Facebook Twitter
gPlus 

เคล็ดลับสุขภาพ

ผู้หญิงกับปัญหามวลกระดูกถึงเวลาดูแลสุขภาพ

ผู้หญิงกับปัญหามวลกระดูกถึงเวลาดูแลสุขภาพ



    คุณคิดว่าจะมีสักกี่เรื่องที่ทำให้ผู้หญิงวัยเลข 4 ขึ้นไป กังวลได้บ้าง?

    แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นต้องมีเรื่องของความสวยความงามรวมอยู่ด้วย โดยเฉพาะเรื่องของผิวพรรณที่เปรียบเสมือนประตูด่านแรกที่บ่งบอกถึงอายุเรา เมื่ออายุขึ้นเลข 4 ผู้หญิงจำนวนไม่น้อยมีผิวที่ดูล่วงโรยไปไกลกว่าอายุจริง พ่วงด้วยปัญหาเรื่องความเสื่อมของสุขภาพร่างกาย โดยเฉพาะเรื่องความแข็งแรงของมวลกล้ามเนื้อและกระดูก เพราะอย่างที่เราทราบกันดีว่า หนึ่งในภัยเงียบที่เกิดกับผู้หญิง มากกว่าผู้ชายก็คือ โรคกระดูกพรุน นั่นเอง

    วิตามินดี เป็นวิตามินที่ร่างกายสามารถสังเคราะห์ได้เอง เมื่อผิวหนังสัมผัสกับแสงอาทิตย์ที่มีรังสีอัลตราไวโอเลตบี (UVB) รวมถึงการกินอาหารบางประเภท อาทิ ปลาที่มีไขมันสูงอย่าง แซลมอน ทูน่า แมคเคอเรล หรือ นม ซีเรียล โยเกิร์ต และน้ำผลไม้ ก็สามารถเพิ่มระดับวิตามินดีให้กับร่างกายได้เช่นกัน

    ส่วนข้อดีที่ส่งผลโดยตรงกับผิว ก็คือ ช่วยชะลอวัยของผิวพรรณได้ มีงานวิจัยพบว่า วิตามินดีต่ำเกี่ยวข้องกับความหย่อนยาน การมีรูขุมขนขยาย และการเกิดซีสต์บนผิวหนัง โดยวิตามินดี จะทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยคนสำคัญในการสร้างผิวหนังและกล้ามเนื้อให้มีความแข็งแรง โดยเฉพาะเมื่อรับประทานอาหารจำพวกโปรตีน ไขมันโอเมก้า-3 และออกกำลังกาย เคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอ ร่วมกับการได้รับวิตามินดี อย่างเพียงพอ ก็จะช่วยต้านความสูงวัย ด้วยการสร้างมวลกล้ามเนื้อขึ้นใหม่ได้ ขณะเดียวกัน ก็ควบคุมการทำงานเซลล์ผิว ให้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเหมาะสมตามวัย วิตามินดีมีความสัมพันธ์กับมวลกล้ามเนื้อ ของเรานั่นเอง

    วิตามินดี : เสริมสร้างความแข็งแรงให้กระดูก

    เราทุกคนท่องจำมาตั้งแต่เด็กว่า วิตามินดี มีความสำคัญอย่างมากในการสร้างความแข็งแรงให้กระดูก และช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน นั่นก็เพราะวิตามินดี ช่วยกระตุ้นการดูดซึม และรักษาภาวะสมดุลของแคลเซียมและฟอสฟอรัส รวมถึงกระตุ้นร่างกายให้นำเอาฟอสฟอรัสมาใช้ด้วย

    ปัญหาคือ คนส่วนใหญ่มักจะมองข้ามความสำคัญของเรื่องนี้ไป โดยเฉพาะคนที่อายุยังน้อย เพราะคิดว่าเป็นโรคที่เกิดกับผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว เมื่ออายุผ่านหลักสี่ เราจะสูญเสียมวลกระดูกประมาณร้อยละ 1 ต่อปี โรคกระดูก จึงกลายเป็นโรคของผู้สูงอายุอันดับต้นๆ ซึ่งพบได้ทั้งโรคกระดูกพรุน กระดูกหัก และอุบัติเหตุจากความไม่แข็งแรงของกระดูก ซึ่งมีความสัมพันธ์กับการขาดวิตามินดี

    สอดคล้องกับงานวิจัยที่ออกมาระบุว่า คนไทยกว่าร้อยละ 45 มีระดับวิตามินดีที่ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีคนกรุงเทพมากกว่าร้อยละ 60 ที่ได้รับวิตามินดีไม่เพียงพอ ขณะที่ทั่วโลกเอง ก็มีประชากรกว่าหนึ่งพันล้านคน ที่ได้รับวิตามินดีไม่เพียงพอเช่นกัน เนื่องจากพฤติกรรมของคนส่วนใหญ่ มักหลีกเลี่ยงการเจอแสงแดด ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงๆ และเลือกที่จะออกกำลังกายในร่ม มากกว่ากลางแจ้ง ปัจจัยเหล่านี้คือ ตัวการสำคัญที่ทำให้ร่างกายขาดวิตามินดี ซึ่งส่งผลกับเรื่องของกระดูกโดยตรง

    แล้วระดับวิตามินดีที่เพียงพอกับร่างกายคือเท่าไร?
    จากข้อมูลทางการแพทย์กำหนดไว้ว่าควรมีอย่างน้อย 30 ng/mL หรือ 75 nmol/L ซึ่งถ้าเราอยากสังเกตตัวเองว่า อาจจะขาดวิตามินดีหรือไม่ ลองดูว่ามี 8 อาการต่อไปนี้ หรือไม่
    1. มวลกล้ามเนื้อลดลง
    2. รู้สึกซึมเศร้า
    3. รู้สึกไวต่อความเจ็บปวดมากขึ้น
    4. มีภาวะกระดูกหักซ้ำ
    5. ความดันโลหิตสูง
    6. ง่วงหลับกลางวัน
    7. ปวดประจำเดือนผิดปกติ
    8. มีความอดทนน้อยลง

    อย่างไรก็ตาม การที่จะรู้ว่าวิตามินดีของเราอยู่ในระดับที่เพียงพอหรือไม่ ต้องอาศัยการตรวจจากแพทย์เท่านั้น โดยมีวิธีการตรวจที่ไม่ยุ่งยาก ใช้การตรวจเลือดคล้ายกับการตรวจสุขภาพประจำปี แต่ไม่ต้องอดน้ำอดอาหาร และสามารถรู้ผลอย่างแม่นยำได้ทันทีภายในวันเดียว



ข้อมูลจาก บริษัท โรช ไดแอกโนสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน