Facebook Twitter
gPlus 

เคล็ดลับสุขภาพ

วิธีออกกำลังกายที่เหมาะสมเมื่อเป็นไข้

วิธีออกกำลังกายที่เหมาะสมเมื่อเป็นไข้



      เป็นที่ทราบกันดีว่า อากาศบ้านเราในช่วงนี้ไม่ค่อยเป็นใจเท่าไหร่นัก จากพายุที่เข้ามาทำให้มีฝนตกโปรยปรายเกือบทุกวัน สร้างความเหนื่อยหน่ายให้กับมนุษย์ทำงาน หรือผู้ที่ต้องสัญจรไปมาไม่น้อยเลยทีเดียวและสภาพอากาศอันแปรปรวนเช่นนี้จะต้องส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ของเราอย่างแน่นอน วันนี้ Thaiza จึงมีเคล็ดลับในการออกกำลังกายที่ถูกต้องเพื่อเป็นตัวช่วยในการสร้าง เสริมระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงยิ่งขึ้น

      ในขณะที่เราป่วย เราอาจรู้สึกไม่อยากจะทำอะไรทั้งสิ้นนอกจากการนอนพักผ่อนอยู่บนเตียง แต่เพื่อนๆ เชื่อหรือไม่ว่าการออกกำลังกายที่ถูกวิธีจะช่วยบรรเทาอาการป่วยของเราให้ดีขึ้นตามลำดับ ซึ่ง Richard Besser ผู้อำนวยการฝ่ายข่าว ABC News ได้พูดถึง กฎ “Neck rule” เอาไว้ว่า “หากอาการป่วยของคุณอยู่เหนือบริเวณต้นคอ ไม่ว่าจะเป็นการจาม คัดจมูก หรืออาการโพรงจมูกอักเสบ การออกกำลังกายเพื่อเรียกเหงื่อนั้นจัดว่าเป็นความคิดที่ดีไม่น้อย เพียงแต่คุณควรเลือกวิธีการออกกำลังกาย ให้ถูกต้องดังนี้”

    1. เดินเล่น

    ไข้หวัดเป็นอีกหนึ่งอาการที่มักทำให้เรารู้สึกอ่อนเพลีย ดังนั้นการออกไปเข้าฟิตเนส หรือวิ่งอย่างจริงจังอาจ ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเท่าไหร่นัก เพียงลองออกมาเดินเล่นรอบๆ หมู่บ้าน หรือสวนสาธารณะซัก 20-30 นาทีจะ ทำให้คุณได้รับประโยชน์ของการออกกำลังกายอย่างเต็มที่ และอาการไข้หวัดก็จะค่อยๆ ทุเลาลงอีกด้วย สำหรับอาการคัดจมูกหรือหายใจไม่ออกเนื่องจากเสมหะที่คั่งค้างอยู่นั้น การเดินจะช่วยกระตุ้นระบบหายใจให้ สะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้คนที่ออกกำลังกายอยู่เป็นประจำยังมีแนวโน้มที่จะหายป่วยได้ง่ายกว่าคนที่ไม่เคย ออกกำลังกายเลย

    2. จ๊อกกิ้ง

    ลองเปลี่ยนสเต็ปมาเป็นการวิ่งเหยาะๆ เบาๆ กันดูบ้าง โดยปกติแล้ว การวิ่งเหยาะๆ ก็อาจเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต ประจำวันของเรายามต้องการความเร่งรีบ เพราะการออกแรงวิ่งเบาๆ ช้าๆ จะช่วยให้เรารู้สึกกระปรี้กระเปร่า มากขึ้นและทำให้อาการป่วยทุเลาลง หากคุณผู้อ่านท่านไหนที่วิ่งออกกำลังกายอยู่เป็นประจำ ลองลดความ เร็วในการวิ่งลงสักเล็กน้อยเมื่อคุณป่วย แต่ถ้าหากเพื่อนๆ มีอาการคลื่นไส้หรือวิงเวียนศีรษะ ผู้เชี่ยวชาญก็ได้ แนะนำเพิ่มเติมว่าควรหยุดวิ่งและพักผ่อนจะดีกว่า

    3. ชี่กง (Qi Gong)

    คุณผู้อ่านบางท่านอาจจะยังไม่คุ้นเคยกับชื่อนี้เท่าไหร่นัก ซึ่ง ชี่กง นี้เป็นการเคลื่อนไหวร่างกาย ผสมผสานการหายใจกับการกำหนดจิตเข้าไว้ด้วยกัน มีประสิทธิภาพในการรักษาโรคได้หลากหลายเนื่องจาก เป็นการออกกำลังที่ผสมผสานระหว่างสมาธิและศิลปะก ารต่อสู้ ชี่กง ช่วยเรียกเหงื่อได้อย่างพอดีและไม่ทำให้เรารู้สึกเหนื่อยจนเกินไป อีกทั้งยังช่วยลดความเครียด กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต และเพิ่มพูนพลังงานให้กับร่างกาย
     University of Virginia ได้เผยแพร่งานวิจัยที่ศึกษาการออกกำลังกายของนักกีฬาว่ายน้ำที่ออกกำลัง กายแบบชี่กงสัปดาห์ละ 1 ครั้ง แต่ทำให้ร่างกายของเขาป่วยน้อยลงกว่าสมาชิกในทีมที่ไม่ออกกำลังกาย

    4. โยคะ

    โดยปกติแล้ว ร่างกายของเราจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) หรือฮอร์โมนความเครียดออกมา เมื่อระบบต่างๆ ในร่างกายต้องต่อสู้กับเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุของอาการป่วยอย่าง ไข้หวัด จากการศึกษาค้นคว้าพบว่า เคล็ดลับที่จะช่วยบรรเทาความเครียดได้ดีก็คือการออกกำลังกายด้วยการโยคะ หรือการฝึกฝนลมหายใจอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้ การที่คุณได้ยืดเส้นสายภายในร่างกายก็จะช่วยบรรเทาอาการปวดที่เกิดจากไข้ได้อีกด้วย เพื่อนๆ สามารถเริ่มต้นโยคะได้จากท่าที่ไม่ยากเกินไปนัก ตามคลิปที่เรานำมาให้ชมกันค่ะ http://www.health.com/health/video/0,,20724364,00.html

    5. เต้น

      เพื่อนๆ นักอ่านคนไหนที่มีเสียงดนตรีในหัวใจจะต้องชอบกิจกรรมนี้กันอย่างแน่นอน หากคุณมีอาการป่วย หรือมักจะเป็นไข้หวัดบ่อยๆ การเข้าคลาสเรียนเต้นทั่วๆ ไป หรือจะเป็นซุมบ้า (Zumba) ล้วนเป็นประโยชน์ต่อ อาการป่วยเรื้อรังของเราทั้งสิ้น มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่พบว่าการขยับร่างกายไปตามเสียงเพลงและเสียงดนตรีเป็น เวลาอย่างน้อย 50 นาทีจะช่วยลดปริมาณฮอร์โมนความเครียดให้น้อยลง อีกทั้งยังช่วยให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า ผ่อนคลาย เนื่องจากอาการป่วยค่อยๆ ทุเลาลง เพื่อนๆ สามารถเปิดเพลงเต้นได้เองที่บ้าน แต่การเข้าคลาสเรียนจะทำให้เกิดการบาดเจ็บของข้อต่อและกระดูกได้น้อยกว่า และได้เหงื่อเน้นๆ แน่นอน

        นอกเหนือจากวิธีการออกกำลังกายในรูปแบบต่างๆ ที่เหมาะสมกับอาการป่วยแล้วก็ยังมีการออกกำลังกายที่เราไม่ควรทำในช่วงที่ป่วยอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งมาราธอน การเข้าฟิตเนส การว่ายน้ำ การเล่นกีฬาแบบทีม และยังรวมไปถึงการยกน้ำหนัก เนื่องจากเป็นการออกกำลังกายที่ต้องออกแรงค่อนข้างมาก อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการแพร่และรับเชื้อโรคจากผู้ที่อยู่ใกล้เคียงทำให้อาการป่วยของเราทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น หวังว่าเพื่อนๆ จะสามารถนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ อย่าลืมดูแลสุขภาพในช่วงหน้าฝนนี้กันด้วยนะคะ





Sources: www.health.com

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน