ลดน้ำหนัก แต่งหน้า เคล็ดลับแต่งหน้า เทรนด์แฟชั่น

เชื้อราในช่องคลอด สุขภาพภายในที่ต้องระวัง



      ขึ้นชื่อว่า ผู้หญิง มีเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพมากมายที่ต้องดูแล สิ่งหนึ่งที่คุณผู้หญิงทุกคนไม่สามารถละเลยได้ คือ อนามัยบริเวณส่วนตั๊ว ส่วนตัว คงไม่ดีแน่หากเกิดอาการไม่พึงประสงค์ เช่น อาการคันบริเวณจุดซ่อนเร้น แน่นอนว่าเมื่อมีอาการคันก็ต้องเกา แล้วจะเกาอย่างไรได้หากเป็นที่ส่วนตัวเช่นนั้น ซึ่งตัววายร้ายที่ทำให้เกิดอาการคันๆ ขึ้น คือเจ้าเชื้อรา นั่นเอง

     นอกจากไม่ดีในด้านสุขภาพ สุขอนามัย ยังรวมไปถึงผลต่อบุคลิกภาพแน่นอน อย่างที่ปรากฏเป็นข่าวเมื่อ 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมาถึงอันตรายจากเชื้อราในช่องคลอด

      เพศหญิง มีอวัยวะเพศที่บอบบางและง่ายต่อการได้รับเชื้อรา หรือเชื้อแบคทีเรีย เพราะไม่มีหนังหุ้มปิดมิดชิดเหมือนเพศชาย การรักษาสุขอนามัยส่วนตัวจึงต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ

     ศ.น.พ.อภิชาติ จิตต์เจริญ อาจารย์ประจำภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี อธิบายเพื่อให้เราเข้าใจและรู้จักดูแลตนเองว่า เชื้อราในช่องคลอด ไม่ใช่โรคร้ายแรง เพียงแต่ทำให้มีอาการคัน ทำให้รำคาญ และทำลายบุคลิกภาพเท่านั้น ไม่มีความรุนแรงจนทำให้เกิดการอักเสบหรือเป็นอันตรายต่อรังไข่ โพรงมดลูก หรืออุ้งเชิงกรานได้

      โรคที่มีความอันตรายยังมีเรื่องที่น่าเป็นห่วงคือ เชื้อที่มาจากโรคทางเพศสัมพันธ์ เช่น กามโรค ซิฟิลิส หนองในแท้ หนองในเทียม ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย

      เชื้อราในช่องคลอด เป็นอาการที่พบได้บ่อยๆ ในคนที่มาตรวจภายใน จะพบได้บ่อยในหญิงตั้งครรภ์ประมาณ 10-30% ส่วนผู้หญิงปกติพบได้ประมาณ 10% และยังพบว่าคนที่ไม่มีอาการใดๆ เมื่อตรวจภายในบางรายก็พบว่ามีเชื้อราในช่องคลอดแอบแฝงตัวอยู่ มีทั้งเชื้อราที่ไม่แสดงอาการ คือเมื่อตรวจจะพบว่าภายในช่องคลอดมีเชื้อราส่วนใหญ่ 80-90% เป็นสายพันธุ์ Candida albicans และแบบที่แสดงอาการอย่างชัดเจนจนทำให้ต้องไปพบแพทย์ในที่สุด

     อาการที่แสดงออกเมื่อเกิดเชื้อราในช่องคลอดขึ้น คือตกขาวและอาการคัน โดยตกขาวที่เกิดจากเชื้อราจะต่างจากตกขาวที่เกิดจากธรรมชาติของการมีรอบเดือน โดยจะมีสีขาวหรือเหลืองและเป็นก้อนคล้ายนมบูด โดยช่องคลอดจะเกิดการระคายเคืองจนทำให้คันยิบๆ จนแทบทนไม่ได้ คนที่มีอาการรุนแรงมากจะคันมาถึงบริเวณขาหนีบและมีอาการแสบ แดง และระคายเคืองอย่างรุนแรง

     ข้อที่คุณผู้หญิงพึงต้องสังเกตอีกอย่างคือ อาการตกขาว หากเกิดขึ้นแบบผิดปกติ เช่น มีสีที่แปลกไป เหลือง เขียว หรือมีกลิ่นผิดปกติ หรือมีอาการอื่นร่วม เช่น มีเลือดออก มีอาการปวดท้องแบบผิดปกติ ควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุของอาการเพราะอาจเกิดจากเชื้อแบคทีเรียหรือสาเหตุอื่น ที่เป็นอันตรายต่อร่างกายได้

    สาเหตุของการติดเชื้อรา เกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งชุดชั้นในที่มีเชื้อรา เกิดจากการตากในที่อับชื้นหรือไม่โดนแสงแดด โดยเฉพาะผ้าไนลอนจะสามารถเกิดเชื้อราได้ง่าย ควรเลือกชุดชั้นในที่ทำจากผ้าฝ้ายเพราะเกิดเชื้อราได้ยาก และระบายความอับชื้นได้ดีกว่า

      การใส่เสื้อผ้าที่รัดรูปมากๆ หรือการใส่สเตย์เพื่อกระชับรูปร่าง เพราะทำให้เกิดความอับชื้นในจุดซ่อนเร้น โดยเฉพาะคนที่มีเหงื่อเยอะและผู้หญิงเจ้าเนื้อควรต้องระวังเป็นพิเศษ รวมทั้งการใส่แผ่นอนามัย โดยที่ไม่มีการเปลี่ยนระหว่างวันหรือใส่เป็นเวลานาน เพราะแผ่นอนามัยจะทำให้ยิ่งเกิดความอับชื้นเป็นทวีคูณ คุณหมออภิชาติ แนะนำว่า ทางที่ดีหากไม่จำเป็น คือไม่ได้อยู่ในช่วงที่มีรอบเดือนไม่ควรใส่แผ่นอนามัย

      อีกสาเหตุที่ทำให้เกิดเชื้อราในช่องคลอด คือการรับประทานยาปฏิชีวนะแบบไม่จำเป็นและไม่ถูกต้อง เช่น เมื่อไม่สบายจากเชื้อไวรัสแต่กลับกินยาปฏิชีวนะที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย จะทำให้เกิดการทำลายเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งในช่องคลอดชื่อ "แลตโตบาซีลัส" ซึ่งทำหน้าที่ฆ่าเชื้อรา ทำให้พ้นภายในมดลูกปลอดจากการติดเชื้อต่างๆ แต่เมื่อกินยาจะทำให้แบคทีเรียภายในช่องคลอดตาย เป็นโอกาสที่เชื้อราจะเติบโตอยู่ภายในช่องคลอดทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ต่างๆ ตามมา

      เมื่อเป็นเชื้อราในช่องคลอดแล้ว สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่มีบางส่วนประมาณ 5-8% กลับมาเป็นซ้ำได้อาจเพราะการดื้อยา หรือการที่ยังใส่ชุดชั้นในที่มีเชื้อรา หรือใส่ชุดรัดๆ ฟิตๆ

      ศ.น.พ.อภิชาติ แนะนำว่า แม้โรคนี้จะสามารถรักษาได้ด้วยการใช้ยารับประทาน และยาสอดหรือยาเหน็บ แต่การรักษาที่ดีที่สุดควรไปพบแพทย์ หากอายหรือกลัวการตรวจภายใน แพทย์สามารถให้การรักษาจากการซักประวัติได้ เพราะอย่างที่ทราบว่าอาการตกขาว หรือคัน อาจมีที่มาจากโรคอื่น หากซื้อยารับประทานหรือทาเองโดยที่สาเหตุเกิดมาจากเชื้อแบคทีเรียชนิดอื่น หรือเชื้อจากโรคทางเพศสัมพันธ์ อาจทำให้อาการลุกลามและรุนแรงกว่าเดิม

       การติดเชื้อราบริเวณจุดซ่อนเร้นนอกจากผู้หญิงที่สามารถเป็นได้ ผู้ชายก็เป็นได้เช่นกัน จากสาเหตุเดียวกัน แต่ในผู้ชาย เชื้อราจะไม่สามารถเข้าสู่ท่อปัสสาวะได้ จึงทำให้เกิดอาการผื่นคันภายนอกบริเวณอวัยวะเพศและขาหนีบได้เท่านั้น

      อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบรายงานยืนยันว่าเชื้อรานั้นสามารถติดต่อสู่กันได้จากการมีเพศสัมพันธ์ แต่แพทย์แนะนำว่าผู้ที่เป็นๆ หายๆ รักษาแล้วก็ยังกลับมาเป็นซ้ำอีก ควรพาคู่มาตรวจด้วยเพราะบางครั้งก็พบว่าสามี หรือภรรยา ติดเชื้อราด้วยเช่นกัน

      ในช่วงฤดูฝนที่ยังไม่จางแบบนี้ โรคผิวหนังที่เกิดจากความอับชื้น เชื้อรา เป็นสิ่งที่พบบ่อย ไม่ว่าจะกลาก เกลื้อน เชื้อราในร่มผ้า เพราะฉะนั้นการดูแลความสะอาดและอนามัยส่วนบุคคลจึงจำเป็น ถ้าเสื้อผ้าเกิดเชื้อราขึ้นเป็นไปได้ไม่ควรนำกลับมาใส่ซ้ำ หรือนำไปต้มในน้ำเดือดประมาณ 10-15 นาที แล้วพยายามนำไปตากแดดเพื่อฆ่าเชื้อรานั้น

    จะได้ไม่ต้องมีเรื่องคันๆ มากวนใจ


ที่มา : bangkoknight-today
กลับไป ด้านบน

Thaiza update: