Facebook Twitter
gPlus 

Beauty tips

7 เคล็ดลับใช้เจลว่านหางจระเข้ให้คุ้มค่า

7 เคล็ดลับใช้เจลว่านหางจระเข้ให้คุ้มค่า



     นาทีนี้คงไม่มีคนไหนที่ไม่รู้จัก ว่านหางจระเข้ เพราะเป็นพืชที่หาได้ง่ายและอัดแน่นไปด้วยคุณประโยชน์ที่ต่อร่างกาย อีกทั้งยังนามาใช้ในครัวเรือนได้อย่างหลากหลาย ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากว่านหางจระเข้ก็คือ “เจลว่านหางจระเข้” ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน โดยสังเกตได้จากผลิตภัณฑ์เจลว่านหางจระเข้ที่มีออกมาอย่างหลากหลายยี่ห้อให้เราได้เลือกสรรในราคาที่สามารถจับต้องได้

     เพื่อนๆ ทราบกันหรือไม่ว่า เจลว่านหางจระเข้นั้นเป็นเลิศในด้านของเจลอเนกประสงค์ เพราะมันสามารถเป็นอะไรได้มากกว่าผลิตภัณฑ์รักษาผิวเกรียมจากการถูกแสงแดดมากเกินไป ไม่ว่าคุณจะเลือกใช้เจลว่านหางจระเข้บริสุทธิ์ 100% หรือจะเลือกตัดมาจากกระถางสดๆ ก็ล้วนคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป เพราะคุณสามารถใช้เจลนี้กับทุกส่วนในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นสิว บาดแผลหรืออาการระคายเคือง และอื่นๆ ที่เราจะนำมาพูดในวันนี้ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนังได้ไขข้อสงสัยให้เราเป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ

    1. ยับยั้งการแพร่กระจายของโรค
    ในว่านหางจระเข้จะมีกรดที่ชื่อว่า ซาลิไซลิก (salicylic acid) และสารที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ (antiseptics) ซึ่งทั้งสองชนิดนี้จะช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นมันจึงเปรียบเสมือนยาจากธรรมชาติที่ช่วยรักษาสิว ทำความสะอาดผิวได้อย่างอ่อนโยน แต่ก่อนที่เพื่อนๆ จะนำเจลว่านหางจระเข้ไปหาบริเวณที่เกิดสิวนั้น ควรทดสอบที่บริเวณอื่นๆ ของร่างกายเสียก่อนนะคะเพื่อป้องกันอาการแพ้ที่อาจเกิดขึ้นได้

    2. เติมความชุ่มชื้นให้กับผิว
    แม้ว่าเจลว่านหางจระเข้จะเป็นเครื่องสำอางราถาถูก แต่กลับอุดมไปด้วยแร่ธาตุ เอนไซม์ สารต่อต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน C A และ E ซึ่งสารอาหารเหล่านี้จะเป็นตัวช่วยในการบำรุงผิวพรรณของคุณให้ชุ่มชื้นน่าสัมผัส Debra Jaliman ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนังจากนิวยอร์คยังได้กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับสารในว่านหางจระเข้ว่ามันยังมีสาร polyphenols (พอลิฟินิล) ที่ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยต้านอนุมูลอิสระที่อาจทำให้ผิวพรรณแก่กว่าวัย และยังป้องกันการเกิดมะเร็งผิวหนังได้อีกด้วย

    3. บรรเทาอาการระคายเคืองของผิวหนัง
    เมื่อผิวหนังของเราเกิดโรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรซาเซีย (rosacea) หรือโรคสิวหน้าแดง โรคเรื้อนกวาง (eczema) และโรคสะเก็ดเงิน (psoriasis) ล้วนมีสาเหตุมาจากความแห้งและการอักเสบของผิวหนัง กรดไขมันในว่านหางจระเข้ และเอ็นไซม์ที่ชื่อว่า bradykinin จะช่วยบรรเทาอาการของโรคดังกล่าว และช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว

    4. บรรเทาความเจ็บปวด และบาดแผลระยะที่ 2
    ด้วยสารต่อต้านและยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่พบได้ในว่านหางจระเข้นั้น ทำให้มันสามารถช่วยบรรเทาอาการอักเสบ และช่วยรักษาบาดแผลจากการถูกน้ำร้อนลวก หรือถูกไฟไหม้ได้ น้ำจากว่านหางจระเข้ยังช่วยให้ผิวชุ่มชื้น และมีความยืดหยุ่น

    5. รักษาโรคเริม (cold sore)
    โรคเริม (cold sore) คือโรคผิวหนังอีกแบบหนึ่งที่เกิดขึ้นจากเชื้อไวรัสที่ชื่อ herpes ทำให้เกิดอาการเจ็บปวดตามบริเวณที่เป็นโรคเริม ซึ่งว่านหางจระเข้ก็มีสารต้านเชื้อไวรัสที่จะช่วยกำจัดเชื้อไวรัส herpes ให้หมดไป บรรเทาอาการเจ็บปวดและช่วยให้ผิดลดการระคายเคือง

    6. ใช้เป็นครีมโกนหนวด
    โดยปกติแล้ว เมื่อคุณผู้ชายทั้งหลายจะต้องโกนหนวด ครีมโกนหนวดอาจเป็นสิ่งแรกที่คุณนึกถึง เพราะเจ้ากรีมโกนหนวดนี้จะช่วยลดการเสียดสีและการระคายเคืองของผิวหนังกับใบมีด แต่ถ้าหากครีมโกนหมวดมีราคาแพงเกินไป หรือมีสารเคมีเป็นส่วนผสม คุณสามารถใช้เจลว่านหางจระเข้ทดแทนกันได้ อีกทั้งยังมีสารช่วยป้องกันเชื้อแบคทีเรียอีกด้วย

    7. ช่วยลบเครื่องสำอางบนใบหน้า
เนื่องจากเจลว่านหางจระเข้นั้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความอ่อนโยนค่อนข้างมาก มันจึงสามารถนำมาใช้เป็น makeup remover ทดแทนกันได้ เพียงทาเจลว่านหางขระเข้ลงบนใบหน้าหรือบริเวณที่มีเครื่องสำอาง นวดวนไปมาสักพักหนึ่ง แล้วจึงใช้สำลี หรือผ้าที่มีความอ่อนโยนต่อผิว ค่อยๆ เช็ดเครื่องสำอางออกจนหมด เจลว่านหางจระเข้จะช่วยคงความชุ่มชื้นไว้ในผิวของคุณและยังลดริ้วรอยก่อนวัยได้เป็นอย่างดี

    น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียวใช่มั้ยคะกับเจลว่านหางจระเข้ ราคาหลักร้อยต้นๆ แต่สามารถใช้ให้เกิดประโยชน์ได้มากมายโดยที่บางอย่างเราก็ไม่เคยรู้มาก่อน แต่เหนือสิ่งอื่นใดแล้ว ก่อนที่เพื่อนๆ จะนำมาใช้กับบริเวณผิวหนังบางส่วนที่มีความอ่อนโยนเป็นอย่างมาก ควรตรวจสอบให้แน่ใจเสียก่อนว่าผิวของเราจะไม่มีการระคายเคือง เพื่อความปลอดภัยในชีวิตของเพื่อนๆ เองนะคะ




Sources: www.health.com
www.siamchemi.com

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน