Facebook Twitter
gPlus 

เคล็ดลับสุขภาพ

4 เหตุผลทำไมคุณจึงควรดื่มน้ำกะหล่ำปลีม่วง

4 เหตุผลทำไมคุณจึงควรดื่มน้ำกะหล่ำปลีม่วง



     สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ผู้รักสุขภาพทุกท่าน Thaiza กลับมาพร้อมกับบทความดีๆ เพื่อคุณผู้อ่านอีกเช่นเคย เพื่อนๆ เคยสังเกตตัวเองกันบ้างมั้ยคะ เมื่อเราเริ่มสัมผัสถึงอาการผิดปกติของร่างกายหรืออาการเจ็บป่วยต่างๆ ร่างกายอาจจะส่งสัญญาณเพื่อบ่งบอกว่าต้องการการรักษาอยู่ก็เป็นได้

     อาการท้องอืดก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถบอกได้ว่าอาหารที่เราทานเข้าไปนั้นไม่สามารถย่อยได้อย่างที่ควรจะเป็นสาเหตุของอาการท้องอืดนั้นมาจากการสะสมสารพิษในลำไส้และเกิดลมส่วนเกินที่บริเวณทางเดินอาหารนอกจากท้องอืดแล้วก็อาจจะทำให้คุณปวดท้องหรือเป็นโรคกรดไหลย้อนได้

     สำหรับเพื่อนๆ ที่ประสบปัญหาท้องอืดอยู่บ่อยครั้งก็ควรจะกำจัดอาการเหล่านี้ให้หมดไปเพราะอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับท้องอีกมากมาย

      วิธีบรรเทาอาการท้องอืดจากธรรมชาติที่ได้ผลที่สุดวิธีหนึ่งก็คือ เครื่องดื่มจากผลไม้นั่นเองค่ะ ซึ่งพระเอกของเราในงานนี้ก็คือ กะหล่ำปลีม่วง (Red cabbage) ที่สามารถพบเห็นได้ในชามสลัดหลากชนิด




     คุณประโยชน์จากกะหล่ำปลีม่วงมีอะไรบ้าง?

      กะหล่ำปลีม่วงเป็นส่วนผสมที่ยอดเยี่ยมอีกอย่างหนึ่งในการนำมาทำเป็นน้ำผลไม้เพื่อปรับสมดุลของระบบย่อยอาหารและบรรเทาอาการท้องอืดได้ดี ซึ่งเจ้ากะหล่ำปลีม่วงนี้ก็ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพของเราอีกหลายประการเลยทีเดียวค่ะ เช่น


    1. ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

    ในกะหล่ำปลีม่วงอุดมไปด้วยวิตามิน ซี และ เค ควบคู่ไปกับวิตามินและแร่ธาตุชนิดอื่นๆ อีกมากมาย สำหรับวิตามิน ซี ที่พบในกะหล่ำปลีม่วงจะทำหน้าที่เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันการอักเสบและเซลล์ในร่างกาย อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมร่างกายให้แข็งแรงเพื่อต่อต้านเชื้อแบคทีเรียและการติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    2. ทำให้ลำไส้มีสุขภาพดี

    เส้นใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำที่มีอยู่ในกะหล่ำปลีม่วงจะช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้เป็นอย่างดีและยังช่วยการขับถ่ายง่ายขึ้น ไม่ต้องประสบปัญหาท้องผูกอีกต่อไป หากเพื่อนๆ คนไหนที่มักจะมีอาการแก๊สในกะเพราะอาหาร กะหล่ำปลีม่วงก็สามารถช่วยบรรเทาได้ด้วยเช่นกันค่ะ

    3. ป้องกันการอักเสบ

    กะหล่ำปลีม่วงมีสารพฤกษเคมีที่เรียกว่า ไฟโตนิวเทรียนท์ (phytonutrients) หรือ สารไฟโตเคมิคอล (phytochemical) ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดสี กลิ่น และรสชาติ ในผักชนิดต่างๆ เจ้าสารไฟโตนิวเทรียนท์ในกะหล่ำปลีม่วงจะช่วยต่อต้านการอักเสบและบรรเทาอาการท้องผูกได้เป็นอย่างดี

    4. ช่วยต่อสู้กับโรคประจำตัว

    สารต่อต้านอนุมูลอิสระในกะหล่ำปลีม่วงจะช่วยคุณปกป้องและรักษาดีเอ็นเอซึ่งถูกทำลายและสามารถก่อให้เกิดความเสี่ยงในการเป็นโรคอัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสัน และโรคฮันติงตัน (การเคลื่อนไหวผิดปกติของกล้ามเนื้อ) จากการวิจัยพบว่าเมื่อเทียบกะหล่ำปลีม่วงกับพืชผักชนิดอื่นๆ แล้วกะหล่ำปลีม่วงสามารถรักษาดีเอ็นเอที่ถูกทำลายจากเซลล์มะเร็งลำไส้

    คุณประโยชน์อัดแน่นแบบนี้ เพื่อนๆ คงไม่ลังเลที่จะรับประทานกะหล่ำปลีม่วงเพื่อบำรุงสุขภาพกันแล้วใช่มั้ยคะ แน่นอนว่าวันนี้ Thaiza ก็ได้นำสูตรน้ำกะหล่ำปลีม่วงแบบง่ายๆ มาฝากกันค่ะ

     ส่วนผสม :
     1. กะหล่ำปลีม่วง 1 ลูก
     2. พริกป่นคาเยน 1/3 ช้อนชา
     3. ผักชีสด 1 กำมือ
     4. รากขิงสด 1 หัว
     5. มะนาว ? ลูก
     6. น้ำมะพร้าว ? ถ้วย

      วิธีทำ : หากเพื่อนๆ ต้องการน้ำผลไม้ที่ยังคุณประโยชน์ครบถ้วน ควรใช้เครื่องคั้นน้ำผลไม้ที่แยกกากได้ นำส่วนผสมทั้งกะหล่ำปลีม่วง ผักชี รากขิงสด และมะนาวมาคั้นเป็นน้ำ เติมน้ำมะพร้าวและพริกป่นลงไป คนให้เข้ากันก็พร้อมดื่มแล้วค่ะ เพื่อนๆ อาจจะนำไปแช่เย็นเพื่อความสดชื่นเวลาดื่มก็ดีไม่น้อยเลยทีเดียวค่ะ




Sources: www.davidwolfe.com

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน