Facebook Twitter
gPlus 

เคล็ดลับสุขภาพ

ฝนนี้…ระวังโรคภูมิแพ้

ฝนนี้…ระวังโรคภูมิแพ้



        หน้าฝน อากาศเริ่มเย็นและชื้น ทำให้หลายคนในบ้านอาจมีอาการจามฟุดฟิดและมีน้ำมูกใสๆ แต่ก็ไม่ได้มีอาการอื่นๆ ที่บ่งบอกว่าเป็นโรคหวัด หลายคนจึงสงสัยว่าเป็นโรคภูมิแพ้หรือเปล่า
        โรคภูมิแพ้นั้นเกิดจากร่างกาย เยื่อบุจมูก ตา หรือหลอดลม สัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ในสิ่งแวดล้อม เช่น เกสรดอกไม้ ซากแมลง ฝุ่น เชื้อรา ขนสัตว์ ฯลฯ แล้วเกิดปฏิกิริยาของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เยื่อบุบวม มีน้ำมูกไหล จาม หลอดลมอักเสบ อาการเหล่านี้จะเกิดกับผู้ที่แพ้ต่อสิ่งสัมผัสต่างๆ เท่านั้น ไม่ใช่ทุกคนที่จะแพ้และมีอาการเหมือนกันหมด

         แต่ในปัจจุบันคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะคนที่ใช้ชีวิตในเมืองที่เต็มไปด้วยฝุ่นควัน ไอเสีย ยาฆ่าแมลง ที่สามารถทำให้ร่างกายแสดงอาการแพ้ออกมาได้ ยิ่งในหน้าฝนที่อากาศชื้นและเชื้อรามักจะเติบโตได้ดีก็เป็นสาเหตุให้เกิดอาการแพ้ขึ้นได้ง่าย จึงควรดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ตากฝน หรือถ้าถูกละอองฝนก็ควรเช็ดตัวให้แห้ง ถ้าศีรษะเปียกฝนก็ควรสระผมและเช็ดและอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าทำร่างกายให้อบอุ่นทันที

    อาหารก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยป้องกันและบรรเทาอาการโรคภูมิแพ้ได้ โดยเฉพาะอาหาร 4 ประเภทดังต่อไปนี้ 

     กรดไขมันโอเมก้า-3
พบมากในเมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง ถั่วเหลือง ผักใบสีเขียวเข้ม ปลาที่อาศัยในแหล่งน้ำเย็น เช่น ปลาแซลมอน ปลาแมคเคอเรล และปลาทะเลต่างๆ 

     วิตามินซี เป็นยาปฏิชีวนะธรรมชาติ ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันป้องกันโรคหวัดและภูมิแพ้ พบมากในผักและผลไม้สด ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว ฝรั่ง มะเขือเทศ สตรอเบอรี

     ควอร์ซิติน มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ พบมากในหัวหอม แอปเปิ้ล ชาเขียว 

     แมกนีเซียม ช่วยรักษาหลอดลมอักเสบและป้องกันโรคหืดได้ พบมากในเต้าหู้ ถั่ว ผักใบเขียว ผักกวางตุ้ง สาหร่ายทะเล

     ส่วนอาหารที่คนที่เป็นโรคภูมิแพ้ควรหลีกเลี่ยงก็คือ อาหารที่มีเกลือ ไขมัน และโปรตีน จากนมและไข่ รวมทั้งน้ำมันมัสตาร์ด เนยถั่ว น้ำมันเนย

          นอกจากจะดูแลร่างกายตัวเองแล้วก็ต้องป้องกันโอกาสที่จะทำให้เกิดเชื้อราขึ้นในสิ่งแวดล้อม รอบๆ ตัวด้วย สำคัญที่สุด คือ ในบ้าน ต้องพยายามดูแลเรื่องความชื้นของบ้านไม่ให้มากเกินไป เช่น รักษาความสะอาดของห้องน้ำและห้องครัวไม่ให้อับชื้น ไม่ปลูกต้นไม้ใหญ่ให้ชิดตัวบ้านมากนัก เพราะรากของต้นไม้จะนำความชื้นไปสู่ฐานรากของบ้าน หมั่นตรวจสอบท่อน้ำประปา สายยาง และปั๊มน้ำอย่างสม่ำเสมอ ถ้ามีการรั่วซึมก็ควรซ่อมแซมทันที ตรวจดูท่อน้ำทิ้งและรางน้ำต่างๆ ในบริเวณบ้าน ไม่ให้อุดตันหรือเต็มไปด้วยสิ่งสกปรก และหมั่นตรวจสอบรอยรั่วบริเวณหน้าต่าง ประตู และช่องลม

         อุปกรณ์ต่างๆ ในบ้านก็เช่นกัน เช่น พรม ก็ไม่ควรปล่อยให้เปียกชื้น ไม่ควรเก็บหนังสือพิมพ์ กระป๋อง ขวดเก่าๆ เอาไว้ในบ้านเพราะเป็นแหล่งสะสมเชื้อรา หมั่นทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศในเครื่องฟอกอากาศ หรือเครื่องปรับอากาศอย่างน้อยทุก 3 เดือน หมั่นรักษาความสะอาดของสัตว์เลี้ยงในบ้าน เวลาทำความสะอาดบ้านก็เลือกใช้สารทำความสะอาดที่มาจากธรรมชาติแทนสารเคมี

        หากดูแลทุกๆ ปัจจัยที่อาจทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ได้แล้ว โอกาสที่จะต้องเสี่ยงกับอาการ ภูมิแพ้ก็จะลดน้อยลงได้ค่ะ


ที่มา ... Nestle'

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน