Facebook Twitter
gPlus 

แม่และเด็ก

เตรียมตัว..สำหรับการคลอดแบบธรรมชาติ

เตรียมตัว..สำหรับการคลอดแบบธรรมชาติ



ทุกคนรู้ดีว่าอะไรที่เป็นธรรมชาติย่อมดีกว่าสิ่งประดิษฐ์ หรือของเทียมที่พยายามจะมาแทนเป็นไหน ๆ การคลอดวิถีธรรมชาติและการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ก็เป็นของแท้ไม่มีอะไรดีไปกว่าได้

อีกทั้งการตั้งครรภ์ การคลอดและการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นกระบวนการทางธรรมชาติของร่างกายคุณแม่ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีผลส่งต่อกันและกันเสมอ คุณแม่ที่คลอดวิถีธรรมชาติก็จะได้รับการส่งต่อของฮอร์โมนและการทำงานของร่างกายเพื่อผลิตน้ำนมให้ลูกได้อย่างง่ายดาย การคลอดที่ไม่ถูกรบกวนจะทำให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่สำเร็จได้ง่ายขึ้น เพราะมีความพร้อมของทั้งแม่และลูกเป็นอย่างดี

ว่าที่คุณแม่ทั้งหลายคงกำลังตื่นเต้นกับการรอคอยพบหน้าหวานใจตัวจริงที่ยังไม่เคยได้เห็นหน้ามาเป็นเวลาถึง 9 เดือน นอกจากจะเตรียมข้าวของเครื่องใช้แล้ว คุณแม่ที่อยากให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติได้ซึมซับช่วงเวลาสำคัญที่รอคอยอย่างชื่นมื่นต้องเตรียมตัวอย่างไรดี ลองมาหาคำตอบดูค่ะ

1. คลอดคือเรื่องธรรมชาติ : ต้องเชื่อก่อนว่าการตั้งครรภ์และการคลอดเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ อีกหลายอย่าง เมื่อถึงวัยอันควรและมีคู่ครอง ถึงวันที่เหมาะที่พร้อมจะมีผู้สืบทอดก็จะตั้งครรภ์และคลอดลูกเพื่อดูแลให้ลูกเติบโต ก้าวหน้า สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่านับครั้งไม่ถ้วน ความเชื่อเช่นนี้จะช่วยให้เราไม่มองว่าเราเป็นคนป่วยที่ต้องดูแลพิเศษ ไม่วิตกกังวล หรือกลัวมากจนเกินสิ่งที่เป็นจริง และสามารถดำเนินชีวิตตามปกติอย่างสบาย ๆ เพราะเรากำลังจะเป็นคุณแม่คนเก่งต่างหาก

2. ฝากครรภ์แต่เนิ่น ๆ : ถ้าจะให้ดีก็ตรวจสุขภาพเตรียมพร้อมตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ เผื่อว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่สามารถช่วยส่งเสริมสุขภาพที่ดีได้ตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ทีเดียว เช่น การตรวจเลือด ตรวจสุขภาพทั่วไป การรับวัคซีน การเสริมธาตุเหล็กและโฟลิคเอซิด การเสริมไอโอดีน การตรวจติดตามการเจริญของครรภ์เป็นระยะอย่างน้อย 4 ครั้งตลอดการตั้งครรภ์ อย่าลืมถามคำถามที่ยังสงสัยเพื่อจะได้ปฏิบัติตัวได้อย่างดี

3. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ : เพื่อให้มีน้ำหนักขึ้นอย่างพอเหมาะ ไม่มากเกินไปเพราะเราต้องการเด็กสุขภาพดีไม่ต้องอ้วนมากก็ได้ และเราก็ไม่ต้องการให้เด็กตัวเล็กจนต้องดูแลเป็นพิเศษหรือการคลอดก่อนกำหนด การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่อย่างเพียงพอ หลีกเลี่ยงอาหารมัน เค็ม และน้ำตาล เกณฑ์น้ำหนักที่ขึ้นตามปกติตลอดการตั้งครรภ์อยู่ที่ 10-12 กิโลกรัมเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว

4. ออกกำลังกาย : รักษาสุขภาพด้วยการออกกำลังกายเบา ๆ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความยืดหยุ่นแข็งแรงของร่างกายโดยเฉพาะกล้ามเนื้อและข้อต่อที่เกี่ยวข้องกับการคลอด ได้แก่ กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน กระดูกสะโพก หลังและขา มีการออกกำลังกายง่าย ๆ หลายแบบแต่ควรระมัดระวังอย่างให้หนักเกินไป ควรเป็นกิจกรรมประเภทยืดกล้ามเนื้อ โยคะ การขมิบกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานที่เรียกว่า Kegal’s Exercise

5. คิดบวก : คิดดี ทำดี เพื่อให้จิตใจปลอดโปร่ง มีสมาธิ ไม่วิตกจนเกินเหตุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะคลอด การรักษาสติและคิดแง่ดีช่วยให้แม่ก้าวไปข้างหน้าง่ายขึ้น มีการศึกษาหลายชิ้นที่พบว่า การคิดเชิงบวกหรือมาด้านดีจะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและพลังเพื่อความสำเร็จในตัวเรา ทำให้เรารู้สึกเป็นสุข สงบ คนโบราณจึงบอกให้คนท้องต้องคิดดี ทำดีเพื่อลูก เพราะแม่ที่จิตใจดี คิดดี ทำดี เห็นแต่สิ่งที่ดีก็จะมีความสุข สงบ ลูกก็จะรู้สึกแบบเดียวกัน เลี้ยงง่าย ไม่ร้องกวน ในช่วงคลอดการคิดดี ทำดีจะทำให้เรามีสติ และไม่ต้านการทำงานของร่างกาย สามารถจัดการกับการคลอดของตนเองได้ดีขึ้นก็จะไม่ต้องพึ่งพายา หรือการช่วยคลอดอื่นใด

6. เติมความรู้ เพิ่มความมั่นใจ : หาความรู้ในแง่มุมต่าง ๆ ที่ยังสงสัย เพื่อคลายความกังวลและปฏิบัติได้ถูกต้อง อาจคุยกับแม่หลังคลอดเพื่อเก็บประสบการณ์ เพื่อเอามาเป็นบทเรียน ส่วนความรู้และวิธีปฏิบัติที่ต้องค้นหา เช่นการใช้ท่าทางต่าง ๆ ในการบรรเทาอาการเจ็บและช่วยส่งเสริมความก้าวหน้าของการคลอด การนวด ประคบเพื่อบรรเทาปวด การเบ่งคลอด ทำไมจึงไม่ควรนอนหงายบนเตียง ควรหายใจอย่างไรเพื่อผ่อนคลาย เป็นต้น

7. เลือกคุณหมอและโรงพยาบาลที่ถูกใจ : อย่างน้อยต้องคุยกันให้เข้าใจก่อนว่า มีความต้องการอย่างไร การสื่อสารระหว่างกันสำคัญมาก จึงควรเลือกคุณหมอและโรงพยาบาลที่ถูกใจและสนับสนุน (หรือไม่ขัดขวาง) สิ่งที่คุณแม่ต้องการ คุยกันถามกันจนรู้สึกสบายใจ บอกความต้องการให้ชัดเจน รับรองทุกอย่างเรียบร้อย

8. ลงมือทำ : สำหรับทุกอย่างที่ดี ควรกระทำอย่างต่อเนื่อง เช่น หลีกเลี่ยงการนอนหงายในระหว่างเจ็บท้องคลอด หมั่นเปลี่ยนท่าทางบ่อย ๆ จิบน้ำดื่ม ประคบด้วยผ้าร้อน นวดหลัง นวดสะโพก ในบางช่วงอาจทำได้ยากเพราะอาจจะไม่พร้อม แต่ก็ทำให้เต็มที่ ทีมงานของโรงพยาบาพร้อมที่จะช่วยเหลือคุณตลอดเวลาอยู่แล้ว

9. ใจเย็น : ไม่มีอะไรต้องรีบร้อน ค่อยเป็น ค่อยไป ไม่รีบร้อนเบ่งถ้ายังไม่ถึงเวลา ไม่กลั้นหายใจเวลาเบ่ง ปล่อยให้ทุกอย่างค่อยเป็น ค่อยไป ตามเวลาที่เหมาะสม อย่าลืมว่าลูกได้อากาศหายใจจากลมหายใจของคุณแม่ หายใจเข้าออกลึก ๆ ช้า ๆ

10. ตั้งใจและเชื่อมั่นว่าร่างกายของเราทำได้ : เชื่ออย่างเดียวอาจยังไม่พอ ต้องพยายามทำให้สำเร็จให้จงได้ เพราะจะช่วยให้เรามีสติ มีความอดทน พากำลังใจเข้าไปในห้องคลอดด้วย เพราะสิ่งนี้สำคัญที่สุด เพราะคุณจะได้อุ่นใจที่มีใครอยู่เคียงข้าง





ที่มา ... ModernMoM

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน