Facebook Twitter
gPlus 

เคล็ดลับสุขภาพ

7 พฤติกรรมสุ่มเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้า

7 พฤติกรรมสุ่มเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้า



    เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อนๆ คงได้ทราบข่าวดังที่ช็อคแฟนเพลงไปทั่วโลกถึงการจากไปของศิลปินชื่อดัง สาระสำคัญก็คือมันทำให้เราทุกคนควรหันกลับมาใส่ใจและศึกษาประเด็นเกี่ยวกับผู้ที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งรวมไปถึงการรักษา หรือการอยู่เคียงข้างกับผู้ป่วยเหล่านี้ ในวันนี้เราอาจจะไม่ได้มาพูดถึงประเด็นของโรคซึมเศร้าอย่างละเอียด แต่เราจะขอพูดสาเหตุเล็กๆ น้อยๆ ที่เพื่อนๆ อาจคิดว่าไม่มีสลักสำคัญอะไร แต่รู้หรือไม่ว่า หากปัญหาเล็กน้อยเหล่านี้ได้รับการสะสมไว้เป็นเวลานานก็จะเหมือนกับระเบิดเวลาดีๆ นี่เองค่ะ

    เราไปดูกันดีกว่าว่าพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงที่อาจทำให้คุณเป็นโรคซึมเศร้าได้นั้น มีอะไรบ้าง

    1. สุขภาพย่ำแย่
    สภาวะย่ำแย่หรือความเจ็บป่วยทางร่างกายและสุขภาพเป็นตัวกระตุ้นให้คุณอยู่ในภาวะหดหู่หรือซึมเศร้าได้ง่ายดาย เมื่อคุณหมอได้วินิจฉัยว่าคุณกำลังประสบปัญหากับอาการซึมเศร้า มันก็อาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาในทันที เพราะมันไม่ง่ายเลยในการใช้ชีวิตให้มีความสุขหรือการมีความคิดและทัศนคติในเชิงบวก เพื่อไม่ให้ร่างกายและสุขภาพของคุณตกอยู่ในความเสี่ยงเช่นนี้ คุณควรให้ความสำคัญต่อสุขภาพเป็นอันดับแรก แต่เมื่อเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงมันได้ ก็ควรเข้ารับการรักษาอย่างถูกวิธีเพื่อกำจัดความคิดแง่ลบให้หมดไป

    2. ความเครียด
    ความเครียดเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านความสัมพันธ์ การงาน การเงิน พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือภาระงานที่มากจนเกินไป ล้วนเป็นตัวกระตุ้นให้ร่างกายของคุณสะสมความเครียดอยู่เรื่อยๆ อีกหนึ่งหนทางที่จะช่วยให้คุณห่างไกลจากความเครียดก็คือ การรู้ขีดจำกัดของตนเอง หรือการกล้าที่จะปฏิเสธ นอกจากนี้คุณยังสามารถปรับเปลี่ยนการวางแผนชีวิตให้ง่ายยิ่งขึ้น โดยการจัดลำดับความสำคัญของสิ่งต่างๆ และสะสางให้เสร็จไปตามขั้นตอน และอย่าลืมที่จะให้เวลากับตนเองบ้างนะคะ

    3. จุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิต
    ในช่วงหนึ่งของชีวิต เราทุกคนล้วนเคยเจอกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เราไม่คุ้นเคย หรือไม่ต้องการในบางครั้ง จุดเปลี่ยนนี้อาจมีส่วนทำให้คุณรู้สึกเครียดกว่าที่เคย เพราะสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคยกำลังหายไป และนั่นอาจนำไปสู่อาการซึมเศร้าได้เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการหย่าร้าง ปัญหาครอบครัว การตกงาน สิ่งที่คุณควรทำก็คือผ่านมันไปให้ได้ ใช้เวลากับตนเองให้มากที่สุดและไม่ควรตัดขาดตนเองจากสิ่งรอบข้าง ทั้งครอบครัว เพื่อนฝูง พวกเขาเหล่านี้จะช่วยให้คุณผ่านมันไปได้

    4. ปัญหาด้านการเงิน
    เงิน เป็นปัจจัยที่สำคัญไม่น้อยในการใช้ชีวิต ภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ ในชีวิตของเราล้วนมีเงินเข้ามาเป็นส่วนประกอบทั้งสิ้น แต่เมื่อรายได้และค่าใช้จ่ายเดินสวนทางกันก็อาจก่อให้เกิดความเครียดได้เช่นเดียวกัน แต่คุณไม่ควรให้ความเครียดและซึมเศร้าครอบงำคุณนานเกินไป สิ่งที่คุณทำได้และควรทำก็คือการจัดตารางรายรับรายจ่าย และตัดค่าใช้จ่ายในส่วนที่ไม่จำเป็นเพื่อให้คุณสามารถใช้จ่ายได้อย่างคล่องตัว

    5. ติดสารเสพติด
    คุณอาจคิดว่าการดื่มสุรา หรือการใช้สารเสพติดจะช่วยให้คุณหลีกหนีจากปัญหาได้ แต่ก็เป็นการหลีกหนีเพียงชั่วคราวเท่านั้นและจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้น คำแนะนำของเราก็คือ เมื่อคุณรู้ว่าตนเองกำลังซึมเศร้า สิ่งแรกที่คุณควรหลีกเลี่ยงก็คือการใช้สารเสพติดและแอลกอฮอล์ และเข้ารับการรักษาที่ถูกวิธีกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

    6. พักผ่อนน้อย
    การพักผ่อนน้อย ไม่เพียงส่งผลกระทบต่ออาการซึมเศร้า แต่ยังทำให้สมองของคุณไม่ได้รับการพักผ่อน เสี่ยงต่อการสูญเสียความทรงจำ อาการมึนงง และปัญหาอื่นๆ ที่จะตามมาอีกมากมาย การทำงานหรืออ่านหนังสือแบบหามรุ่งหามค่ำอาจทำให้คุณดูเป็นคนขยัน แต่มันจะส่งผลร้ายแรงต่อสุขภาพ และทำให้อาการซึมเศร้าของคุณเลวร้ายลงไปอีก ควรแบ่งเวลางานและพักผ่อนให้สมดุลเพื่อให้ระบบต่างๆ ในร่างกายของคุณได้พักผ่อน แล้วสุขภาพที่ดีจะค่อยๆ กลับมาอีกครั้ง

    7. ตกงาน
    อาจพูดได้ไม่เต็มปากนักว่าการทำงานทำให้ชีวิตของเรานั้นมีคุณค่า แต่การทำงานก็ถือเป็นอีกหนทางที่ช่วยพัฒนาทักษะต่างๆ ของคุณ การตกงานในขณะที่ไม่พร้อมคงไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนใฝ่ฝัน และการตกงานยังสามารถนำพาคุณไปสู่ความรู้สึกด้านลบ ในช่วงแรกคุณอาจรู้สึกพ่ายแพ้และไม่สามารถเดินต่อไปได้ แต่อย่าลืมนะคะว่าชีวิตของคุณยังมีอีกหลายคนที่อยู่ข้างกาย ทั้งเพื่อนและครอบครัว เราเชื่อว่าผู้คนเหล่านี้นี่แหละที่จะให้กำลังใจ ทำให้คุณก้าวผ่านปัญหา และกลับมาเริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง




Source: www.davidwolfe.com
www.powerofpositivity.com
www.health.com

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน