Facebook Twitter
gPlus 

Beauty tips

ผิวบอบบาง...ผิวแพ้ง่าย

ผิวบอบบาง...ผิวแพ้ง่าย



ผิวหน้าของคุณมีลักษณะเช่นนี้หรือไม่?

            - เส้นเลือดฝอยบนใบหน้าได้ค่อนข้างชัดหรือไม่ ?
            - เกิดอาการคัน หรือแดงเป็นจ้ำๆ หลังสัมผัสสิ่งแวดล้อม หรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ
            - ใบหน้าแดงระเรื่อกว่าคนทั่วไป
            - ผิวจะกลายเป็นสีแดงหลังจากสัมผัสความร้อน และแสงแดดโดยตรง

         หากพบลักษณะดังกล่าว นั่นแสดงให้เห็นว่า “คุณมีสภาพผิวที่บอบบาง แพ้ง่าย”

         ผิวบอบบาง แพ้ง่าย คือสภาวะที่ผิวไวต่อสภาพแวดล้อมภายนอก อาทิเช่น อากาศร้อนหรือหนาว แสงแดด หรือสายลม หรือแม้แต่การทาผลิตภัณฑ์ใดๆไว้บนผิวเป็นระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งอาการทางคลินิกที่เกิดขึ้นมักจะเกิดกับระบบประสาทรับสัมผัส เช่น คัน คันเหมือนโดนเข็มแทง ไหม้ และบางครั้งก็เกิดที่ระบบภูมิคุ้มกันทำให้เกิดการแดง หรือแห้งลอกได้ โดยบริเวณที่เกิดการไวมากที่สุดคือ ใบหน้า รองมาคือร่องจมูก

        สภาพผิวที่บอบบางสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกสภาพผิว และทุกเพศ ทุกวัย จากการสำรวจพบว่า 50% ของเพศหญิง และ 40% ของเพศชาย มีสภาพผิวที่บอบบาง แพ้ง่าย

   สาเหตุที่ทำให้เกิดผิวบอบบาง    

        1. เกิดจากชั้นของผิวหนัง (Stratum Corneum) ได้ลดการต้านทานต่อสารระคายผิวลง ทำให้ไวต่อสารนั้นมากขึ้นกว่าปกติ
        2. การสูญเสียน้ำของผิวมากกว่าปกติ ทำให้เซลล์ผิวเกิดความเสียหายและกลไกโดยปกติที่จะกั้นไม่ให้สารระคายซึมผ่านผิวลงไปโดยง่าย เสียไป จึงก่อให้เกิดปัญหาว่า เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ใดๆ ที่ระคายผิวจะเกิดอาการคันๆ ยิบๆ อย่างรวดเร็ว
        3. ต่อมไขมัน (Sebaceous gland) ซึ่งทำหน้าที่สร้างน้ำมัน (Sebum) ไม่สามารถสร้างน้ำมันมาหล่อเลี้ยงและปกป้องผิวได้เพียงพอ โดยปกติแล้วไขมันจะทำหน้าที่คล้ายฉนวนเพื่อปกป้องผิว ไม่ให้สารที่ละลายน้ำผ่านไปได้โดยง่าย แต่เมื่อไขมันลดน้อยลงหน้าที่ฉนวนจะน้อยลงและทำให้เปรียบเสมือนว่าสารระคายเคืองใดๆ ที่ละลายน้ำได้ดี ซึมผ่านผิวหนังไปได้มากขึ้น จึงเกิดการระคายเคืองมากขึ้น

นอกจากนี้ยังมีปัจจัย และตัวกระตุ้นอื่นๆ ที่ทำให้ผิวบอบบางแพ้ง่าย ได้แก่

      1. ปัจจัยภายนอก
คือ ถูกปัจจัยภายนอกมากระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ เช่น
        - แพ้แดด มีอาการเมื่อโดนแดด เป็นผื่นบริเวณนอกร่มผ้าที่สัมผัสแดด
        - แพ้ฝุ่น ไรฝุ่น แบคทีเรีย เกสรดอกไม้ ผงซีเมนต์
        - แพ้อากาศ บางคนอากาศร้อนจัด หรือ เย็นจัด อาจมีผื่น ลมพิษได้
        - แพ้เครื่องสำอาง ต้องแยกให้ดีว่าเป็นการแพ้เครื่องสำอาง หรือ เพียงเกิดจากการระคายเคืองหลังการใช้ยา (ยาบางชนิดระคายเคืองผิวสูง เช่น ยากรดวิตามิน เอ ที่ใช้รักษาสิว ริ้วรอย, ยารักษาฝ้าบางกลุ่ม, ยารักษาสิว Benzyl Peroxide, ครีมบำรุงกรดผลไม้ AHA BHA เป็นต้น) โดยพวกระคายเคืองหลังหยุดใช้อาการดังกล่าวจะหายไป และหากกลับมาใช้เมื่อผิวดีขึ้น หรือ ปริมาณน้อยลง อาการต่างๆจะหายไปได้ บางคนจึงเข้าใจว่าตัวเองแพ้ง่าย (จริงๆคือระคายเคือง)

        ส่วนพวกที่แพ้เครื่องสำอางจริงๆ คือ ใช้กี่ครั้งก็แพ้ มักแพ้ส่วนผสมของเครื่องสำอาง ที่พบบ่อยมาก คือ แพ้น้ำหอม (Fragrance) แพ้สารกัดบูด (Preservative) ในเครื่องสำอาง แพ้น้ำยาย้อมผม เป็นต้น 

      2. ปัจจัยภายในร่างกาย ได้แก่ โรคภูมิแพ้ชนิด Eczema และ Seborrheic dermatitis (เซ็บเดิร์ม) โดยมีอาการผิวแห้ง เป็นขุยแดงๆบริเวณไรผม ไรคิ้ว ศีรษะ หลังหู โดยผู้ป่วยจะไวต่อการเปลี่ยนแปลงของอากาศ แสงแดด เครื่องสำอาง ความชื้น พบได้ประมาณ 2-5% ยังไม่ทราบปัจจัยต้นเหตุแน่นอน

   สารใดที่พบบ่อยในการก่อให้เกิดผิวแพ้ง่าย    

       1. ยารักษาสิวกลุ่ม เรตินอยด์ (Retinoids)
        โดยปกติแล้วสารกลุ่มนี้จะทำให้เกิดอาการแดง ผิวลอกโดยเฉพาะอย่างยิ่งภายในเดือนแรกหลังจากที่เริ่มใช้ จึงแนะนำให้ใช้สารนี้วันเว้นสองวันก่อน หลังจากนั้นสองสัปดาห์จึงใช้วันเว้นวัน และถ้าไม่มีอาการคันยิบ จึงสามารถทาทุกวันได้โดยให้ใช้เฉพาะเวลากลางคืน และให้ทาปริมาณเพียงเล็กน้อยเท่าเมล็ดถั่วเขียวเท่านั้น และอาการข้างเคียงนอกจากนี้คือทำให้เกิดอาการหน้าแดงง่าย ฉะนั้นผู้ใช้ ถ้ามีปัญหานี้อยู่แล้วจึงควรหลีกเลี่ยง และต้องหลีกเลี่ยงแสงแดดและทาครีมกันแดดร่วมด้วย

       2. กรดไฮดรอกซี (Hydroxy Acids)
         เราอาจจะได้ยินชื่อ AHAได้บ่อย แต่ยังมีสาร BHA อีกหนึ่งตัว หรือ กรดซาลิไซลิคนั่นเองโดยทำให้เกิดอาการแพ้ได้เช่นกัน แต่อาจจะเกิดกับผู้ที่ใช้ในความเข้มข้นสูง

   วิธีการดูแลผิวบอบบางแพ้ง่าย   

      1. ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีส่วนประกอบของน้ำหอม และแอลกอฮอล์ (Alcohol Free และ Perfume Free) หรือสารกันเสีย รวมถึงอาจพิจารณาจากผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และมีสารก่อให้เกิดการแพ้ต่ำ สังเกตที่ฉลากจะมีคำว่า “Clinically tested, Dermatology tested และ “Hypoallergenic”

        ทางองค์การอาหารและยา ระบุว่า ไม่สามารถบอกได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ว่าผู้ใช้ผลิตภัณฑ์นั้นจะไม่แพ้ จึงควรมีการทดสอบก่อนการใช้ โดยทาผลิตภัณฑ์บริเวณใต้ท้องแขนทิ้งไว้ 15 นาทีแล้วสังเกตว่ามีอาการบวม แดงหรือไม่ ถ้าปรากฏอาการดังกล่าวแสดงว่าแพ้สารเคมีชนิดหนึ่ง อย่างไรก็ตามคนบางประเภท จะใช้เวลานานกว่าจะปรากฏอาการ จึงนำผลิตภัณฑ์นั้นไปใช้ในบริเวณที่ต้องการ

      2. หลีกเลี่ยงครีมที่มีส่วนผสมไฮดรอกซี แอซิด, วิตามินอีและซี, ลาโนลิน, โพรพิลีน ไกลคอล และยารักษาสิวกลุ่มเรตินอยด์

      3. หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ประเภทขัดถูหน้าพวกโฟม สครับ

      4. ควรใช้สารกันแดด โดยเป็นประเภท Physical sunscreen เช่นประกอบด้วย ซิงค์ ออกไซด์หรือ ไทเทเนียม ไดออกไซด์ หลีกเลี่ยงสารกันแดดที่มีส่วนประกอบของ PABA

      5. หลังจากอาการแพ้ดีขึ้นแล้ว ควรเริ่มใช้สบู่อ่อนหรือสบู่สูตร soap-free ล้างหน้าและอย่าล้างหน้าบ่อยเกินวันละสองครั้ง เพราะจะทำให้ใบหน้าสูญเสียความชุ่มชื้นและอาจเกิดอาการแพ้ง่าย

      6. ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อปรึกษา





ที่มา ... Purecare

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน