ลดน้ำหนัก แต่งหน้า เคล็ดลับแต่งหน้า เทรนด์แฟชั่น

ไขความลับ “8 ทักษะ” สร้างลูกพร้อมสู่อนาคต



     เมื่อสังคมเปลี่ยน การเลี้ยงลูกก็ต้องเปลี่ยนไป พ่อแม่ในยุคนี้จึงมีแนวทางการเลี้ยงลูกที่ต่างจากเมื่อก่อน เด็กหลายคนเรียนเก่งแต่เอาตัวไม่รอดในสังคม ไม่ค่อยมีความสุขในชีวิต เพราะขาดทักษะที่ยืดหยุ่นตามสถานการณ์รอบด้านอย่างเหมาะสม เอนฟาโกร เอพลัส 360? ดีเอชเอ พลัส เอ็มเอฟจีเอ็ม โปร 3 ผลิตภัณฑ์นมสำหรับเด็ก 1 ปีขึ้นไป เห็นความสำคัญของการเตรียมความพร้อมให้กับเด็กๆ และเชื่อว่า พ่อแม่คือผู้ช่วยคนสำคัญในการส่งเสริมให้ลูกได้รับการพัฒนาทักษะให้คิดเป็นทำเป็น และสามารถปรับตัวได้ในชีวิตจริง ด้วย “8 ทักษะสำคัญ” ที่จะช่วยให้เขาสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข พร้อมที่จะเติบโตอย่างเต็มศักยภาพ และประสบความสำเร็จในแบบที่พวกเขาเลือกเอง

     รศ.นพ.พงษ์ศักดิ์ น้อยพยัคฆ์ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและพฤติกรรม รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ได้ชี้ถึงความสำคัญของการพัฒนา 8 ทักษะว่า “เด็กที่มีการพัฒนา 8 ทักษะในการใช้ชีวิต จะเข้าใจตนเอง ตลอดจนความเปลี่ยนแปลง ของคนรอบข้างและสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี รู้ถึงคุณค่าของตนเองและผู้อื่น โดยพ่อแม่มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาทักษะจำเป็นเหล่านี้ให้กับลูกน้อย โดยเฉพาะในช่วง 3 ขวบปีแรก ซึ่งเป็นช่วงทองแห่งการเรียนรู้และความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ลูกจึงควรได้รับการสนับสนุน และส่งเสริมจากพ่อแม่ ผ่านการเล่นและการทำกิจวัตรประจำวันอย่างเหมาะสม

     “จากผลการวิจัยพบว่า ช่วง 1- 3 ปีแรก คือ ช่วงเวลาทองของชีวิตในการพัฒนาทักษะต่างๆ รอบด้านให้กับเด็ก เพราะสมองจะมีการพัฒนาทักษะได้ดีในช่วงเวลานี้ ซึ่ง 8 ทักษะสำคัญเป็นกระบวนการทางความคิดในสมอง ที่จะกำกับการแสดงออกผ่านการกระทำของเด็ก เป็นความสามารถในการบริหารจัดการชีวิตในเรื่องต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้เพื่อความสำเร็จในอนาคต ทั้งด้านการเรียน การทำงาน และการใช้ชีวิตครอบครัว โดยนักวิชาการให้ความเห็นว่า ทักษะที่รอบด้านนั้น มีความสำคัญกว่าความฉลาดทางสติปัญญา” รศ.นพ.พงษ์ศักดิ์ ระบุ

    8 ทักษะสำคัญที่เด็กยุคใหม่ต้องมี ประกอบด้วย

    1. มีสมาธิจดจ่อ – เป็นความสนใจต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของตัวเองได้ เวลาเด็กมีสมาธิจดจ่อ จะช่วยให้เขารับและเก็บข้อมูลในเรื่องที่สนใจไว้ในสมอง เกิดการเรียนรู้ได้เร็ว เข้าใจสิ่งต่างๆ ได้ง่าย และทำให้จำได้ดี
    2. รู้จักอดทน รอคอย – เด็กที่มีทักษะนี้จะสามารถควบคุมอารมณ์ อดทนรอ ยับยั้งชั่งใจได้ดี เด็กที่มีความอดทน เมื่อโตขึ้นจะปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมได้ดีกว่า
    3. รู้จักแก้ปัญหา – เด็กจะสามารถปรับเปลี่ยนวิธีคิดไปตามเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยนำประสบการณ์เดิมมาปรับใช้ในการแก้ปัญหา จะผลักดันให้เด็กเกิดแรงจูงใจที่จะเรียน รู้ในสิ่งที่ยากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
    4. จดจำ นำมาใช้ – เป็นการฝึกเพื่อให้เด็กสามารถจดจำข้อมูลหรือประสบการณ์เดิม และนำมาใช้ร่วมกับประสบการณ์ใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ
    5. สื่อสารเข้าใจ – การพัฒนาทักษะนี้จะช่วยให้เด็กสามารถสื่อสารสิ่งที่ตนเองคิดให้ผู้อื่นเข้าใจ และเข้าใจสารที่ผู้อื่นส่งมาได้ดี ช่วยให้ทำงานร่วมกับคนอื่นได้อย่างราบรื่น และประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก
    6. ริเริ่ม สร้างสรรค์ – เป็นทักษะที่ฝึกให้เด็กสามารถริเริ่มสิ่งใหม่ๆ เมื่อสมองถูกกระตุ้นให้คิดอย่างต่อเนื่อง จะทำให้เซลล์สมองสามารถเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆ ที่ได้พบเข้าด้วยกันได้ง่าย
    7. เข้าสังคมได้ ทำงานเป็นทีม – เด็กจะสามารถปรับตัวได้ รู้จักหน้าที่ เข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองและของผู้อื่น และปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมและคนรอบตัวได้ดี
    8. มีคุณธรรม - คุณสมบัติข้อนี้เป็นสิ่งสำคัญที่เด็กต้องมีไม่ว่ายุคไหน การรู้ “ผิด ชอบ ชั่ว ดี” ไม่ทำผิดและทำชั่ว ทำแต่สิ่งชอบและสิ่งดี จะช่วยส่งเสริมให้เขาประสบความสำเร็จ และมีความสุขในการใช้ชีวิตในอนาคต

    นอกจากนี้ “โภชนาการ” ยังเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยให้ลูกมีร่างกายแข็งแรง สมวัย และพร้อมสำหรับการพัฒนา 8 ทักษะที่เด็กยุคนี้ต้องมี อาหารที่ครบห้าหมู่สำหรับเด็กวัยเตาะแตะขึ้นไป รวมถึงกรดไขมันที่จำเป็นต่อการพัฒนาโครงสร้างและการทำงานของสมองอย่างโอเมก้า 3 เช่น DHA ที่ได้รับจากปลาชนิดต่างๆ ร่วมด้วยการดื่มนมที่มี DHA วันละ 2-3 แก้ว จะทำให้สมองได้รับสารอาหารครบถ้วน ยิ่งสมองมีโครงสร้างและการทำงานที่ดีมากขึ้นเท่าไร เขาก็จะมีความพร้อมในการพัฒนา 8 ทักษะเพื่อการใช้ชีวิต ทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้อย่างมีความสุขเพิ่มขึ้นตามลำดับ

     “การเรียนรู้ของลูกเกิดได้ตลอดเวลาจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว ช่วงแรกของชีวิตมีความสำคัญอย่างมากในการกำหนด และวางรากฐานอนาคตให้กับลูกน้อย พ่อแม่ควรใช้โอกาสนี้พัฒนาและเตรียม 8 ทักษะเพื่อสร้างอนาคตให้ลูกน้อยตั้งแต่แรกเกิด เพราะการมีรากฐานที่ดี จะช่วยให้ลูกเติบโตไปเป็นเด็กที่มีคุณภาพ แข็งแรงทางร่างกายและจิตใจ สามารถปรับตัวเข้ากับสังคมได้ พร้อมที่จะเรียนรู้และแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย ที่เขาเป็นผู้เลือกเองได้อย่างมีความสุข” รศ.นพ.พงษ์ศักดิ์ กล่าวในที่สุด


https://www.enfababy.com/enfa8skills

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: