ลดน้ำหนัก แต่งหน้า เคล็ดลับแต่งหน้า เทรนด์แฟชั่น

ล้างพิษโลหะหนักเพื่อสุขภาพ



      สืบเนื่องจากวิถีการใช้ชีวิตของคนส่วนใหญ่ในปัจจุบันต้องทำงานแข่งขันกับเวลา เผชิญกับความเครียดในชีวิตในหลายรูปแบบทั้งงาน ครอบครัว และเศรษฐกิจ รวมถึงมลภาวะเป็นพิษที่ส่งผลต่อสุขภาพ ทั้งอากาศ อาหาร ซึ่งล้วนส่งผลร้ายต่อสุขภาพทุกวัน 

      การดูแลสุขภาพร่างกายในเชิงป้องกันไว้ดีกว่าแก้ (ไข) หากปล่อยเจ็บป่วยก่อนค่อยมารักษา แพทย์ทางเลือกถือว่าช้าเกินไป เพราะกว่าที่ร่างกายจะเจ็บป่วยจนแสดงผลปรากฏชัดนั้นต้องสะสมความเจ็บไข้ไว้เป็นแรมปี ดังนั้น หากเราสามารถป้องกันด้วยการดูแลรักษาสุขภาพ ทั้งอาหาร อากาศ อารมณ์ ออกกำลังกาย จะเป็นเรื่องที่ดีในระยะยาว และไม่ต้องเสียงบประมาณในการรักษาที่แพงๆ อีกด้วย เพราะการที่จะอยู่อย่างไรให้ชีวิตยืนยาวและแข็งแรงนั้น หากเราดูแลดี ให้เวลาดี ใช้เวลาบ่มเพาะร่างกายเป็นอย่างดี ก็สามารถมีสุขภาพที่ดีได้ไม่ยากเกินไป

   สารพิษรายรอบตัว  

     ศ.ดร.นพ.สมศักดิ์ วรคามิน อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข และในฐานะประธานกรรมการ บริษัท คิวเมดิคัล เซ็นเตอร์ และผู้บริหารศูนย์สุขภาพรีจู อโศก กล่าวว่า ปกติร่างกายจะได้รับสารพิษไม่ว่าจะจากฝุ่นละออง ไอระเหย หรือก๊าซ รวมทั้งกลิ่นเขม่า ควัน สารกัมมันตรังสี สารประกอบไฮโดรคาร์บอน ปรอท ตะกั่ว ออกไซด์ของไนไตรเจน และคาร์บอน เป็นต้น

     ทางอาหารมีสารแปลกปลอมเจือปน เช่น พิษจากยาฆ่าแมลงตกค้าง สารปรุงแต่งสี สีสังเคราะห์ทุกชนิด สารกันบูด ตลอดจนการรับประทานอาหารไม่ถูกสัดส่วน การรับประทานแต่เนื้อสัตว์มากเกินไป อาหารว่างที่เต็มไปด้วยของทอดที่อุดมไปด้วยไขมัน รับประทานผักสดและผลไม้น้อย ทำให้ได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน อีกทั้งไม่ออกกำลังกาย การพักผ่อนไม่เพียงพอ ส่งผลเสียต่อสุขภาพ และชักนำให้เป็นโรคต่างๆ เช่น โรคมะเร็ง หัวใจ เบาหวาน ความดัน โรคอ้วน โรคที่เกี่ยวข้องกับทางเดินหายใจ เช่น โรคปอด ไซนัส หวัด และภูมิแพ้

     “มีรายงานว่าคนไทยมีปัญหาเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น ผู้ชายพออายุเริ่ม 30 ปี ก็มักจะประสบปัญหาไขมันในเส้นเลือดหรือโรคเกี่ยวกับตับ ส่วนผู้หญิงก็จะมีปัญหาเกี่ยวกับไทรอยด์ ข้อ หรือโรคเบาหวาน นั่นเพราะสารพิษหรือสารเคมีที่ร่างกายได้รับ ฉะนั้นการจะดูแลสุขภาพให้ดีจะต้องมีไลฟ์สไตล์ที่ดีและเหมาะสม”

     หากมีวินัยในการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างเป็นระบบ จะช่วยทำให้มีสุขภาพดี ชีวิตยืนยาว และแข็งแรงต่อไป เนื่องจากปัจจุบันคนเรามักจะใช้ชีวิตผิดกฎธรรมชาติ ชอบกินอาหารปิ้งย่าง ซึ่งถือว่าผิดธรรมชาติ เพราะความร้อน 118 องศาฟาเรนไฮต์ จะไปทำลายเอนไซม์ที่ช่วยย่อยในร่างกายและไม่ควรกินสัตว์ใหญ่ เพราะร่างกายกำหนดให้มนุษย์ควรกินสัตว์เล็ก เช่น ปลา หรือผักสด จะช่วยย่อยได้เป็นอย่างดี กินผลไม้ เช่น กล้วย มีแมกนีเซียม ส้ม ฝรั่ง มีวิตามินซีสูง ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมาก นั่นเป็นปัจจัยพื้นฐานในการดูแลตัวเอง

     แต่สำหรับในวงการแพทย์ทางเลือกยังมีอีกหลายวิธีการในการดูแลป้องกันตัวเองอย่างครบวงจร เช่น การล้างพิษและสารโลหะหนักในร่างกายโดยผ่านเส้นเลือด โดยการใช้กรดอะมิโน (สารอีดีทีเอ) ผสมกับแร่ธาตุและน้ำเกลือ เพื่อรักษาการเกิดการอักเสบหรือการทำงานผิดปกติของเซลล์ในผนังของหลอดเลือด โดยสารอีดีทีเอจะไปจับกับสารที่เป็นพวกโลหะหนักที่เป็นพิษ เช่น ตะกั่ว แคดเมียม ปรอท และสารแร่ธาตุที่ใช้ในร่างกายซึ่งมาจับผิดที่ในเซลล์หลอดเลือด เช่น เหล็ก ทองแดง การสะสมของโลหะหนักบนเซลล์บุภายในของผนังหลอดเลือด จะเหนี่ยวนำให้เกิดอนุมูลอิสระบนผนังเซลล์ คอเลสเตอรอลจึงมาจับบนผนังหลอดเลือด ทำให้รูหลอดเลือดตีบลง เมื่อทำการล้างพิษโลหะหนักสารอีดีทีเอจะไปจับกับตัวสารและละลายออกทางไต การจับตัวของคอเลสเตอรอลจะค่อยๆ ถูกร่างกายกำจัดให้ลดลง ผนังเซลล์หลอดเลือดก็จะดีขึ้น การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น เส้นเลือดไม่ตีบตัน

     รศ.ดร.นพ.กำพล ศรีวัฒนกุล ได้นำทฤษฎีนี้มาจากสถาบัน American College For Advancement in Medicine (ACAM) มาใช้ ซึ่งเหมาะกับผู้รักสุขภาพโดยทั่วไป โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่เสี่ยงโรคหัวใจ โรคอ้วน เบาหวาน ความดันเลือดผิดปกติ ความจำเสื่อม ซึ่งเกิดจากหลอดเลือดอุดตัน

      “จากสถิติขององค์การอนามัยโลก พบว่าสาเหตุของการตายของคนเรานั้น อันดับ 1 มาจากโรคมะเร็ง รองลงมาคือโรคหัวใจและหลอดเลือด การป้องกันและส่งเสริมให้มีสุขภาพที่ดี ต้องเริ่มจากตัวเราเอง เพราะเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงบรรดามลภาวะต่างๆ ได้ทั้งหมด แต่เราสามารถจะทำในส่วนที่จะช่วยลดผลกระทบที่เสียหายต่อร่างกายเราได้ โดยรู้จักเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ ไม่กินอาหารสำเร็จรูปมากไป ได้ออกกำลังกาย ไม่เครียด นั่งสมาธิฝึกจิตใจ นอนให้เพียงพอ ดูแลตัวเองตามแนวแพทย์ทางเลือก หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ชา กาแฟ น้ำอัดลม บุหรี่ ไม่อยู่ในย่านโรงงานอุตสาหกรรมหนัก หรือที่ที่มีมลพิษทางอากาศสูง ถ้าเลี่ยงได้ก็จะมีร่างกายที่แข็งแรง นอกจากนี้อย่าใช้ชีวิตที่เสี่ยงกับสารปนเปื้อนและสารเคมีมากเกินไป เช่น ใช้สเปรย์ใส่ผมตลอดเวลา ทำสีผมหรือย้อมผมบ่อยๆ ทาเล็บเป็นประจำ”

     แต่การล้างพิษเพื่อจับสารตะกั่วหนักนั้นมีข้อยกเว้น โดยผู้ที่ไม่เหมาะกับการล้างพิษดังกล่าว คือผู้ที่เคยมีประวัติโรคไตหรือไตวาย ส่วนผลกระทบข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นสำหรับการทำครั้งแรกก็คือบางรายอาจมีอาการอ่อนเพลียเล็กน้อยในช่วงแรก เพราะสารพิษและโลหะหนักจะขับออกมาทางปัสสาวะ ซึ่งความถี่ในการทำนั้นขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล จำนวนครั้งจึงไม่เท่ากัน แล้วแต่ปัญหาว่ามีมากน้อยเพียงใด แต่โดยปกติจะอยู่ประมาณ 10-15 ครั้ง โดยทำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรือเดือนละ 2 ครั้ง หลังจากนั้นให้ทำทุกๆ 2 ปี

      ทางด้านพญ.นันทภัทร์ สุภาพรรณชาติ ผู้บริหารเอเพ็กซ์ บิวตี้คลินิก กล่าวว่า โลกปัจจุบันทำให้คนมีอายุยืนยาวขึ้น แต่เมื่อมีอายุยืนก็ต้องอยู่อย่างมีคุณภาพ คือทำอย่างไรให้สุขภาพดีไม่เต็มไปด้วยโรคภัยไข้เจ็บ เพราะอาหาร อากาศ วิถีชีวิต เต็มไปด้วยมลพิษและสารเคมีที่อยู่รอบๆ ตัวเรา ดังนั้น การแพทย์ทางเลือกเริ่มมีวิธีใหม่ๆในการช่วยชะลอวัยและป้องกันความเสื่อม ด้วยวิธีที่หลากหลายขึ้น การล้างพิษเพื่อจับโลหะหนักออกจากร่างกายเป็นทางเลือกหนึ่ง เพื่อปรับระบบในร่างกาย เพิ่มออกซิเจนให้มากขึ้น ระบบไหลเวียนเลือด การย่อย ระบบการซ่อมแซมในร่างกายก็ดีขึ้น ซึ่งจะต้องทำทุกสัปดาห์ต่อเนื่องอย่างน้อย 10 ครั้ง อาจจะต้องใช้งบประมาณในการล้างพิษและต้องไปทำที่คลินิก

     คุณหมอกล่าวเพิ่มเติมว่า การล้างพิษเพื่อจับสารโลหะหนักนั้น ดีสำหรับผู้ที่เสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ความดัน หลอดเลือดตีบ ผลพลอยได้จะทำให้รู้สึกสดชื่น ความจำดีขึ้น และน้ำหนักจะลดลงเล็กน้อย แต่มีข้อควรระวังสำหรับผู้เป็นโรคไต เพราะสารพิษจะขับออกทางไต ถ้าไตไม่ดีอาจจะมีปัญหาได้ 

   ใครที่เหมาะกับการล้างพิษจับโลหะหนัก   

   1.ผู้ที่มีปัญหาเรื่องระบบไหลเวียนของโลหิต เช่น ร่างกายอ่อนเพลีย เวียนศีรษะบ่อย 
   2.ผู้มีปัญหาความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง 
   3.ผู้มีปัญหาเรื่องระบบหลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดแข็ง โรคหัวใจ และโรคเบาหวาน 
   4.ผู้ที่มีโอกาสสัมผัสโลหะหนัก เช่น อุดฟันด้วยโลหะอะมัลกัม มลพิษทางอากาศ กินอาหารทะเลที่มีสารตะกั่วปนเปื้อน 
   5.บุคคลทั่วไปที่ต้องการป้องกันโรคภัยไข้เจ็บและต้องการขจัดสารพิษออกจากร่างกาย

   เคล็ดลับเพื่อสุขภาพดี 

     คุณหมอยังได้แนะเคล็ดลับการมีสุขภาพดีด้วย 6 อ. มาฝากก็คือ 

   1. อาหาร ควรกินอาหารประเภทไขมันต่ำและไม่เค็ม อาหารที่มีกรดไขมันอิ่มตัว จะมีประโยชน์ต่อหลอดเลือด และควรกินวิตามินเสริมตามความเหมาะสม เพื่อจะได้แร่ธาตุครบตามที่ร่างกายต้องการ 

   2. อากาศ ควรอยู่ในที่อากาศบริสุทธิ์ สร้างภูมิทัศน์ในบ้านหรือที่ทำงานให้มีพื้นที่สีเขียวมากขึ้น 

   3. อารมณ์ ต้องหมั่นคิดบวก ถ้าอารมณ์ร้ายบ่อยๆ อายุจะยิ่งสั้น ฝึกจิตใจให้เป็นคนใจเย็นไม่คิดมาก 

   4. เอนหลัง คนเราต้องนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ 

   5. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 30 นาที หรือยืดเส้นยืดสายทุกๆ วัน วันละ 10-15 นาที 

   6. อุจจาระ ฝึกขับถ่ายให้เป็นเวลา ควรมีการขับถ่ายของเสียทุกวัน อย่าให้ท้องผูกนานเกิน 3 วัน



ที่มา .. โพสต์ทูเดย์

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: