Facebook Twitter
gPlus 

เคล็ดลับสุขภาพ

มาทำมัฟฟินกล้วยหอมวอลนัทสูตรไร้กลูเตนกันเถอะ!

มาทำมัฟฟินกล้วยหอมวอลนัทสูตรไร้กลูเตนกันเถอะ!



      สวัสดีค่ะ กลับมาพบกันอีกเช่นเคยกับเคล็ด (ไม่) ลับสุขภาพดีๆ ที่มีมาฝากคุณผู้อ่านทุกสัปดาห์ สำหรับบทความในวันนี้เราจะมาเอาใจผู้ที่ชื่นชอบกล้วยหอมและมัฟฟินเป็นชีวิตจิตใจ หากได้รับประทานอาหารเช้าสุดโปรดก่อนออกไปเรียนหรือทำงานก็คงจะฟินไม่น้อยเลยทีเดียว แต่จะดีแค่ไหนถ้าคุณได้กินของอร่อยควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพ น่าสนใจแล้วใช่มั้ยล่ะ!? เพื่อนๆ ที่กำลังควบคุมน้ำหนักหรือเริ่มใส่ใจในสุขภาพก็สามารถนำสูตรดังกล่าวนี้ไปลองทำทานกันดูได้นะคะ

     สูตรมัฟฟินเพื่อสุขภาพที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ได้มาจาก Amanda Drozdz บล็อกเกอร์ทางด้านอาหารที่โด่งดัง และเป็นเจ้าของหนังสืออาหารที่ชื่อว่า Easy Flourless Muffins, Bars & Cookies ซึ่งส่วนผสมที่ใช้ก็จะเป็นส่วนผสมเพื่อสุขภาพโดยเฉพาะ อย่างเช่น แอลมอนด์ บัตเตอร์ และเมล็ดแฟลกซ์ ที่อุดมไปด้วยกรดไขมันชนิดดีทั้งสิ้น อีกทั้งยังปราศจากกลูเตน (Gluten-free), น้ำมัน, ผลิตภัณฑ์จากนมวัว และมัฟฟินที่เราจะทำกันในวันนี้คือ มัฟฟินกล้วยหอมวอลนัทนั่นเองค่ะ ไปเตรียมส่วนผสมกันเล้ยย!

    1.ข้าวโอ๊ตป่น ½ ถ้วย
    2.เมล็ดแฟลกซ์ 3 ช้อนชา
    3.ผงซินนามอน (อบเชย) 1 ช้อนชา
    4.ผงจันทน์เทศ ½ ช้อนชา
    5.เบคกิ้งเพาเดอร์ 1 ช้อนชา
    6.เกลือ ¼ ช้อนชา
    7.ไข่ไก่ 2 ฟอง
    8.นมอัลมอนต์สูตรหวานน้อย ¼ ถ้วย
    9.อัลมอนต์บัตเตอร์ ¼ ถ้วย
    10.น้ำผึ้ง ¼ ถ้วย
    11.กลิ่นวานิลา 2 ช้อนชา
    12.กล้วยหอมสุกบด 2 ลูก
    13.ลูกวอลนัทป่นหยาบๆ ½ ถ้วย
    14.เบคกิ้งโซดา 1 ช้อนชา

    วิธีทำ
    1. ขั้นตอนแรก ให้เพื่อนๆ จัดการวอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 177 องศาเซลเซียส เตรียมถาดหลุมสำหรับทำมัฟฟิน และนำกระดาษไขกันน้ำรองภายในหลุมให้ครบทุกหลุม
    2. นำข้าวโอ๊ต เมล็ดแฟลกซ์ ซินนามอน ผงจันทน์เทศ เบคกิ้งเพาเดอร์ เบคกิ้งโซดา และเกลือเทลงในเครื่องปั่นอาหาร ปั่นด้วยความเร็วสูงสุด 10 วินาทีจนส่วนผสมทั้งหมดละเอียดและผสมกันเป็นเนื้อแป้ง
    3. เติมไข่ไก่ นมอัลมอนต์ อัลมอนต์บัตเตอร์ น้ำผึ้ง และกินวานิลาตามลงไป และปั่นอีกครั้งเป็นเวลา 30 วินาทีเพื่อให้ส่วนผสมทั้งหมดผสานเข้ากันจนเป็นเนื้อครีม จากนั้นเติมกล้วยหอมบดและวอลนัทป่นลงไปเป็นลำดับสุดท้าย คนให้ส่วนผสมเข้ากัน
    4. ตักส่วนผสมที่ได้ลงในถาดมัฟฟินที่เตรียมไว้ก่อนหน้านี้ในปริมาณ ¾ ของแต่ละหลุม ในขั้นตอนนี้ เพื่อนๆ สามารถโรยวอลนัทป่นเพื่อตกแต่งให้สวยงามได้ตามความต้องการนะคะ
    5. นำเข้าเตาอบ 18-20 นาทีจนกระทั่งหน้าตาของเจ้ามัฟฟินเริ่มกลายเป็นสีน้ำตาลทองน่ารับประทาน นำไม้จิ้มฟันจิ้มลงตรงกลางเนื้อมัฟฟิน หากไม่มีส่วนผสมติดไม้จิ้มฟัน เป็นอันว่าเสร็จเรียบร้อยดีค่ะ นำออกจากเตาอบและพักไว้ให้ตัวมัฟฟินคลายความร้อนซัก 10 นาที จากนั้นนำเก็บรักษาในกล่องเก็บอาหาร (airtight container) และเช็คให้มั่นใจว่าจะไม่มีอากาศเข้าไปทำลาย

      เพื่อนๆ ควรเลือกเก็บรักษามัฟฟินนี้ไว้ที่อุณหภูมิห้องซึ่งจะเก็บไว้รับประทานได้เป็นเวลา 5 วัน หรือจะเลือกแช่ช่องฟรีซเพื่อยืดอายุมัฟฟินได้ถึง 3 เดือนเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม Thaiza ขอแนะนำว่าควรทำในปริมาณพอดีและทานให้หมดจะดีกว่านะคะ เพื่อความสดใหม่และคุณประโยชน์ที่เต็มเปี่ยมนั่นเอง นอกจากนี้เพื่อนๆ ยังสามารถปรับเปลี่ยนส่วนผสมได้ตามใจชอบ เป็นการทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัวที่มีความสุขและความอร่อยอย่างแน่นอนค่ะ



Sources: www.fitnessmagazine.com
www.foodnetworksolution.com

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน