Facebook Twitter
gPlus 

เคล็ดลับสุขภาพ

รับมือโรคภูมิแพ้ที่มากับหน้าหนาว

รับมือโรคภูมิแพ้ที่มากับหน้าหนาว



         โรคหืด ภูมิแพ้อากาศ ไซนัสอักเสบและผื่นลมพิษ มักออกอาการได้ง่ายในฤดูหนาว โดยเฉพาะผู้เป็นโรคหอบหืดควรฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ปีละครั้ง

   Q: โรคภูมิแพ้อะไรบ้างที่มักกำเริบในหน้าหนาว
            A: ในหน้าหนาวคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ระบบทางเดินหายใจ ได้แก่ แพ้อากาศกับหอบหืดอาจมีอาการกำเริบได้เพราะมีตัวกระตุ้นที่สำคัญในหน้าหนาว นั่นคือการติดเชื้อไวรัสหวัดหรือไวรัสไข้หวัดใหญ่ได้ง่าย ซึ่งก็จะกระตุ้นให้เกิดภูมิแพ้อากาศหรือโพรงจมูกอักเสบจากภูมิแพ้แล้วส่งผลให้หอบหืดกำเริบได้

   Q : ควรป้องกันโรคหอบหืดในหน้าหนาวอย่างไรดี
            A : ในหน้าหนาว คนที่เป็นโรคหอบหืดจะกำเริบได้ง่าย ไม่สบายและเป็นหวััดง่าย เมื่ออากาศเย็นก็จะกระตุ้นให้หอบง่ายขึ้น ฉะนั้น ผู้ที่เป็นหืดมากก็ต้องพ่นจมูกหรือรับประทานยาเป็นประจำสม่ำเสมอเพื่อป้องกันหืดกำเริบในหน้าหนาว และอย่าพยายามหยุดยาเองเพราะผู้ที่เป็นโรคหืดเมื่อไม่มีอาการก็มักไม่ใช้ยา แต่ถ้ามียาที่ใช้ป้องกันอยู่แล้วก็ควรจะใช้อย่างสม่ำเสมอ โดยมียา 2 ชนิด คือ ยาขยายหลอดลมเวลามีอาการกำเริบ หากแพทย์ให้ยามาป้องกันในคนไข้กลุ่มนี้ก็ต้องใช้ทุกวันสม่่ำเสมอ อย่าหยุดยาเอง แล้วก็ต้องพกยาขยายหลอดลมติดตัวด้วยเสมอเพราะหากมีอาการกำเริบจะได้นำมาใช้ได้ทันที ที่สำคัญก็คือ ควรฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ด้วย เพราะผู้ที่เป็นโรคหืดจะติดไวรัสไข้หวัดใหญ่ได้ง่ายกว่าคนปกติแล้วก็กำเริบรุนแรงกว่าคนปกติ ฉะนั้นในคนไข้โรคหืด แพทย์จะแนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ทุกปีเพราะไข้หวัดใหญ่มักระบาดในหน้าหนาว

   Q : ไม่มียารักษาให้โรคหอบหืดหายขาดใช่มั้ย
            A : ขึ้นอยู่กับว่ารักษาเร็วหรือช้า ถ้าเป็นโรคหอบหืดตั้งแต่เด็กๆ แล้วใช้ยารักษาเร็ว แล้วก็ไม่แพ้อะไรมากก็มีโอกาสหาย 80% แต่ถ้าเป็นตอนโตจะมีโอกาสหายค่อนข้างน้อย

   Q : คนที่เป็นโรคหอบหืดแล้วใช้ยาสเตียรอยด์บ่อยๆ จะมีผลข้างเคียงหรือไม่
            A : ยาที่ใช้กับหอบหืดคือยาพ่นและยากินซึ่งเป็นสเตียรอยด์ หากมีอาการกำเริบก็จะให้กินยาได้ไม่เกิน 5 วัน ห้ามกินต่อเนื่องยาวนาน ทีนี้คนที่เป็นโรคหอบหืดจะไวต่อส่ิงกระตุ้นจึงต้องใช้ยาพ่นจมูกอย่างสม่ำเสมอ ห้ามหยุดยาเอง ปกติจะมีสูตรการลดยา เช่น พ่นสม่ำเสมอเมื่อไม่มีอาการ 3 เดือน ก็ค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ จนอาการต่ำสุดหนึ่งปีไม่มีอาการก็หยุดยาได้ หรือหยุดยาได้เป็นพักๆ ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าเป็นมากเป็นน้อย ในผู้ใหญ่อาจต้องใช้ขนาดต่ำสุด ถ้าใช้สเตียรอยด์ขนาดต่ำๆ และพ่นถูกวิธีก็ไม่มีผลข้างเคียง อย่างเช่น เมื่อพ่นยาสเตียรอยด์ก็ให้คนไข้บ้วนปากทุกครั้งเพื่อลดการสะสมของยา ถ้าใช้ขนาดยาตามที่แพทย์แนะนำก็ไม่มีผลข้างเคียง

   Q : แล้วไซนัสอักเสบมักเกิดในฤดูไหน
            A : ไซนัสอักเสบมักออกอาการในหน้าหนาวได้ง่ายเช่นกันเพราะคนที่เป็นไซนัสอักเสบมักเป็นร่วมกับแพ้อากาศ หากคนแพ้อากาศแล้วเป็นหวัด ก็เป็นไซนัสอักเสบตามมาได้ แต่อาการของไซนัสก็คล้ายๆ หวัด แต่เป็นหวัดที่ต่อเนื่องเป็นเวลาเกินสัปดาห์ มีไข้ ไอ มีน้ำมูก หรือไอเป็นสัปดาห์

   Q : คนที่เป็นไซนัสควรดูแลสุขภาพอย่างไรในหน้าหนาว
            A
: คนที่เป็นไซนัสมักเกี่ยวข้องกับการแพ้อากาศ ถ้ามีแพ้อากาศร่วมด้วยก็ต้องใช้ยาเพื่อไม่ให้แพ้อากาศกำเริบ ไม่ให้ไซนัสตามมา ไม่ควรไปในที่มีคนมากๆ เนื่องจากไซนัสเป็นการติดเชื้อชนิดหนึ่งซึ่งเชื้อไซนัสแพร่ทางลมหายใจ ฉะนั้น เด็กที่อยู่โรงเรียนหรืออนุบาลจะติดเชื้อไวรัสง่ายเพราะเพื่อนหายใจรดกัน จึงควรหลีกเลี่ยงในที่มีคนเยอะๆ หรือมีผ้าปิดปากจมูกเพื่อป้องกัน คือไซนัสเป็นเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งคล้ายๆ เชื้อหวัด แต่เป็นหวัดที่รุนแรงและยาวนาน แต่พอหลังจากไวรัสก็จะกลายเป็นเชื้อแบคทีเรียตามมา หากเป็นเชื้อไวรัสจะหายเองได้ แต่ถ้าเป็นเชื้อแบคทีเรียจะไม่หายเอง ควรไปพบแพทย์เพื่อให้แพทย์สั่งจ่ายยาปฏิชีวนะให้ ไม่ควรซื้อกินเองเพราะถ้าเป็นยาที่ไม่ตรงตัวก็จะไม่หายขาด เชื้อโรคจะดื้อยาได้ ที่สำคัญคือ คนที่เป็นไซนัสควรงดว่ายน้ำหนึ่งสัปดาห์

   Q : แล้วคนที่เป็นโรคภูมิแพ้อากาศจะเป็นอย่างไร
            A
: ภูมิแพ้อากาศมักออกอาการเมื่อเจออากาศเย็นๆ ก็จะมีอาการคัดจมูก จาม มีน้ำมูก บางคนเข้าห้องแอร์ก็มีอาการได้ คล้ายๆ จมูกไวต่อสิ่งกระตุ้น เจออากาศเย็นๆ ก็มีอาการกำเริบได้ในบางคน แต่ละคนก็มีตัวกระตุ้นไม่เหมือนกัน โรคนี้รักษาค่อนข้างยาก ขึ้นอยู่กับว่าเป็นมากหรือเป็นน้อย ถ้าเป็นน้อย นานๆ เป็นทีก็หายได้ ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและปัจจัย

   Q : ทำไมบางคนมักเกิดผื่นลมพิษในฤดูหนาว
            A
: มีคนไข้กลุ่มหนึ่งที่เกิดลมพิษได้ง่ายเมื่อโดนอากาศเย็นกระตุ้น คือผื่นลมพิษกระตุ้นได้ทั้งปัจจัยภายในและภายนอก หรือบางคนเหงื่อออกก็กระตุ้นให้เกิดลมพิษได้เช่นกัน แต่ละคนไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับการทดสอบว่าอะไรเป็นตัวกระตุ้น ถ้าจากภายใน คล้ายภูมิแพ้ตัวเอง เช่น โรค SLE ก็อาจมีอาการเร่ิมต้นมาจากลมพิษ หรืออาจเป็นธัยรอยด์เป็นพิษบางชนิดก็มาด้วยลมพิษได้ ส่วนกรณีที่เด็กเล็กๆ ที่มีลมพิษบ่อยๆ ก็ต้องหาสาเหตุว่าแพ้อาหารหรือไม่เพราะลมพิษในเด็กมักสัมพันธ์กับการแพ้อาหาร

   Q : แล้วการออกกำลังกายจะช่วยให้โรคภูมิแพ้ดีขึ้นได้มั้ยคะ
            A
: อาจช่วยให้แข็งแรงขึ้น ไม่เป็นหวัด เพราะคนที่เป็นโรคภูมิแพ้มักเป็นหวัดง่าย ติดหวัดง่าย การออกกำลังกายก็จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น เพิ่มภูมิคุ้มกันไม่ให้เป็นหวัดง่าย แต่สำหรับโรคหอบหืด ถ้าเป็นไม่มาก การออกกำลังกายก็จะทำให้อาการหอบหืดดีขึ้น หรือแพ้อากาศไม่มากก็จะช่วยให้จมูกโล่ง ลดอาการภูมิแพ้กำเริบได้ แต่ถ้าเป็นมากแล้ว การออกกำลังกายก็ไม่ได้ช่วยอะไร หากเป็นโรคหอบหืดรุนแรง การออกกำลังกายก็จะกระตุ้นให้โรคหอบหืดกำเริบได้ ก็ต้องใช้ยารักษาก่อนจึงจะออกกำลังได้หรือคนที่เป็นโรคหอบหืดที่ถูกกระตุ้นจากการออกกำลังกายก็ต้องพ่นยาขยายหลอดลมก่อนออกกำลังกายครึ่งชั่วโมงก็จะป้องกันอาการหืดกำเริบได้

                   Tip : ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้เป็นโรคหอบหืด                    

         ควรใช้ยาสม่ำเสมอตามแพทย์สั่ง พกยาขยายหลอดลมติดตัวไว้เสมอเผื่อมีอาการกำเริบฉุกเฉิน เพราะถ้าพ่นยาไม่ทันก็ทำให้หลอดลมตีบจนเสียชีิวิตได้ ควรหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่ทำให้หีดกำเริบ หลีกเลี่ยงสิ่งที่รู้ว่าแพ้ แต่ถ้าไม่เคยทดสอบก็พยายามหลีกเลี่ยงสิ่งที่คนไทยแพ้บ่อย เช่น ไรฝุ่น ขนสัตว์ ควันบุหรี่ ฯลฯ พร้อมกับรักษาโรคที่ร่วมด้วย เช่น ถ้าเป็นโรคหอบหืดที่แพ้อากาศหรือไซนัสอักเสบก็ต้องรักษาโรคนั้น มิเช่นนั้นจะทำให้หอบหืดกำเริบ หรือในกรณีที่เป็นโรคกรดในกระเพาะไหลย้อน แพ้อากาศก็ทำให้หอบหืดกำเริบได้เช่นกัน

                แบบทดสอบ คุณเป็นภูมิแพ้หรือเปล่า ตอบว่าใช่ หรือไม่ใช่ในข้อต่อไปนี้

                      พ่อแม่หรือพี่น้องของคุณเป็นโรคภูมิแพ้ 
                      คุณมักมีอาการแพ้เมื่อสวมใส่เครื่องประดับ 
                      หลังกินอาหาร คุณมักมีอาการคันในปาก 
                      คุณมักมีอาการคันตา น้ำมูกไหลหรือหายใจไม่ออกโดยไม่รู้สาเหตุ 
                      คุณมีอาการแพ้เครื่องสำอางคือ มีผิวแดง

         หากคุณตอบว่า "ใช่" หนึ่งข้อ คือข้อสงสัยว่าคุณจะเป็นภูมิแพ้ หากมีอาการรุนแรง ควรไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาสาเหตุอาการแพ้และรับการรักษา







ที่มา ... LIsa

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน