Facebook Twitter
gPlus 

เคล็ดลับสุขภาพ

5 สูตรเด็ดทำไอศกรีมสำหรับคนรักสุขภาพ

5 สูตรเด็ดทำไอศกรีมสำหรับคนรักสุขภาพ



     บรรยากาศฝนตกโปรยปรายแทบทุกวันแบบนี้ เชื่อว่าเพื่อนๆ คงไม่อยากออกไปไหนและเลือกที่จะเก็บตัวอยู่ในบ้านมากกว่า อยู่บ้าน หรืออยู่คอนโดเฉยๆ ก็คงดูน่าเบื่อไม่น้อยเลยทีเดียว วันนี้ Thaiza จึงได้นำกิจกรรมสนุกๆ สร้างความเพลิดเพลิน แถมยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพมาฝากเพื่อนๆ กันค่ะ ซึ่งกิจกรรมที่เราจะทำกันนั้นอาจจะดูขัดกับสภาพบรรยากาศไม่น้อย เพราะเราจะมาทำไอศกรีมเพื่อสุขภาพนั่นเอง! ของหวานที่เหมาะแก่การคลายร้อน แต่ฝนจะตกแรงแค่ไหนเราก็ทำไอศกรีมกินเองได้ง่ายๆ ที่บ้าน ด้วยวัตถุดิบเพื่อสุขภาพ และที่สำคัญคือไม่อ้วนแน่นอนค่ะ

     หนึ่งในของหวานยอดนิยมก็คงจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากไอศกรีมที่มีรสชาติหลากหลายให้เลือกสรร ซึ่งแท้จริงแล้ว การทำไอศกรีมนั้นไม่ยากอย่างที่คิด แอบกระซิบนิดนึงว่าส่วนผสมในไอศกรีมที่เราจะทำกันในวันนี้ไม่มี นม เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการแพ้แลคโตสหรือผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมเป็นอย่างยิ่ง ถ้าพร้อมแล้ว เราไปดูกันเลยว่าส่วนผสมในการทำไอศกรีมนั้นมีอะไรบ้าง!

    1. กล้วย

    กล้วย คือผลไม้ยอดฮิตที่หาซื้อได้ง่าย และมีคุณประโยชน์มากมาย อีกทั้งยังเป็นสูตรพื้นฐานในการทำไอศกรีมอีกด้วย เนื่องจากลักษณะของเนื้อกล้วยเมื่อนำมาทำเป็นไอศกรีมแล้วจะให้เนื้อที่ค่อนข้างเนียนเหมือนไอศกรีมทั่วไป เพียงเพื่อนๆ นำกล้วยหอม (หรือกล้วยชนิดอื่นๆ ตามต้องการ) เข้าช่องแช่แข็งและทิ้งไว้ประมาณ 3-4 ชั่วโมง (หรือนานกว่านั้น) จากนั้นจึงนำออกมาปั่นกับเครื่องปั่นอาหารตามปกติ สามารถใส่ท็อปปิ้งได้ตามใจชอบไม่ว่าจะเป็น เกล็ดช็อกโกแลตชิป หรือถั่วชนิดต่างๆ

    ส่วนผสม:
    1. กล้วยหอมแช่แข็ง 3 ลูก
    2. สีผสมอาหาร (ฟ้า)
    3. บลูเบอร์รี่ สตรอเบอร์รี่ หรือ ราสเบอร์รี่ 1/3 ถ้วย
    4. วิปครีมมะพร้าว ? ถ้วย

    วิธีทำ : เตรียมชาม 1 ใบ และใส่สีผสมอาหารในชาม 1 ช้อนโต๊ะ ใส่วิปครีมลงไป และคนให้เข้ากับสีผสมอาหารจนได้เฉดสีที่พอใจ นำกล้วยและเบอร์รี่ (ชนิดใดก็ได้) ใส่เครื่องปั่นอาหารและปั่นจนเนื้อผลไม้ละเอียด เทใส่ถาดหรือชาม และนำไปแช่ฟรีซ 30 นาที จากนั้นนำออกมาจากตู้เย็นเพื่อเติมวิปครีมสีฟ้าลง ใช้ช้อนคนเนื้อวิปครีมให้ผสมกับเนื้อไอศกรีมเล็กน้อยและนำไปแช่ฟรีซต่อ 4-6 ชั่วโมง

    2. อัลมอนต์

    ไม่น่าเชื่อเลยใช่มั้ยว่าอัลมอนต์ก็สามารถนำมาปั่นเป็นไอศกรีมสุดอร่อยได้เนื่องจากอัลมอนต์อุดมไปด้วยโปรตีนและส่งผลให้ได้เนื้อไอศกรีมที่ค่อนข้างแน่น ไม่เหลวแต่มีความเนียนเช่นเดียวกับกล้วยเรียกได้ว่าเหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการแพ้ผลิตภัณฑ์จากนมโดยเฉพาะเลยทีเดียว

    ส่วนผสม :
    1. นมอัลมอนต์ 2 ถ้วย
    2. ครีมเทียมอัลมอนต์ 1 กล่อง (500 ม.ล.)
    3. น้ำตาล 2 ช้อนชา
    4. กลิ่นวานิลา 1 ช้อนชา

    วิธีทำ : นำส่วนผสมทั้ง 4 ชนิดที่ได้เตรียมไว้เทลงในเครื่องปั่น ใช้เวลาในการปั่น 2-3 นาที หรือจนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันอย่างละเอียด นำแช่ช่องฟรีซ 4-6 ชั่วโมงก็พร้อมให้คุณรับประทาน

    3. อะโวคาโด้

    อีกหนึ่งผลไม้ยอดฮิตอย่างอะโวคาโด้ที่ไม่ว่าจะเอามาทำอะไรก็ดูเข้ากันไปซะหมด นอกจากนี้ยังสามารถนำเจ้าอะโวคาโด้มาปั่นเป็นไอศกรีมได้ตามแบบฉบับของคนรักสุขภาพ เป็นที่ทราบกันดีว่าในอะโวคาโด้มีกรดไขมันที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์มากมายซึ่งมีส่วนช่วยที่ทำให้เนื้อไอศกรีมแข็งตัวได้ง่ายขึ้น

    ส่วนผสม :
    1. ผลอะโวคาโด้สุก 3 ผล
    2. กะทิ 2 กล่อง
    3. เมเปิ้ลไซรัป (ปริมาณตามชอบ)
    4. กลิ่นมิ้นต์ ? ช้อนชา
    5. ช็อกโกแลตชิป 1 ถ้วย

    วิธีทำ : นำกะทิแช่เย็น 1 คืนก่อนทำไอศกรีมเพื่อแยกเนื้อครีมและน้ำออกจากกัน วันรุ่งขึ้นนำผลอะโวคาโดมาหันครึ่งเพื่อเอาเมล็ดออก จากนั้นใช้ช้อนขูดเนื้อทั้งหมดออกมา และนำใส่เครื่องปั่นปั่นในระดับความเร็วสูงสุด นำกะทิออกจากตู้เย็นและตักเฉพาะเนื้อครีมใส่เครื่องปั่น ตามด้วยเมเปิ้ลไซรัปและกลิ่นมิ้นต์ ปั่นอีกครั้งให้ส่วนผสมเข้ากัน 3-4 นาที เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงเทใส่ถาดหรือชาม ใส่ช็อกโกแลตชิปลงไปและคนให้เข้ากัน คลุมถาดหรือชามด้วย Plastic wrap นำไปแช่เย็น 6 ชั่วโมงถึง 1 คืน เพียงเท่านี้ก็เรียบร้อยพร้อมทานแล้ว!

    4. กะทิ

    กะทิชนิดไขมันเต็มส่วน (Full fat coconut milk) เป็นส่วนผสมอันยอดเยี่ยมที่จะทำให้ไอศกรีมมีรสชาติอร่อยและให้เนื้อสัมผัสอันเนียนนุ่ม นอกจากนี้ยังเข้ากันได้ดีกับถั่วชนิดต่างๆ ผลไม้สดหรือแม้แต่กระทั่งเนื้อมะพร้าว ได้ประโยชน์ 2 ต่อกันเลยทีเดียว

    ส่วนผสม :
    1. เม็ดมะม่วงหิมพานต์ 1 ? ถ้วย (แช่น้ำเย็น 4-6 ชั่วโมง และแช่น้ำร้อนอีก 1 ชั่วโมง)
    2. กะทิชนิดไขมันเต็มส่วน 1 กล่อง
    3. น้ำมันมะพร้าว 3 ช้อนโต๊ะ
    4. เมเปิ้ลไซรัป ? ถ้วย
    5. กลิ่นวานิลา 1 ช้อนชา
    6. เกลือสมุทร เล็กน้อย

    วิธีทำ : นำเม็ดมะม่วงหิมพานต์ กะทิ น้ำมันมะพร้าว เมเปิ้ลไซรัป กลิ่นวานิลา เกลือสมุทร ใส่ลงในเครื่องปั่น เริ่มปั่นด้วยความเร็วสูงสุดจนส่วนผสมกลายเป็นเนื้อครีมละเอียดจากนั้นนำเนื้อไอศกรีมเทลงถาดหรือชาม เกลี่ยให้เนียน เพื่อนๆ สามารถราดคาราเมลลงบนเนื้อไอศกรีมและนำไปแช่ช่องฟรีซ 4-6 ชั่วโมงก่อนรับประทาน

    5. เบอร์รี่

    ไอศกรีมจากผลไม้ตระกูลเบอร์รี่เป็นสิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยทีเดียว เพราะไม่ว่าจะเป็นสตรอเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่หรือแบล็คเบอร์รี่ต่างก็เต็มไปด้วยคุณค่าทางสารอาหารมากมายควบคู่ไปกับความอร่อย แต่หากคุณนำไปปั่นเป็นไอศกรีมแล้วอาจจะได้เนื้อที่หยาบนิดหน่อย ซึ่งสามารถเพิ่มนมหรือกะทิเพื่อให้เนื้อไอศกรีมมีความละเอียดยิ่งขึ้นได้ มาเริ่มทำกันเลยดีกว่าค่า!

    ส่วนผสม:
    1. เม็ดมะม่วงหิมพานต์สด 1 ถ้วย (แช่น้ำร้อน 1-2 ชั่วโมง จนนิ่ม แล้วจึงสะเด็ดน้ำ)
    2. สตรอเบอร์รี่สด 2-3 ถ้วย
    3. นมจากพืช (นมถั่วเหลือ นมอัลมอนต์) ชนิดหวานน้อย 1 ? ถ้วย
    4. เมเปิ้ลไซรัป 2 ช้อนโต๊ะ
    5. กลิ่นวานิลา 2 ช้อนโต๊ะ
    6. อินทผลัม 1 ถ้วย
    7. เนยถั่ว ชนิดปราศจากน้ำตาล 2/3 ถ้วย

    วิธีทำ : เพียงนำส่วนผสมทั้งหมด (เม็ดมะม่วงหิมพานต์ สตรอเบอร์รี่ นม เนยถั่ว เมเปิ้ลไซรัป อินทผลัมกลิ่นวานิลา) เทลงในเครื่องปั่น และเริ่มปั่นด้วยระดับความเร็งสูงสุด 3-4 นาที จากนั้นนำไปแช่ฟรีซ 6 ชั่วโมง จนถึง 1 วัน เพียงเท่านี้ก็พร้อมรับประทานแล้วค่ะ



Sources: www.fitnessmagazine.com

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน