่งทวีความปวดขึ้น
             8.ปวดครั้งแรก เมื่ออายุมากกว่า 50ปี โดยไม่ได้มีโรคปวดหัวใดๆ มาก่อน

     Q: ในปัจจุบันเรามีเทคโนโลยีในการตรวจสาเหตุของอาการปวดศีรษะ อย่างไรบ้างครับ...?
          A: การตรวจเหล่านี้ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้เลือกให้เหมาะสมกับอาการของโรคที่เราสงสัย และลักษณะ ของผู้ป่วย เช่น ถ้าสงสัยภาวะเลือดคั่งในสมอง หรือ เส้นโลหิตในสมองแตก ควรตรวจด้วย เครื่องเอกซเรย์ คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง (CT-64Slices) เนื่องจากเป็นภาวะฉุกเฉิน เครื่องนี้จะตรวจได้ไว และไม่จำเป็นต้อง เตรียมการตรวจซับซ้อน ถ้าสงสัยหลอดเลือดขอดในสมอง, เนื้องอกในสมอง อาจต้องทำการตรวจด้วย เครื่องสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) โดย MRI-Scan หรือ MRA-Scan เพื่อดูอย่างละเอียดทั้งในส่วนของสมอง และหลอดเลือด ถ้าสงสัยภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือ เลือดออกซึมในชั้นเยื่อหุ้มสมอง นอกจากการ ตรวจ CT-Scan หรือ MRI-Scan แล้ว แพทย์จำเป็นต้องเจาะตรวจน้ำไขสันหลังเพื่อตรวจทางห้องปฏิบัติการ อย่างละเอียดต่อไปด้วยครับ

     Q: คุณหมอมีอะไรฝากถึง... คนที่มีอาการปวดศีรษะบ้างครับ...?
          A: หากมีอาการปวดที่ชวนสงสัย โรคทางสมองที่กล่าวมาแล้วควรรีบพบแพทย์ หรือ หากมีอาการไม่เหมือน ข้อใดเลยแล้วรักษาไม่หลาย ปวดศีรษะอยู่นาน ก็ควรพบแพทย์เพื่อปรึกษาการใช้ยาที่ถูกต้อง ลดความเสี่ยง การเกิดผลข้างเคียงจากการกินยาด้วยครับ อย่าลืมว่าโรคปวดศีรษะต้องรักษาที่ต้นเหตุของโรค ไม่ใช่เพียง ยาแก้ปวดเท่านั้น นะครับ



ที่มา ... วารสารสินแพทย์

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน