Facebook Twitter
gPlus 

เคล็ดลับสุขภาพ

รู้ไว้ไม่เสียหาย! ความแตกต่างระหว่างของ Baking Soda และ Baking Powder

รู้ไว้ไม่เสียหาย! ความแตกต่างระหว่างของ Baking Soda และ Baking Powder



     สวัสดีค่ะคุณผู้อ่านทุกๆ ท่าน วันนี้เราจะหยิบยกสิ่งของใกล้ตัวมาเล่าสู่กันฟังค่ะ เมื่อพูดชื่อออกไปแล้ว คุณผู้อ่านจะต้องร้องอ๋ออย่างแน่นอน เพราะเจ้าสิ่งที่ว่านี้ก็คือ “Baking soda” หรือโซเดียมคาร์โบเนต และ “Baking powder” ซึ่งมีอีกชื่อว่า ผงฟู นั่นเองค่ะ จะว่าไปแล้ววัตถุดิบทั้งสองชนิดนี้ หากไม่สังเกตอย่างถี่ถ้วนแล้ว จะเห็นว่ามันเหมือนกันค่อนข้างมากเลยทีเดียว ทั้งสีสันและรูปร่างหน้าตา ซึ่งทั้งโซเดียมคาร์โบเนตและผงฟูต่างก็สามารถนำไปปรุงอาหารและขนมได้เช่นกัน แต่ทั้งสองชนิดนี้มีปฏิกิริยาทางเคมีที่แตกต่างกันนะคะ ไปดูกันเลยค่ะว่าต่างกันยังไงบ้าง

    1. Baking Soda (โซเดียมคาร์โบเนต)
     เบกกิ้งโซดา หรือมีอีกชื่อว่า โซเดียมคาร์โบเนต ซึ่งถือว่าเป็นแร่ธาตุพื้นฐานในการผลิตคาร์บอนไดออกไซด์เมื่อผสมเข้ากับส่วนผสมอื่นๆ ที่มีฤทธิ์เป็นกรด ดังนั้นแล้ว เมื่อคุณต้องการนำเบคกิ้งโซดามาประกอบอาหารหรือขนม ควรจะต้องมีส่วนประกอบชนิดอื่นๆ ที่มีฤทธิ์เป็นกรดควบคู่กันไปกัน เช่น โยเกิร์ต นมเปรี้ยว น้ำมะนาว น้ำตาลทรายแดง กากน้ำตาล

    นอกจากนี้ เบกกิ้งโซดา ยังมีฤทธิ์ค่อนข้างแรงกว่า เบกกิ้งพาวเดอร์ อยู่พอสมควร โดยจะมีรสชาติที่คล้ายคลึงกับโลหะนั่นเอง ดังนั้นสูตรที่เหมาะสมในการผสมเบกกิ้งโซดาลงในสูตรอาหารก็ควรจะอยู่ในปริมาณ 1/2 ช้อนชา ต่อแป้งปริมาณ 1 ถ้วย

    2. Baking Powder (ผงฟู)
     เบกกิ้งพาวเดอร์ หรือผงฟู เป็นวัตถุดิบที่มีกรดหลากหลายชนิดปะปนกันอยู่ ซึ่งรวมไปถึง โซเดียมคาร์โบเนต แป้งข้าวโพด และส่วนประกอบที่ทำให้ขนมมีความฟูยิ่งขึ้น
     ในขณะที่คุณกำลังทำอาหารหรือขนมโดยมีผงฟูเป็นส่วนประกอบนั้น ขนมจะเริ่มฟูขึ้นเมื่อเจ้าผงฟูนั้นได้รับน้ำหรือเปียกอยู่ จากนั้นจะค่อยๆ ฟูยิ่งขึ้นเมื่อได้รับความร้อน เพียงใส่ผงฟูปริมาณ 1 ช้อนชา ต่อแป้งปริมาณ 1 ถ้วย คุณก็จะได้ขนมที่ฟูนุ่มกำลังดี
     ในบางกรณีคุณก็ควรที่จะใส่ส่วนผสมทั้งผงฟูและโซเดียมคาร์โบเนตลงไปพร้อมๆ กัน เพื่อที่จะสามารถรักษาสมดุลของกรดและแร่ธาตุนั่นเอง

    3. วันหมดอายุ
     สิ่งสำคัญที่คุณควรสังเกตเป็นอันดับแรกๆ เลยก็คือ วันหมดอายุ นั่นเองค่ะ ควรเลือกใช้วัตถุดิบที่มีความสดใหม่อยู่เสมอเพื่อสุขภาพและหลีกเลี่ยงโรคอื่นๆ ที่อาจจะตามมาในอนาคต สำหรับผงฟูและโซเดียมคาร์โบเนตนี้ คุณควรเปลี่ยนไปใช้วัตถุดิบที่สดใหม่ทุกๆ 3 เดือน
     ดังนั้นเรามาดูกันดีกว่าค่ะว่าวิธีการตรวจสอบคุณภาพของเจ้าโซเดียมคาร์โบเนตก่อนนำมาใช้นั้นจะสามารถทำได้อย่างไร…เพียงเตรียมชาม 1 ใบ จากนั้นตวงน้ำส้มสายชูกลั่นปริมาณ 3 ช้อนโต๊ะและเทลงในชามที่เตรียมไว้ แล้วจึงเทผงโซเดียมคาร์โบเนตปริมาณ 1/2 ช้อนชาลงไป คนให้เข้ากัน หากน้ำส้มสายชูขึ้นฟองนั่นก็แปลว่าผงโซเดียมคาร์โบเนตยังคงสดใหม่ ใช้งานได้ดีอยู่นั่นเองค่ะ



Source: www.houseofhealthyfood.com

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน